คู่มือการดื่ม Champagne ฉบับสมบูรณ์ จิบอย่างมืออาชีพ

คู่มือการดื่ม Champagne

คู่มือการดื่ม Champagne ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่มสำหรับการเฉลิมฉลองเท่านั้น แต่ยังเป็นไวน์ฟองที่มีรายละเอียด รสชาติ และวิธีการดื่มที่ถูกต้อง หากดื่มอย่างเหมาะสมจะช่วยดึงกลิ่นหอม ความสด และฟองที่ละเอียดออกมาได้อย่างเต็มที่ คู่มือการดื่มแชมเปญ ตั้งแต่การเลือกแชมเปญ อุณหภูมิการเสิร์ฟ การเลือกแก้ว ไปจนถึงเทคนิคการดื่ม เพื่อให้ทุกแก้วของแชมเปญ มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด

  • เปิดขวดและรินอย่างนุ่มนวล เพื่อลดการสูญเสียฟอง
  • ดื่มช้าๆ จิบทีละน้อย เพื่อรับรู้รสชาติและกลิ่นอย่างเต็มที่
  • จับคู่กับอาหารที่เหมาะ ช่วยเสริมรสชาติให้ดียิ่งขึ้น
  • ใช้แก้วทรงทิวลิปหรือฟลูตเพื่อรวมกลิ่นหอม

แชมเปญแบบ ดั้งเดิม คืออะไร?

คู่มือการดื่ม Champagne

วิธีการผลิตแบบดั้งเดิม เป็นวิธีการผลิตไวน์ที่เป็นหัวใจสำคัญ ของสไตล์ไวน์สปาร์กลิงที่ผลิตในแชมเปญ การผลิตแชมเปญแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า Méthode Champenoise เป็นวิธีการทำแชมเปญที่ใช้มาตั้งแต่ ค.ศ. 1601-1700 ในภูมิภาคแชมเปญของฝรั่งเศส (21 ตุลาคม 2021) [1]

และวิธีการนี้ได้แพร่หลายไปยังประเทศอื่นๆ เช่น สเปน, อิตาลี, และโลกใหม่ รวมถึงแคลิฟอร์เนียด้วย ปัจจุบันไวน์ฟองที่ไม่ได้มาจากแคว้นแชมเปญ จะเรียกว่า สปาร์คกลิ้งไวน์ โดยไวน์ฟองที่ผลิตโดย The Duckhorn Portfolio ทั้งสามชนิดนี้มีส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์ขององุ่นพันธุ์หลักๆ ได้แก่ พินอท์ นัวร์ (Pinot Noir), ชาร์ดอนเนย์ (Chardonnay), และ พินอท์ เมนิเยร์ (Pinot Meunier)

ไม่ว่าจะเป็นแชมเปญหรือไวน์สปาร์คกลิ้ง สิ่งสำคัญคือวิธีการผลิตนั้นๆ เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า แชมเปญและไวน์สปาร์คกลิ้งที่ดีที่สุดในโลกนั้น ผลิตโดยใช้กรรมวิธี Méthode Champenoise องค์ประกอบสำคัญของกระบวนการนี้คือ การหมักครั้งที่สองในขวด

การเปิดขวดแชมเปญ ด้วยวิธีการที่ เรียกว่า Sabrage

ธรรมเนียมการเปิดขวดแชมเปญด้วยการใช้ดาบฟันคอขวด หรือที่เรียกว่า “Sabrage” นั้น มีที่มาจากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น โดยมีจุดเริ่มต้นในสมัยนโปเลียน โบนาปาร์ต

  • จุดเริ่มต้นที่โรงบ่ม Moët หลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่าจุดเริ่มต้นของธรรมเนียมนี้ ย้อนไปในปี ค.ศ. 1807 เมื่อนโปเลียนได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงบ่ม Moët et Cie และได้รับแชมเปญ Moët & Chandon เป็นครั้งแรก โดยมี Jean Remy Moët เป็นผู้ต้อนรับ ซึ่งต่อมาเขาถือเป็นผู้ริเริ่มประเพณี Sabrage
  • ธรรมเนียมในสงคราม ประเพณีการฟันเปิดแชมเปญนี้ได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน ในช่วงสงครามสมัยนโปเลียน ปี ค.ศ. 1803–1815 เมื่อกองทหารม้าของนโปเลียนได้รับชัยชนะในสมรภูมิต่างๆ
  • และการเปิดขวดแชมเปญในลักษณะดังกล่าวได้ถูกบัญญัติให้เรียกว่า Sabrage หรือ Champagne Sabering และได้กลายเป็นประเพณีคลาสสิกศักดิ์สิทธิ์อย่างหนึ่ง ของการเปิดไวน์เฉลิมฉลองมาจนถึงปัจจุบัน

ที่มา: แชมเปญ ทำไมถึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเฉลิมฉลอง (29 ธันวาคม 2022) [2]

ประโยชน์ที่ ได้จากการดื่ม แชมเปญมีไหม?

แชมเปญยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย และจิตใจในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นหัวใจและหลอดเลือด ช่วยในการย่อยอาหาร หรือแม้กระทั่งเสริมสร้างความสุขและความสัมพันธ์ทางสังคม การดื่มแชมเปญอย่างเหมาะสมจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของรสชาติ แต่ยังส่งผลดีต่อสุขภาพและอารมณ์ของผู้ดื่มอีกด้วย

แชมเปญดีต่อหัวใจยังไง

งานวิจัยใน British Journal of Nutrition พบว่า แชมเปญมีประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ เนื่องจากมีสาร โพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความดันโลหิต และความเสี่ยงของโรคหัวใจ โดยแชมเปญจะช่วยเพิ่ม nitric oxide (ก๊าซ NO) ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น

แชมเปญช่วยเพิ่มความจำให้ดีขึ้น

แชมเปญช่วยเสริมสร้างความจำ ผลการวิจัยของ University of Reading โดยพบว่าการดื่มแชมเปญ 1-2 แก้วต่อสัปดาห์ส่งผลดีต่อสุขภาพ และให้พลังงานสมองอย่างเพียงพอ เนื่องจากสารประกอบในแชมเปญมีประโยชน์ต่อสมอง และไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ประสาทของเราเลย

แชมเปญช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้น

สามารถช่วยให้ผิวพรรณดีขึ้นได้ ซึ่งมีคุณสมบัติที่เทียบได้กับโทนเนอร์/สกินแคร์ คือ ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้า มีค่า pH balance ที่เหมาะกับผิว และมีสาร tartaric acid ช่วยให้ผิวใสขึ้น วิธีใช้คือหลังทำความสะอาดหน้า ให้ใช้สำลีชุบแชมพูแล้วเช็ดหน้าเบาๆ เว้นรอบดวงตา ซึ่งจะทำให้ผิวพรรณดีขึ้น เนียนนุ่ม และสดใสขึ้น

ที่มา: วิทยาศาสตร์ระบุ “แชมเปญนั้นดีต่อสุขภาพ ถ้าดื่มเป็น!” (30 พฤศจิกายน 2015) [3]

เทคนิคการดื่ม แชมเปญ ให้ได้ รสชาติเต็มที่

แชมเปญมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งความสด ความละเอียดของฟอง และกลิ่นหอมซับซ้อนจากกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม หากดื่มอย่างถูกวิธีจะช่วยดึงเสน่ห์ของแชมเปญ ออกมาได้อย่างเต็มที่ มีเทคนิค คู่มือการดื่ม Champagne ตั้งแต่ก่อนเปิดขวดจนถึงการจิบ เพื่อให้ทุกแก้วมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด

1.เริ่มต้นด้วยอุณหภูมิที่เหมาะสม

อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญต่อรสชาติของแชมเปญ ควรเสิร์ฟที่ประมาณ 8–10 องศาเซลเซียส อุณหภูมินี้ช่วยรักษาความสด ควบคุมการปล่อยฟอง และทำให้กลิ่นหอมค่อยๆ เปิดตัว หากเย็นเกินไป รสชาติจะถูกปิด หากอุ่นเกินไป ฟองจะหายเร็วและรสชาติขาดสมดุล

2.เลือกแก้วให้เหมาะกับการดื่ม

แก้วแชมเปญ ที่ดีควรช่วยรวมกลิ่นหอม และรักษาฟอง แก้วทรงทิวลิป เหมาะที่สุด ช่วยให้กลิ่นหอมชัดและฟองละเอียด และแก้วฟลูต เหมาะกับงานเลี้ยง ช่วยให้ฟองดูสวยงาม ควรหลีกเลี่ยงแก้วปากกว้าง เพราะทำให้ฟองและกลิ่นหายเร็ว

3.วิธีเปิดขวดอย่างถูกต้องและปลอดภัย

การเปิดขวดแชมเปญ ควรทำอย่างนุ่มนวล จับขวดเอียงประมาณ 45 องศา หมุนขวดไม่ใช่จุก เพื่อให้แรงดันค่อยๆ คลาย เสียงที่เหมาะสมควรเป็นเพียงเสียงฟู่เบาๆ ไม่ใช่เสียงดัง การเปิดที่ถูกต้องจะช่วยรักษาฟองและกลิ่นไว้ในขวด

4.เทคนิคการรินแชมเปญ ให้ฟองสวย

ควรรินแชมเปญ โดยเอียงแก้วเล็กน้อยและรินช้าๆ เพื่อควบคุมฟอง เมื่อฟองยุบแล้วจึงเติมเพิ่มจนได้ระดับที่เหมาะสม เทคนิคนี้ช่วยให้ฟองมีความละเอียด ไม่ล้นแก้ว และช่วยรักษาความสดของแชมเปญได้นานขึ้น

5.การดมกลิ่นก่อนจิบ ช่วยเพิ่มอรรถรส

ก่อนดื่ม ควรยกแก้วขึ้นดมกลิ่นเบาๆ เพื่อรับรู้กลิ่นผลไม้ ดอกไม้ หรือขนมปังที่เป็นเอกลักษณ์ของแชมเปญ การดมกลิ่นช่วยเตรียมประสาทสัมผัส และทำให้การจิบมีมิติและความลึกมากขึ้น

6.วิธีจิบแชมเปญ ให้ได้รสชาติเต็มที่

จิบทีละน้อย และปล่อยให้แชมเปญ กระจายทั่วปาก สังเกตความสด ความเปรี้ยว ความละเอียดของฟอง และรสสัมผัสตอนท้าย การดื่มช้าๆ จะช่วยให้คุณรับรู้ความซับซ้อนและเสน่ห์ของแชมเปญ ได้อย่างชัดเจน

การดื่มแชมเปญ คู่กับอาหาร อย่างเหมาะสม

คู่มือการดื่ม Champagne คู่กับอาหาร เป็นศิลปะที่ช่วยยกระดับทั้งรสชาติของอาหารและเสน่ห์ของแชมเปญให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยความสดชื่นของกรด (Acidity) และฟองละเอียด แชมเปญจึงช่วยตัดเลี่ยน เพิ่มความสมดุล และทำให้รสอาหารชัดเจนขึ้น เหมาะทั้งมื้อเบาๆ ไปจนถึงอาหารจานหลัก

  • สำหรับอาหารทะเล เช่น หอยนางรม กุ้งลวก หรือปลาดิบ แนะนำแชมเปญ Brut หรือ Extra Brut เพราะรสแห้งและความเปรี้ยวสดใสช่วยขับความหวานธรรมชาติของอาหารทะเลได้ดี ส่วนอาหารทอดหรืออาหารที่มีไขมันสูง เช่น ไก่ทอด เทมปุระ หรือเฟรนช์ฟรายส์ ฟองของแชมเปญ จะช่วยล้างปาก ลดความมัน ทำให้ทานได้เพลินขึ้น
  • หากเป็นอาหารเนื้อขาวอย่างไก่อบ หมู หรือพาสต้าไวท์ซอส แชมเปญ Blanc de Blancs ที่ทำจากองุ่น Chardonnay จะเข้ากันได้ดี ด้วยกลิ่นหอมละมุนและโครงสร้างที่เบา ในขณะที่อาหารเนื้อแดงหรือเมนูที่มีรสเข้มข้นขึ้น เช่น เป็ดอบหรือเห็ดทรัฟเฟิล ควรเลือกแชมเปญ Rosé หรือ Blanc de Noirs ซึ่งมีบอดี้และกลิ่นรสลึกกว่า
  • สำหรับของหวาน ควรเลือกแชมเปญ ที่มีความหวาน เช่น Demi-Sec เพื่อให้รสชาติสมดุล ไม่ทำให้แชมเปญจืดเมื่อทานคู่กับขนมหวานอย่างทาร์ตผลไม้หรือมาการอง

ทายนิสัยจาก การดื่มแชมเปญ แต่ละสไตล์

แชมเปญไม่ได้บอกแค่รสนิยมในการดื่มเท่านั้น แต่ยังสะท้อนบุคลิก นิสัย และไลฟ์สไตล์ของผู้ดื่มได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าคุณจะชอบแชมเปญแห้ง สดชื่น หรือหอมหวาน การเลือกแชมเปญ แต่ละสไตล์อาจเผยตัวตนของคุณมากกว่าที่คิด มาลองทายนิสัยจาก สไตล์ Champagne ที่ชอบกันดู

สไตล์ Brut

นิสัย: สุขุม มีรสนิยม และชอบความเรียบง่าย
คนที่ดื่ม Brut มักเป็นคนมั่นใจในตัวเอง ชอบความสมดุล ไม่หวานหรือจัดจ้านเกินไป คุณเป็นคนคิดเป็นระบบ มีเหตุผล และให้ความสำคัญกับคุณภาพมากกว่าความฉูดฉาด เหมาะกับคนที่รู้จักตัวเองดีและเลือกสิ่งที่ใช่จริงๆ

แบบ Extra Brut / Brut Nature

นิสัย: จริงจัง ละเอียด และรักความคลาสสิก
คุณเป็นคนช่างสังเกต ใส่ใจรายละเอียด และไม่ชอบอะไรที่ปรุงแต่งมากเกินไป มักมีความเป็นมืออาชีพสูง ชอบความท้าทาย และเชื่อมั่นในรสชาติแท้จริงของสิ่งต่างๆ

สไตล์ Demi-Sec / Sweet

นิสัย: เป็นมิตร โรแมนติก และรักความสนุก
คนที่ชอบแชมเปญหวานมักเป็นคนอารมณ์ดี เข้ากับคนง่าย ชอบบรรยากาศงานเลี้ยงและช่วงเวลาพิเศษ ให้ความสำคัญกับความรู้สึกและประสบการณ์ มากกว่ากฎเกณฑ์หรือภาพลักษณ์

สไตล์ Rosé

นิสัย: มีเสน่ห์ กล้าแสดงออก และรักความสวยงาม
คุณเป็นคนมีสไตล์ ชอบความแตกต่าง และใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ มักมีความคิดสร้างสรรค์ รักแฟชั่น และชอบสร้างบรรยากาศให้ทุกโมเมนต์ดูพิเศษ Rosé แชมเปญ คือภาพสะท้อนของความมั่นใจและความโรแมนติก

สไตล์ Vintage

นิสัย: ลุ่มลึก ใส่ใจเรื่องคุณค่า และชอบความพิเศษ
คนที่เลือก Vintage มักมองไกล ชอบสะสมประสบการณ์และความทรงจำ ไม่รีบร้อนในการตัดสินใจ คุณเป็นคนมีความอดทน เข้าใจคุณค่าของเวลา และให้ความสำคัญกับรายละเอียดเชิงลึก

แบบ Blanc de Blancs

นิสัย: สดใส ช่างเลือก และรักความบริสุทธิ์
คุณเป็นคนคิดบวก รักความสดใหม่ และชอบอะไรที่ดูสะอาดเรียบง่าย มักมีรสนิยมดี ชอบความสมดุลและความสง่างาม เหมาะกับคนที่รักธรรมชาติและความเรียบหรู

แบบ Blanc de Noirs

นิสัย: มั่นคง หนักแน่น และชอบความชัดเจน
คุณเป็นคนเด็ดขาด มีพลัง และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ชอบรสชาติที่มีโครงสร้างและคาแรคเตอร์ชัด ไม่หวั่นไหวกับกระแส และมักเป็นผู้นำในกลุ่ม

สรุป คู่มือการดื่ม Champagne จากไร่องุ่นฝรั่งเศสสู่แก้วคุณ

สรุป คู่มือการดื่ม Champagne ให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดควรเริ่มจากการเสิร์ฟในอุณหภูมิประมาณ 8–10 องศาเซลเซียส และเลือกใช้แก้วที่ช่วยรวมกลิ่นหอมและรักษาฟอง การเปิดขวดและรินควรทำอย่างนุ่มนวลเพื่อลดการสูญเสียฟอง ก่อนดื่มควรดมกลิ่นและจิบช้าๆ เพื่อรับรู้ความซับซ้อนของรสชาติ เมื่อดื่มอย่างถูกวิธี แชมเปญจะมอบประสบการณ์ที่สดชื่น หรูหรา และน่าประทับใจทุกโอกาส

การดื่มแชมเปญ ทำให้เมา ได้ไหม?

แชมเปญดื่มแล้ว เมาได้ เพราะมีแอลกอฮอล์เช่นเดียวกับไวน์ทั่วไป โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12% แอลกอฮอล์ ฟองคาร์บอนไดออกไซด์ในแชมเปญช่วยให้แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้เร็วขึ้น จึงอาจทำให้รู้สึกเมาไวกว่าไวน์ไม่มีฟอง หากดื่มในปริมาณมากหรือดื่มเร็วโดยไม่ทานอาหารร่วม ควรดื่มอย่างพอดีเพื่อความปลอดภัยและความสุขในการดื่ม

การดื่มแชมเปญ ได้ประโยชน์ยังไง?

การดื่มแชมเปญในปริมาณพอเหมาะมี ประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและหัวใจให้ทำงานดีขึ้น นอกจากนี้ แชมเปญยังมีสารต้านอนุมูลอิสระจากองุ่น ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ และยังเสริมบรรยากาศทางสังคมให้ผ่อนคลายและสนุกสนาน อย่างไรก็ตามควรดื่มอย่างพอเหมาะเพื่อสุขภาพและความปลอดภัย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง