วิธี การเก็บรักษา แชมเปญ ปาร์ตี้ ให้พร้อม เสิร์ฟที่สุด

การเก็บรักษา แชมเปญ

วิธี การเก็บรักษา แชมเปญ เครื่องดื่มที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่เพียงแต่เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและการเฉลิมฉลอง แต่ยังมีรสชาติที่ละเอียดอ่อน การเก็บรักษาแชมเปญให้คงรสชาติและฟองที่สมบูรณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ การจัดเก็บไม่ถูกวิธีอาจทำให้แชมเปญเสื่อมคุณภาพอย่างรวดเร็ว ไปทำความรู้จักเทคนิคและเคล็ดลับในการเก็บรักษาแชมเปญให้เหมาะสมที่สุดกัน

  • เก็บแชมเปญในที่เย็น คงที่ และหลีกเลี่ยงแสง
  • วางขวดในแนวนอนเพื่อรักษาจุกคอร์ก
  • เปิดแล้วควรปิดด้วยจุกเฉพาะและแช่เย็น
  • ดื่มภายในเวลาที่เหมาะสมเพื่อคงฟองและรสชาติ

อุณหภูมิสำคัญ กับแชมเปญ ยังไง?

อุณหภูมิมีบทบาทสำคัญต่อรสชาติและฟองของแชมเปญ เพราะแชมเปญเป็นเครื่องดื่มที่บอบบาง การเก็บแชมเปญในอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 10–12°C จะช่วยให้การบ่มเป็นไปอย่างช้าๆ ฟองคงตัว และรสชาติไม่เสื่อมเร็ว หากเก็บในอุณหภูมิสูงเกินไป ฟองจะลดลงและรสชาติเปลี่ยนไป ส่วนอุณหภูมิต่ำเกินไปอาจทำให้รสชาติไม่สมดุลและฟองไม่เต็มที่

สำหรับการ เสิร์ฟ แชมเปญ ฝรั่งเศส ควรเสิร์ฟที่อุณหภูมิ 6–10°C เพื่อให้ฟองละเอียด รสชาติและกลิ่นหอมสมดุล การเสิร์ฟอุ่นเกินไปจะทำให้ฟองกระจายเร็วและรสหวานเกินไป ขณะที่เสิร์ฟเย็นจัดเกินไปกลิ่นหอมจะจางและรสชาติอาจจืด ดังนั้น การควบคุมอุณหภูมิทั้งการเก็บและเสิร์ฟจึงเป็นกุญแจสำคัญในการเพลิดเพลินกับแชมเปญอย่างเต็มที่

ขวดแชมเปญ ที่เก่าแก่ที่สุด

การเก็บรักษา แชมเปญ

ขวดแชมเปญ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่ได้รับการบันทึกไว้มีเรื่องราวที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ดังนี้

1. Perrier‑Jouët ปี 1825 ขวดแชมเปญที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีอยู่

  • ปัจจุบัน Guinness World Records รับรองว่าแชมเปญ Perrier‑Jouët Vintage ปี 1825 เป็นขวดแชมเปญที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังมีอยู่จริง (21 กันยายน 2022) [1] โดยมีอายุเกือบ 200 ปี และยังถูกเก็บรักษาในห้องใต้ดินของบ้านผลิตแชมเปญในช็องปาญ ประเทศฝรั่งเศส
  • ในปี 2010 ขวดนี้ถูกเปิดและลิ้มรสโดยผู้เชี่ยวชาญ เป็นครั้งแรกที่มีการชิมแชมเปญเก่าแก่ขนาดนี้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของการเก็บรักษาที่เหมาะสม

2. ขวดจากซากเรืออับปางนอกชายฝั่งหมู่เกาะอาลันด์

  • มีการค้นพบขวดแชมเปญเก่าแก่ถึงราว ปี 1772 ถึง 1785 จากซากเรืออับปางในทะเลบอลติก โดยเป็นแชมเปญที่คาดว่าผลิตก่อนการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งอาจเก่ากว่า Perrier‑Jouët 1825 มาก (18 กรกฎาคม 2010) [2] โดยน่าจะเป็นของ Veuve Clicquot
  • นักดำน้ำค้นพบขวดเหล่านี้และเปิดดื่มบางขวด โดยพบว่ามีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างออกไป แต่เนื่องจากเป็นการค้นพบจากซากเรือ จึงยังไม่ได้จัดให้เป็นขวดที่มีการเก็บรักษาและระบุลำดับอายุอย่างเป็นทางการ เหมือน Perrier‑Jouët ปี 1825

3. ขวด Heidsieck จากซากเรือ

  • ค้นพบขวดแชมเปญ Heidsieck ในซากเรืออับปางใกล้กับจังหวัดอาลันด์ แบรนด์ที่ 3 ที่ค้นพบ มีขวดของแบรนด์ดังอย่าง Veuve Clicquot และ Juglar ซึ่งมีอายุเกือบ 200 ปี ถูกนำขึ้นมาจากทะเล และขวดบางขวดถูกประมูลในราคาแพงถึงประมาณ 100,000 ยูโร (18 มกราคม 2011) [3] (ราวกว่า 3,710,000–3,730,000 บาทไทย ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)
  • อยู่ในช่วงปี 1800 และต้นปี 1900 เป็นของไฮด์ซีคเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำ

แชมเปญที่ มาจากประเทศอื่น เป็นของแท้ไหม?

หลายคนสงสัยว่าแชมเปญที่ผลิตนอกฝรั่งเศส เช่น ในสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือญี่ปุ่น จะเรียกว่า แชมเปญแท้ ได้หรือไม่ คำตอบคือ ไม่ได้เรียกว่าแชมเปญแท้ๆ หากไม่ได้มาจากแคว้นช็องปาญ ประเทศฝรั่งเศส

1. กฎและมาตรฐานของแชมเปญ

  • คำว่า “Champagne” เป็นชื่อที่ถูกคุ้มครองทางกฎหมาย (Appellation d’Origine Contrôlée – AOC)
  • แชมเปญแท้ต้อง ผลิตในเขตช็องปาญ ประเทศฝรั่งเศส และผ่านกระบวนการทำแบบดั้งเดิม (Méthode Champenoise)
  • แม้จะใช้ชนิดองุ่นและวิธีผลิตเหมือนกัน หากไม่ได้อยู่ในภูมิภาคช็องปาญ จะไม่สามารถเรียกว่า“Champagne” ได้ แต่จะใช้ชื่อเช่น “Sparkling Wine” หรือ “Cava”, “Prosecco” ตามแต่ละประเทศ

2. ตัวอย่างสปาร์กลิงไวน์จากประเทศอื่น

  • อิตาลี: Prosecco, Franciacorta
  • สเปน: Cava
  • สหรัฐอเมริกา/ออสเตรเลีย: Sparkling Wine
  • กระบวนการผลิตอาจเหมือนแชมเปญ ทุกขั้นตอน แต่ไม่สามารถใช้คำว่า Champagne ในชื่อผลิตภัณฑ์

3. วิธีดูแชมเปญแท้

  • ตรวจสอบ แหล่งที่มาของขวด ต้องระบุ Champagne, France
  • ดู ชื่อผู้ผลิตและ AOC บนฉลาก
  • รสชาติและฟองอาจคล้าย แต่คุณภาพและราคาอาจต่างกัน

การเก็บรักษา แชมเปญอย่าง ถูกวิธี

แชมเปญเป็นงานศิลปะทางรสชาติ การเก็บรักษา แชมเปญ อย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างมาก เพราะอุณหภูมิ แสง และการสั่นสะเทือนสามารถทำให้รสชาติและฟองของแชมเปญเปลี่ยนไป วิธีเก็บแชมเปญให้คงคุณภาพและรสชาติสดใหม่เหมือนเปิดขวดครั้งแรก

1. เก็บแชมเปญในอุณหภูมิที่เหมาะสม
แชมเปญควรเก็บในอุณหภูมิ 10–12°C การเก็บในอุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้รสชาติเสื่อมเร็ว ส่วนอุณหภูมิต่ำเกินไปอาจส่งผลต่อการบ่มของฟอง

  • ตู้แชมเปญหรือตู้ไวน์ เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิได้
  • ห้องใต้ดิน ที่เย็นและคงที่ก็เหมาะสำหรับการเก็บระยะยาว

2. เก็บในแนวนอนหรือแนวตั้ง

  • แนวนอน: เหมาะสำหรับแชมเปญที่มีจุกคอร์ก ช่วยให้จุกชุ่มชื้นและป้องกันไม่ให้รั่ว
  • แนวตั้ง: เหมาะสำหรับแชมเปญ Non-Vintage หรือเก็บระยะสั้น

3. หลีกเลี่ยงแสงและความร้อน
แสงแดดหรือไฟแรงสามารถทำลายรสชาติของแชมเปญได้

  • เก็บในที่มืด เช่น ตู้เก็บไวน์ หรือห้องที่ไม่มีแสงแดดส่อง
  • หลีกเลี่ยงการเก็บใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความร้อน

4. ป้องกันการสั่นสะเทือน
การสั่นสะเทือนสามารถทำให้ฟองและรสชาติเปลี่ยนไป

  • เก็บขวดในที่มั่นคง ห่างจากแหล่งสั่นสะเทือน
  • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนย้ายขวดบ่อยๆ

ก่อนเปิดขวด และหลังเปิดขวด มีวิธีเก็บต่างกันยังไง?

การเก็บแชมเปญอย่างถูกวิธีช่วยรักษารสชาติและฟองให้สดใหม่ ไม่ว่าจะก่อนเปิดขวดหรือหลังเปิดแล้ว

1. การเก็บแชมเปญ ก่อนเปิดขวด

  • อุณหภูมิที่เหมาะสม: เก็บที่ 10–12°C หลีกเลี่ยงความร้อนและการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว
  • เก็บในแนวนอน: ช่วยให้จุกคอร์กชุ่มชื้น ป้องกันฟองรั่ว สำหรับขวด Non-Vintage เก็บแนวตั้งก็ได้หากระยะสั้น
  • หลีกเลี่ยงแสงและความชื้น: แสงแดดและไฟแรงสามารถทำลายรสชาติ เก็บในที่มืด เช่น ตู้เก็บไวน์ หรือห้องใต้ดิน
  • ป้องกันการสั่นสะเทือน: ไม่ควรวางขวดใกล้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สั่น การสั่นสะเทือนทำให้ฟองและรสชาติเปลี่ยน

2. การเก็บแชมเปญ หลังเปิดขวด

  • ปิดจุกให้แน่น: ใช้จุกแบบฟองน้ำหรือจุกแชมเปญเฉพาะเพื่อรักษาฟอง
  • เก็บในตู้เย็น: อุณหภูมิต่ำช่วยชะลอการเสื่อมของฟองและรสชาติ
  • ดื่มภายใน 1–3 วัน: แชมเปญ Non-Vintage ควรดื่มภายใน 1–2 วัน Vintage Champagne อาจเก็บได้ 2–3 วัน
  • หลีกเลี่ยงการเขย่า: การเขย่าขวดหลังเปิดจะทำให้ฟองหายเร็ว

ปัจจัยที่ มีผลต่อการเก็บ แชมเปญ

การเก็บแชมเปญให้คงรสชาติและคุณภาพมีหลายปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่

  1. อุณหภูมิ – แชมเปญควรเก็บที่อุณหภูมิคงที่ประมาณ 10–12 °C การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิบ่อยๆ จะทำให้ฟองเสียและรสชาติเปลี่ยน
  2. ความชื้น – ความชื้นราว 70–80% ช่วยป้องกันคอร์กแห้ง ทำให้ไม่เกิดการรั่วซึมหรือออกซิเดชัน
  3. แสง – แชมเปญควรเก็บในที่มืดหรือหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง เพราะแสงทำลายรสชาติและอโรมา
  4. การจัดเก็บขวด – ควรเก็บขวดนอน เพื่อให้คอร์กเปียกและป้องกันอากาศเข้า
  5. การสั่นสะเทือน – การสั่นสะเทือนบ่อยๆ จะทำให้ฟองแตกเร็วและส่งผลต่อรสชาติ

การควบคุมปัจจัยเหล่านี้จะช่วยให้แชมเปญเก็บได้นานและรักษารสชาติอร่อยตามต้องการ

สรุป การเก็บรักษา แชมเปญ เก็บแชมเปญผิด ชีวิตเปลี่ยน

สรุป การเก็บรักษา แชมเปญ ควรทำในอุณหภูมิคงที่ประมาณ 10–12 °C และความชื้นราว 70–80% เพื่อรักษาคอร์กไม่ให้แห้ง แชมเปญควรเก็บในที่มืด หลีกเลี่ยงแสงแดด และวางขวดนอนเพื่อลดการรั่วซึม การสั่นสะเทือนควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้ฟองแตกเร็ว การควบคุมปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้แชมเปญคงรสชาติและคุณภาพได้นานที่สุด

แชมเปญที่ เปิดแล้ว เก็บได้นานแค่ไหน?

แชมเปญที่เปิดแล้วสามารถเก็บได้ประมาณ 1–3 วัน หากปิดด้วยจุกแชมเปญโดยเฉพาะและแช่ไว้ในตู้เย็น ฟองและความสดจะค่อยๆ ลดลงตามเวลา หากใช้เพียงจุกคอร์กเดิม แชมเปญมักจะเสียฟองเร็วภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้รสชาติยังดี ควรดื่มให้หมดภายใน 1–2 วันหลังเปิดขวด

เก็บแชมเปญใน ตู้เย็น ได้หรือไม่?

สามารถเก็บแชมเปญในตู้เย็นได้ แต่เหมาะสำหรับการเก็บระยะสั้นเท่านั้น โดยควรเก็บไม่เกิน 1–2 สัปดาห์ก่อนดื่ม เพราะอุณหภูมิที่ต่ำและความแห้งของตู้เย็นอาจทำให้จุกคอร์กแห้งและเสื่อมคุณภาพ หากต้องการเก็บระยะยาว ควรใช้อุณหภูมิคงที่ประมาณ 10–12 องศาเซลเซียส และหลีกเลี่ยงแสงกับการสั่นสะเทือน เพื่อรักษาฟอง กลิ่น และรสชาติของแชมเปญให้ดีที่สุด

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง