
กุหลาบ พันธุ์หอม ดอกไม้แห่งเสน่ห์ เหนือกาลเวลา
- ผีเสื้อสีขาว
- 17 views

กุหลาบ พันธุ์หอม เป็นดอกไม้ที่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอม อันเป็นเอกลักษณ์และความงดงามเหนือกาลเวลา กลิ่นหอมของกุหลาบช่วยสร้างบรรยากาศ ที่ผ่อนคลายและโรแมนติก เหมาะสำหรับปลูกประดับสวน บ้าน และใช้ในงานมงคลต่างๆ นอกจากนี้กุหลาบพันธุ์หอมยังมีคุณค่าในด้านวัฒนธรรม และการนำไปใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
- กลิ่นหอมที่สุดมักพบในกุหลาบโบราณ
- ใจความสำคัญ เหมาะสำหรับน้ำหอมและเครื่องสำอาง
- กุหลาบพันธุ์หอมมีกลิ่นแตกต่างตามสายพันธุ์
กุหลาบพันธุ์หอม คืออะไร?
กุหลาบ พันธุ์หอม คือ กลุ่มกุหลาบที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมเป็นพิเศษ มีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น กุหลาบอังกฤษ ที่มีกลิ่นชัดเจน ดอกซ้อนสวย เช่น Ohara สีชมพูขาว กุหลาบมอญ กลิ่นหอมแบบดั้งเดิม กุหลาบพลูม กลิ่นหอมหวานเหมือนน้ำหอม และกุหลาบยุโรปหายากต่างๆ ซึ่งมีกลิ่นหอมหลากหลายรูปแบบตั้งแต่หอมหวานคล้ายลิ้นจี่ ไปจนถึงหอมกลิ่นชาอ่อนๆ ทำให้ได้รับความนิยมในการจัดสวนและทำน้ำหอม
สายพันธุ์กุหลาบ หอมยอดนิยมมีอะไรบ้าง?
สายพันธุ์กุหลาบหอมยอดนิยมที่ปลูก และมีกลิ่นหอมโดดเด่น เช่น Abraham Darby, Olivia Rose Austin, Spirit of Freedom, Double Delight, Juliet , Victor Hugo, Albrecht Durer และ มอญแดงประเสริฐ ซึ่งมีทั้งกลิ่นหอมแรง กลิ่นผลไม้รวม กลิ่นชา และกลิ่นหวานละมุน มีหลากหลายทรงดอก ถ้วย, พวง, กลีบซ้อน และเหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น เลี้ยงง่าย ทนทาน ทำให้สวนสวยงามและหอมตลอดปี
สายพันธุ์กุหลาบหอมยอดนิยม
- Abraham Darby: กลิ่นหอมแรงกลิ่นผลไม้รวม สีส้มอมชมพู ทนร้อนได้ดี
- Olivia Rose Austin: กลิ่นหอมปานกลาง ดอกทรงถ้วยสีชมพูอ่อน ทนร้อนทนโรค
- Spirit of Freedom: กุหลาบเลื้อย พุ่มใหญ่ กลิ่นหอมแรง ดอกสีชมพู ออกดอกเป็นพวง เหมาะกับเมืองร้อน
- Double Delight: กุหลาบตัดดอก ดอกใหญ่ สีแดงสลับขาว สองสี เปลี่ยนสีตามวัน
- Juliet: กุหลาบพีชทรงถ้วย กลิ่นหอมละมุนคล้ายชา ราคาแพง เป็นที่นิยม แม้จะเป็น กุหลาบ หายาก
- มอญแดงประเสริฐ: กลิ่นหอมแรงมาก ทนร้อน ทนโรค ดอกสีชมพูอมแดง บานแล้วโรยเร็ว นิยมทำชา
- Souer Emmanuelle (ชัวร์เอมมานูเอล): กุหลาบพุ่มสูง กลิ่นหอมแรง สีชมพูละมุน เลี้ยงง่าย ทนร้อน
- Bishop’s Castle: กุหลาบอังกฤษ กลีบซ้อน หอมมาก
- Molineux: กุหลาบอังกฤษ สีเหลืองทอง กลิ่นหอมแรง
- Princess Sakura (เจ้าหญิงซากุระ): กุหลาบพุ่มเตี้ย สีชมพูหวาน ปลูกง่าย
- Rose Albrecht Durer: เป็นกุหลาบโรแมนติกที่มีดอกสีสันสดใสและกลิ่นหอมคล้ายผลไม้ ทนทาน
- Rose Victor Hugo: เป็นกุหลาบพันธุ์แกรนดิฟลอรา ที่ได้รับความนิยม มีสีแดงเข้มและดอกบานยาวนาน
อันดับเด่นๆ ในความหอม ของดอกกุหลาบ
เสน่ห์ของดอกกุหลาบ ที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม หรือเป็นตัวแทนของความรักเท่านั้น แต่ยังมีความหลากหลายของสายพันธุ์ สีสัน และกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ มาทำความรู้จักกับ 3 อันดับดอกกุหลาบหอมที่สวยที่สุดในโลก คือ 1.กุหลาบดับเบิ้ล ดีไลท์ 2.กุหลาบวิกตอร์ อูโก 3.กุหลาบอัลเบรชท์ ดือเรอร์ เป็นพันธุ์ที่หอมและติดอันดับความสวยมากสุดๆ (26 สิงหาคม 2022) [1]
ทำความรู้จัก กุหลาบดับเบิ้ล ดีไลท์
Rosa ‘ Double Delight’ หรืออีกชื่อว่า ANDeli เปิดตัวใน ปี 1977 เป็นกุหลาบ ไฮบริดที สีแดงผสม เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับรางวัลมากมาย เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างกุหลาบไฮบริดที 2 ชนิด สีแดงและเหลือง สีงาช้าง
ลักษณะเด่นของดอก
เป็นดอกไม้ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 10 ซม. ทรงดอกสูงตรงกลาง และมักออกดอกเดี่ยวบนก้านยาวที่มีหนาม กลีบดอกซ้อน มีจำนวนกลีบมากถึง 30 กลีบ มีกลิ่นหอมหวานและแรงมาก สามารถออกดอกได้อย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาล
ความลับของสีสัน
เมื่อโดนแสงแดด สีของดอกจะเปลี่ยนจาก สีขาวเป็นสีแดงเข้ม โดยเริ่มจากขอบดอก สีแดงเกิดจากปฏิกิริยาของแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ที่กระทบกับเม็ดสีธรรมชาติในกลีบดอก หากปลูกในเรือนกระจกที่กันแสง UV ดอกจะมีเพียงสีขาว
รางวัลต่างๆที่ได้รับ
- ได้รับเหรียญทองจากการประกวดที่ Baden-Baden และกรุงโรม และได้รับรางวัลน้ำหอมที่กรุงเจนีวา ในปี 1976
- ได้รับการรวมอยู่ใน All-America Rose Selections ในปี 1977
- ได้รับการยกย่องให้เข้าสู่ “หอเกียรติยศกุหลาบ” (World Federation of Rose Societies Hall of Fame) ในปี 1985
ที่มา: Rosa ‘Double Delight’ (25 สิงหาคม 2023) [2]
ทำความรู้จัก กุหลาบวิกตอร์ อูโก
Rose Victor Hugo กุหลาบ วิกตอร์ อูโก เป็นพันธุ์กุหลาบที่ตั้งชื่อตามนักเขียน ชื่อดังชาวฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 เป็นกุหลาบไฮบริดที ที่พัฒนาโดยบริษัท Meilland ในฝรั่งเศส เมื่อปี 1985 สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการเสียชีวิตของวิกเตอร์ ฮูโก
ลักษณะเด่นของสายพันธุ์
เป็นกุหลาบ สีแดงกำมะหยี่ และมีกลิ่นหอมมาก เป็นทรงพุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร ใบสีเขียวเข้ม มีความแข็งแรงและทนทานต่อโรค ออกดอกตลอดฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง เหมาะสำหรับปลูกในสวนและใช้เป็นไม้ตัดดอก และได้รับรางวัล Prix de Parfum ที่กรุงเฮก ในปี 1985
ที่มา: กุหลาบ วิคเตอร์ ฮูโก้ (18 กุมภาพันธ์ 2021) [3]
ทำความรู้จัก กุหลาบอัลเบรชท์ ดือเรอร์
ชื่อสายพันธุ์: Albrecht Dürer
ผู้พัฒนาสายพันธุ์: Hans-Jürgen Evers นักเพาะพันธุ์ชาวเยอรมัน
กลุ่ม: ชาไฮบริด (Hybrid Tea)
สีหลัก: สีชมพู
กลิ่น: มีกลิ่นหอมหวานแบบผลไม้
รูปร่างดอกไม้: เริ่มต้นเป็นแบบลูกผสมชาคลาสสิก ต่อมาจะบานเป็นรูปทรงถ้วย มีขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 10-12 เซนติเมตร มีกลีบดอกหนาแน่น หนาสองเท่า และมีจุดศูนย์กลางที่ซ่อนไว้อย่างสมบูรณ์
ประวัติการพัฒนา
ต้นกำเนิด พัฒนาโดยบริษัท Rosen-Tantau ในประเทศเยอรมนี สายพันธุ์นี้ปรากฏครั้งแรกในปี 1996 และได้รับจดสิทธิบัตรในปี 2000 เปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการในปี 2002 ตั้งชื่อตามจิตรกรและปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการของเยอรมนี
ความนิยมและการสืบทอด
ปัจจุบันแบรนด์ Rosen-Tantau บริหารงานโดย Christian Evers ซึ่งรับช่วงต่อจากบิดา และตั้งแต่ปี 2011 เป็นต้นมา กุหลาบสายพันธุ์นี้ได้รับการจดทะเบียนระหว่างประเทศ และได้รับความนิยมอย่างมากทั่วยุโรป โดยเฉพาะในประเทศรัสเซียที่มีจำนวนผู้ชื่นชอบเพิ่มขึ้นทุกปี
ที่มา: Rose Albrecht Durer (2025) [4]
เสน่ห์กุหลาบพันธุ์หอม แตกต่างจาก พันธุ์ทั่วไปยังไง?
กุหลาบ พันธุ์หอม มีเสน่ห์โดดเด่น ที่มากกว่าความงดงามของรูปทรงและสีสัน เพราะกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ ที่กุหลาบทั่วไปให้ไม่ได้ กลิ่นหอมของกุหลาบพันธุ์หอมอาจเป็นแนวหวานนุ่ม ละมุน ลึกซึ้ง หรือหอมสดชื่นตามธรรมชาติ ซึ่งมักเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาและอุณหภูมิ ทำให้การชมดอกกุหลาบแต่ละครั้งมีความพิเศษไม่ซ้ำกัน
อีกหนึ่งความแตกต่าง คือคุณค่าทางวัฒนธรรมและการใช้งาน กุหลาบพันธุ์หอมถูกนำมาใช้ในพิธีสำคัญ การทำน้ำกุหลาบ น้ำมันหอมระเหย เครื่องหอม และสปามาอย่างยาวนาน ในขณะที่กุหลาบทั่วไปมักเน้น เพื่อความสวยงามหรือการประดับสวนเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ กุหลาบหอมยังให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยลดความเครียด และสร้างบรรยากาศโรแมนติกให้กับพื้นที่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แม้กุหลาบพันธุ์หอมบางชนิดอาจมีดอก ไม่ใหญ่หรือสีสันไม่ฉูดฉาดเท่ากุหลาบสมัยใหม่ แต่ความหอมที่ลึกและติดทนนานคือเสน่ห์แท้ที่ทำให้คนรักกุหลาบหลงใหล กุหลาบพันธุ์หอมจึงไม่ใช่เพียงไม้ดอกสวยงาม หากแต่เป็นดอกไม้ที่เชื่อมโยงความรู้สึก ความทรงจำ และคุณค่าทางจิตใจได้อย่างชัดเจน
ระดับกลิ่นหอม ของกลิ่นกุหลาบ

ระดับกลิ่นหอมของกุหลาบสามารถแบ่งได้ตั้งแต่หอมอ่อน หอมปานกลาง ไปจนถึงหอมแรง โดยกุหลาบบางพันธุ์มีกลิ่นบางเบาให้ความสดชื่น ขณะที่บางพันธุ์มีกลิ่นหอมลึก ชัดและติดทนนาน ความแรงของกลิ่นยังขึ้นอยู่กับช่วงเวลา อุณหภูมิ และแสงแดด โดยมักหอมที่สุดในช่วงเช้าหรือเย็น นอกจากนี้ อายุของดอกและการดูแลก็มีผลต่อความหอม กุหลาบพันธุ์หอมจึงให้ประสบการณ์กลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา
กุหลาบพันธุ์หอมมักถูกจัดระดับความหอมออกเป็น 4 ระดับหลักตามความเข้มของกลิ่นที่รับรู้ได้
- กลิ่นอ่อน (Light Fragrance) – มีกลิ่นบางเบา ต้องเข้าใกล้จึงได้กลิ่น
- กลิ่นปานกลาง (Moderate Fragrance) – กลิ่นชัดเจนเมื่ออยู่ใกล้ต้น เป็นระดับที่ปลูกง่ายและนิยมมาก
- กลิ่นแรง (Strong Fragrance) – กลิ่นเด่นชัด สามารถรับรู้ได้จากระยะไกล มักพบในกุหลาบโบราณ
- กลิ่นหอมพิเศษ/เข้มข้น (Very Strong / Intense Fragrance) – กลิ่นฟุ้งทั่วบริเวณ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นกุหลาบแรงและใช้สกัดน้ำหอม
กุหลาบพันธุ์หอม นำไปใช้ประโยชน์ ได้ยังไงบ้าง?
กุหลาบพันธุ์หอมถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง ทั้งในอุตสาหกรรมน้ำหอมและเครื่องสำอางจากการสกัดน้ำมันหอมระเหย กลีบกุหลาบยังนิยมใช้ในอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ชา น้ำเชื่อม และขนม เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมละมุน
ด้านการบำบัด กลิ่นกุหลาบช่วยผ่อนคลายความเครียด สร้างสมดุลทางอารมณ์ และเสริมบรรยากาศสปา นอกจากนี้กุหลาบพันธุ์หอมยังใช้ในการจัดสวน จัดดอกไม้ และเป็นสมุนไพรในภูมิปัญญาดั้งเดิมอีกด้วย
สรุป กุหลาบ พันธุ์หอม ปลูกประดับสวนหอมทั้งบ้าน
สรุป กุหลาบ พันธุ์หอม เป็นดอกไม้ที่มีเสน่ห์ทั้งด้านกลิ่นและความงาม กลิ่นหอมมีหลายระดับตั้งแต่อ่อนจนถึงเข้มข้นที่สุด มักใช้ประโยชน์ในน้ำหอม เครื่องสำอาง อาหาร เครื่องดื่ม และการบำบัดด้วยกลิ่น ต้องการแดดจัด ดินระบายน้ำดี ก่อนซื้อควรเลือกพันธุ์ตามความชอบ ระดับความหอม และแหล่งจำหน่ายที่เชื่อถือได้เพื่อคุณภาพและการดูแลที่ง่ายขึ้น
กุหลาบพันธุ์หอม แบบใดหอมที่สุด?
แบบที่หอมที่สุด คือระดับ กลิ่นหอมพิเศษหรือเข้มข้น (Very Strong / Intense Fragrance) ซึ่งมักพบในกุหลาบพันธุ์โบราณ เช่น กุหลาบดามัสก์ (Damask Rose) ดอกกุหลาบมอญ (Moss Rose) หรือ Albrecht Dürer เพราะกลิ่นเข้มข้นและฟุ้งไกลมากที่สุด
กลิ่นจะหอมที่สุด ในช่วงเวลาใด ของวัน?
กลิ่นหอมของกุหลาบจะเข้มข้นที่สุดในช่วงเช้า ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนถึงประมาณสายๆ เพราะอากาศเย็นและความชื้นสูงช่วยคงกลิ่นไว้ได้นาน ในช่วงบ่ายอุณหภูมิสูงขึ้น กลิ่นจะจางลงเนื่องจากความร้อนทำให้สารหอมระเหยเร็ว กลางคืน กลิ่นกุหลาบมักอ่อนลง แต่บางพันธุ์ยังสามารถปล่อยกลิ่นบางเบาได้
- Tags: ต้นไม้


