
กุหลาบ เลื้อย เสน่ห์ไม้ดอก สำหรับซุ้มและรั้วสวน
- ผีเสื้อสีขาว
- 14 views

กุหลาบ เลื้อย (Climbing Rose) เป็นไม้ดอกที่มีเสน่ห์และนิยมปลูกในสวนบ้านและพื้นที่สาธารณะ เนื่องจาก กิ่งยาว แข็งแรง และสามารถเลื้อยตามซุ้ม รั้ว หรือผนังบ้าน ได้อย่างสวยงาม กุหลาบเลื้อยไม่เพียงแต่ให้สีสันสดใสและดอกหอมหลายรอบในปีเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มมิติและความโรแมนติกให้กับสวนอย่างมีสไตล์
- กุหลาบเลื้อยมี กิ่งยาวและแข็งแรง เหมาะเลื้อยซุ้มและรั้ว
- ดอกออกเป็นช่อ สีสันหลากหลายและมีกลิ่นหอม
- ปลูกได้ทั้งในสวนดินและ กระถางขนาดใหญ่
- แข็งแรง ทนโรค และออกดอกหลายรอบต่อปี
ทำความรู้จัก กับกุหลาบ เลื้อยเป็นยังไง?
ชื่อวิทยาศาสตร์: Rosa hybrid
วงศ์: Rosaceae
ลักษณะ: เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อยหรือไม้เลื้อยขนาดเล็กถึงกลาง ผลัดใบ มีอายุหลายปี
ลักษณะต้น: ยอดสามารถเลื้อยได้ไกล 2–5 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม
ใบ: เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบย่อย 5–9 ใบ รูปรี ขอบใบหยักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบสีเขียวเข้ม
ดอก: ออกเป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด มีกลิ่นหอม กลีบดอกมี 5 กลีบขึ้นไป มีหลายสี ออกดอกตลอดปี แต่จะดกเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว (17 กุมภาพันธ์ 2016) [1]
กุหลาบเลื้อยคือกุหลาบประเภทหนึ่ง ที่มีลักษณะกิ่งยาวและแข็งแรง สามารถเลื้อยขึ้นไปตามโครงสร้างต่างๆ เช่น ซุ้มประตู รั้ว หรือผนังบ้าน โดยไม่เหมือนกุหลาบพุ่มทั่วไปที่เติบโตเป็นก้อนสั้นๆ กุหลาบเลื้อยมักมี การเจริญเติบโตแบบปีละครั้งหรือหลายรอบ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ และมักจะออกดอกเป็น ช่อใหญ่ สีสันหลากหลาย ทำให้เหมาะสำหรับการตกแต่งสวนแนวตั้ง
ต้นกำเนิด กุหลาบเลื้อยก่อน ยุคสมัยใหม่
มีประวัติยาวนาน จากหลักฐานฟอสซิลจากยุคเทอร์เชียรี ย้อนไปถึง 5,000 ปี มีการกล่าวถึงกุหลาบในตำนานและบทเพลงของยุโรป เอเชีย และอินเดีย มานานกว่า 2,000 ปีก่อนคริสตกาล หลักฐานทางโบราณคดีและบันทึกของขงจื๊อยืนยันว่า การปลูกกุหลาบครั้งแรกเกิดขึ้นในสวนหลวงของราชวงศ์โจวในปักกิ่ง เมื่อประมาณ 500 ปีก่อนคริสตกาล
- มีการค้นพบเอกสารโบราณกว่า 600 เล่มที่กล่าวถึงกุหลาบ รวมถึงภาพวาดของสายพันธุ์ต่างๆ มีการระบุสายพันธุ์กุหลาบป่าอื่นๆ อีกประมาณ 150 ชนิด
- ธุรกิจการผสมพันธุ์กุหลาบเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 16
- กุหลาบโบราณที่เป็นต้นกำเนิดสำคัญ ได้แก่ R. alba, R. damascena, R. gallica officinalis และที่โดดเด่นที่สุดคือ R. centifolia ซึ่งเป็นกุหลาบชนิดแรกที่มีกลีบดอกถึง 100 กลีบ
- ในช่วงยุควิกตอเรีย มีการนำเข้าพ่อพันธุ์กุหลาบจากจีนทางเรือหลายสายพันธุ์ เช่น ‘Slater’s Crimson China’ ปี 1792, ‘Parson’s Pink China’ ปี 1793, ‘Hume’s Blush Tea-scented China’ ปี 1809 และ ‘Park’s Yellow Tea-scented China’ ปี 1824
- จุดกำเนิดของกุหลาบเลื้อย เกิดจากการที่นักผสมพันธุ์หันมาพัฒนากุหลาบเลื้อย หรือกุหลาบป่า ได้ผสมพันธุ์กุหลาบสายพันธุ์ ‘Doctor W. Van Fleet’ สำเร็จในปี ปี 1910
- ในปี 1930 เกิดจากการ กลายพันธุ์โดยบังเอิญจากสายพันธุ์เดิม จนกลายเป็น ‘New Dawn’ เป็นกุหลาบเลื้อยกลุ่มแรกที่เรียกว่า “กุหลาบสมัยใหม่”
กุหลาบเลื้อยสายพันธุ์ ‘New Dawn’ ที่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการกุหลาบ เพราะเป็นการกลายพันธุ์ที่ทำให้กุหลาบเลื้อยสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปีและมีคุณสมบัติสวยงามครบถ้วน
ที่มา: กุหลาบพันธุ์เลื้อย ไม่ว่าจะชื่ออะไรก็ตาม – กุหลาบเลื้อย (1 กุมภาพันธ์ 2016) [2]
สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ New Dawn เพิ่มเติมได้ที่ wikipedia
สายพันธุ์กุหลาบ เลื้อยยอดนิยม ในปัจจุบัน
กุหลาบ เลื้อย มีหลายสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ แต่ละสายพันธุ์มี ลักษณะดอก สี และการออกดอกที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถเลือกปลูกให้เหมาะกับสวนและสไตล์ของบ้าน
1.New Dawn
เปิดตัว ในปี ค.ศ. 1930 ดอกสีชมพูอ่อน ออกเป็นช่อขนาดกลางถึงใหญ่ ดอกบานเต็มรูปทรง กิ่งแข็งแรง ยาว สามารถเลื้อยได้สูงถึง 3–4 เมตร เหมาะกับซุ้ม รั้ว หรือผนังบ้าน ออกดอกหลายรอบต่อปี กลิ่นหอมอ่อนๆ แข็งแรง ต้านทานโรคบางชนิดได้ดี เหมาะกับมือใหม่และสวนเมืองร้อน ปลูกเลื้อยซุ้มประตู รั้ว หรือผนัง เพิ่มมิติให้สวนและสร้างจุดเด่น
2.Rosa ‘Eden’
ดอกซ้อนขนาดใหญ่ สีชมพูอ่อนถึงชมพูเข้มตรงกลาง ขอบดอกสีครีม มีลักษณะดอกทรงถ้วยคลาสสิก กิ่งแข็งแรง เลื้อยได้ 2–3 เมตร ออกดอกปีละครั้งหรือหลายรอบ ขึ้นอยู่กับการดูแล เปิดตัวในปี ค.ศ. 1985 ต้นกำเนิดมาจาก ฝรั่งเศส และได้รับเลือกเป็นกุหลาบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ในปี 2006 (24 พฤษภาคม 2024) [3]
3.Don Juan
ดอกสีแดงเข้ม ขนาดกลางถึงใหญ่ ดอกซ้อนเล็กน้อย ทรงถ้วยคลาสสิก กิ่งแข็งแรง เลื้อยได้สูง 2–3 เมตร เหมาะกับซุ้มและผนังบ้าน ออกดอกปีละครั้งในช่วงฤดูร้อน แต่สามารถบานซ้ำได้ถ้าอากาศเหมาะสม กลิ่นหอมแรงและชัดเจน สีดอกแดงสดเด่นสะดุดตา แข็งแรง ต้านทานโรคบางชนิดได้ดี
4. Dublin Bay
เปิดตัวในปี ค.ศ. 1969 ดอกสีแดงสด ทรงถ้วย ขนาดกลาง ออกเป็นช่อเล็กถึงปานกลาง กิ่งแข็งแรง เลื้อยได้สูง 2–3 เมตร สามารถเลื้อยตามซุ้มหรือผนังบ้านได้ดี ออกดอกต่อเนื่องตลอดฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง กลิ่นหอมอ่อน แข็งแรง ทนโรคดี สีดอกสดใส เหมาะสำหรับสวนเมืองร้อนและสวนแนวตั้ง
5.Compassion
ดอกชมพูอ่อนถึงชมพูเข้ม ขนาดกลางถึงใหญ่ ทรงดอกซ้อนบางส่วน กิ่งแข็งแรง เลื้อยได้สูง 2–3 เมตร เหมาะกับซุ้ม ผนังบ้าน หรือรั้วสวน ออกดอกหลายรอบตลอดฤดู สามารถบานซ้ำได้ กลิ่นหอมอ่อน เหมาะสำหรับสวนซุ้มขนาดเล็กถึงกลาง ให้ดอกจำนวนมาก แข็งแรงและดูแลง่าย
ลักษณะเด่น ของกุหลาบเลื้อย เป็นยังไง?
กุหลาบเลื้อยมีเอกลักษณ์ และความโดดเด่นที่แตกต่างจากกุหลาบพุ่มทั่วไป ทำให้เหมาะกับการปลูกเลื้อยบนซุ้ม รั้ว หรือผนังบ้าน โดยสามารถสรุปลักษณะเด่นได้ดังนี้
1. กิ่งยาวและแข็งแรง
กุหลาบเลื้อยมี กิ่งยาวและแข็งแรง สามารถเลื้อยได้หลายเมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการดูแล ช่วยให้สร้างซุ้มประตูหรือรั้วดอกไม้สูงสวยงาม
2. ดอกออกเป็นช่อ สีสันหลากหลาย
กุหลาบเลื้อยมักออกดอกเป็น ช่อใหญ่หรือหลายช่อ พร้อมสีสันที่หลากหลาย ตั้งแต่สีขาว ชมพู แดง ครีม จนถึงเหลือง ทำให้สวนมีสีสันสดใสตลอดฤดู
3. ให้ความหอมและเพิ่มมิติให้สวน
หลายสายพันธุ์มีกลิ่นหอมอ่อนถึงเข้ม ทำให้สวนไม่เพียงสวยด้วยสายตา แต่ยังให้ความเพลิดเพลินด้วยกลิ่นหอม นอกจากนี้การเลื้อยขึ้นซุ้มหรือผนังช่วยเพิ่ม มิติและสไตล์ให้กับสวนแนวตั้ง
4. การออกดอกหลายรอบ
บางสายพันธุ์สามารถ ออกดอกหลายรอบต่อปี ทำให้สวนมีดอกไม้สวยตลอดฤดู เพิ่มความคุ้มค่าในการปลูก
5. แข็งแรงและดูแลง่าย
หลายสายพันธุ์ของกุหลาบเลื้อยมีความทนทานต่อโรคและแมลง ทำให้ เหมาะกับผู้เริ่มต้นปลูก และสวนเมืองร้อน เช่น ในประเทศไทย
เทคนิคจัดสวน ด้วยกุหลาบเลื้อย ให้สวยโดดเด่น

กุหลาบ เลื้อย ไม่เพียงแต่เป็นไม้ดอกที่สวยงาม แต่ยังสามารถใช้เป็น องค์ประกอบหลักในการออกแบบสวน ให้มีสไตล์และโดดเด่นได้ เทคนิคต่อไปนี้จะช่วยให้สวนของคุณสวยงามและน่าประทับใจ
1. ใช้ซุ้มกุหลาบเป็นจุดเด่นของสวน
- เลือกกุหลาบเลื้อยที่ออกดอกสีสดหรือดอกใหญ่ เช่น New Dawn, Eden
- ปลูกเลื้อยบนซุ้มประตูหรือทางเดินในสวน
- ตัดแต่งกิ่งให้เลื้อยขึ้นซุ้มอย่างเป็นระเบียบ เพิ่มมิติและความโรแมนติก
2. จับคู่กับไม้ดอกหรือไม้เลื้อยชนิดอื่น
- ผสมกุหลาบเลื้อยกับไม้เลื้อยหรือไม้ดอกอื่น เช่น ลีลาวดี ชวนชม หรือเฟื่องฟ้า
- ใช้สีดอกที่ตัดกันเพื่อสร้างจุดสนใจ
- เพิ่มความหลากหลายและชีวิตชีวาให้สวน
3. จัดสวนแนวตั้ง
- ใช้รั้ว ผนัง หรือโครงไม้เป็นโครงสำหรับกุหลาบเลื้อย
- การจัดสวนแนวตั้งช่วยประหยัดพื้นที่และทำให้สวนมีมิติสูง
- เหมาะกับสวนขนาดเล็กหรือระเบียงบ้าน
4. ตัดแต่งกิ่งให้เป็นทรงสวย
- ตัดแต่งกิ่งหลังดอกร่วงเพื่อกระตุ้นการออกดอกครั้งต่อไป
- กำหนดแนวเลื้อยตามโครงสร้าง เช่น เลื้อยตรงแนวตั้งหรือโค้งเป็นโค้งซุ้ม
- ทำให้กุหลาบเลื้อยสวยงามและดูเป็นระเบียบ
5. จัดแสงและการรดน้ำให้เหมาะสม
- ปลูกกุหลาบเลื้อยในพื้นที่ที่ได้รับแสงเต็มวันอย่างน้อย 6 ชั่วโมง
- รดน้ำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะเกินไป เพื่อให้รากแข็งแรง
- การดูแลแสงและน้ำดีช่วยให้ดอกออกเต็มที่และสีสวย
ปัญหาที่ พบบ่อยใน การปลูกกุหลาบ เลื้อยมีอะไรบ้าง?
การปลูกกุหลาบเลื้อยอาจเจอปัญหาหลายด้าน ทั้งเรื่องโรค แมลง หรือการดูแลไม่ถูกวิธี การรู้จักปัญหาที่พบบ่อย จะช่วยให้สวนของคุณสวยงามและกุหลาบออกดอกได้เต็มที่
1. โรคเชื้อราและใบเหลือง
2. ศัตรูพืช เช่น เพลี้ย ไรแดง และแมลงกัดกิน
3. กุหลาบไม่ออกดอก
4. กิ่งเลื้อยไม่เป็นทรง
5. รากอ่อนแอหรือเจริญเติบโตช้า
สรุป กุหลาบ เลื้อย ปรับสวนให้สวย อย่างมีสไตล์
สรุป กุหลาบ เลื้อย เป็นไม้ดอกที่มีเอกลักษณ์ด้วย กิ่งยาว แข็งแรง และสามารถเลื้อยตามซุ้ม รั้ว หรือผนังบ้าน ได้อย่างสวยงาม ให้ทั้งสีสันและกลิ่นหอม ทำให้สวนมีชีวิตชีวาและมิติสูงขึ้น สายพันธุ์ยอดนิยม เช่น New Dawn, Eden, Don Juan, Dublin Bay และ Compassion มีทั้งดอกขนาดกลางถึงใหญ่ สีสวยและออกดอกหลายรอบต่อปี
กุหลาบเลื้อยปลูก ในกระถาง ได้ไหม?
กุหลาบเลื้อยสามารถปลูกในกระถางได้ แต่ควรเลือกกระถางขนาดใหญ่ และลึกพอสมควรเพื่อรองรับรากที่ยาวและแข็งแรง ดินควรร่วนซุย ระบายน้ำดี และใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้กุหลาบออกดอกสวยและเติบโตเต็มที่ ควรมีโครงหรือค้างช่วยให้กิ่งเลื้อยขึ้นซุ้มหรือรั้วในกระถางได้ และจัดวางในพื้นที่ที่ได้รับแสงแดดเต็มวันอย่างน้อย 6 ชั่วโมงต่อวัน
กุหลาบเลื้อยต้อง ตัดแต่งกิ่ง บ่อยแค่ไหน?
กุหลาบเลื้อยควรตัดแต่งกิ่งอย่างน้อย ปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อกระตุ้นการออกดอกครั้งต่อไป และรักษาทรงของต้นให้สวยงาม การตัดแต่งกิ่งควรทำหลังจากช่วงดอกร่วงหรือสิ้นฤดูดอก และควรตัดกิ่งที่แห้ง ดำ หรือกิ่งที่เกะกะออกจากแนวเลื้อย การดูแลตัดแต่งกิ่งอย่างสม่ำเสมอช่วยให้กุหลาบเลื้อยแข็งแรง ทนโรค และออกดอกดกทุกปี
- Tags: ต้นไม้


