
ฉลามคิเทฟิน เรืองแสง นักล่าเงียบแห่งทะเลลึก
- J. Kanji
- 10 views

ฉลามคิเทฟิน เรืองแสง คือฉลามทะเลลึก ที่ใช้แสงชีวภาพ เป็นเครื่องมือสำคัญ ในการพรางตัวและล่าเหยื่อ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อม ที่มืดสนิทของทะเลลึก แม้มันจะไม่โดดเด่นด้านความเร็ว หรือรูปลักษณ์ดุดัน แต่กลับเป็นหนึ่งในฉลามไม่กี่ชนิด ที่สามารถเรืองแสงได้ทั้งลำตัว และยังถือเป็นฉลามเรืองแสง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด เท่าที่มนุษย์ค้นพบ
- ลักษณะเด่นของฉลามคิเทฟิน และถิ่นอาศัยในทะเลลึก
- การเรืองแสงของฉลามคิเทฟิน และพฤติกรรมการล่า
- สถานะการอนุรักษ์ และบทบาทในระบบนิเวศทะเลลึก
ทำไมฉลามคิเทฟิน ถึงพิเศษกว่าฉลามทั่วไป ?
ฉลามคิเทฟินมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dalatias licha จัดอยู่ในวงศ์ Dalatiidae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับ ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ที่หลายคนคุ้นชื่อ โดยฉลามชนิดนี้ ได้รับการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ครั้งแรกในชื่อ Squalus licha โดยนักธรรมชาติวิทยา ชาวฝรั่งเศส Pierre Joseph Bonnaterre ในปี ค.ศ. 1788 ก่อนจะถูกจัดจำแนกใหม่ในสกุล Dalatias ในเวลาต่อมา
ความพิเศษของฉลามกลุ่มนี้ คือพวกมันเป็น ฉลามน้ำลึก ที่มีอวัยวะเรืองแสง (photophores) กระจายอยู่ตามลำตัว ฉลามคิเทฟินถือเป็นฉลามเรืองแสง ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยตัวเต็มวัยสามารถยาว ได้มากกว่า 1.8 เมตร รูปร่างลำตัวอวบหนา สีเข้มออกน้ำตาล หรือเทาดำ ดวงตาค่อนข้างโต ช่วยรับแสงในสภาพแวดล้อม ที่มืดเกือบสนิท
ต่างจากภาพจำของฉลามดุร้าย ฉลามคิเทฟินเป็นนักล่า ที่เคลื่อนไหวช้า แต่มีความแม่นยำสูง มันไม่จำเป็นต้องไล่ล่าเหยื่อ ด้วยความเร็ว เพราะอาศัยความมืด ความนิ่ง และแสงเรืองเบาๆ เป็นตัวช่วย (2 ตุลาคม 2025) [1]
ถิ่นอาศัยและระดับความลึก ของฉลามคิเทฟิน
ฉลามคิเทฟินเป็นสัตว์ทะเลน้ำลึก ที่พบได้ในมหาสมุทร เกือบทั่วโลก ทั้งมหาสมุทรแอตแลนติก แปซิฟิก และอินเดีย โดยเฉพาะบริเวณไหล่ทวีป และทะเลเปิด ระดับความลึกที่พบได้บ่อย อยู่ระหว่างประมาณ 200–1,000 เมตร และมีรายงานการพบ ลึกกว่านั้นในบางพื้นที่
ทะเลในระดับนี้ เป็นเขตที่แสงอาทิตย์ แทบไม่เหลืออยู่เลย อุณหภูมิต่ำ และความดันสูงมากสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ทำให้สัตว์ที่อาศัยอยู่ ต้องพึ่งพาประสาทสัมผัสอื่นๆ เช่น การรับแรงสั่นสะเทือน กลิ่น และแสงชีวภาพ ฉลามคิเทฟินจึงพัฒนา ความสามารถในการเรืองแสง เพื่อปรับตัว ให้เหมาะกับโลกใต้ทะเลลึก
กลไกการเรืองแสงใต้ท้องทะเล ของฉลามคิเทฟิน

หนึ่งในจุดเด่นที่สุด ของฉลามคิเทฟิน คือการเรืองแสงชีวภาพ (Bioluminescence) ซึ่งเกิดจากอวัยวะพิเศษ ที่เรียกว่า photophores กระจายอยู่ทั่วบริเวณท้อง และด้านข้างของลำตัว แสงที่ปล่อยออกมา มักเป็นแสงสีเขียวอมฟ้าอ่อน ไม่สว่างจ้า แต่พอให้กลมกลืนกับแสง ที่ส่องลงมาจากผิวน้ำด้านบน เทคนิคนี้เรียกว่า counter-illumination
ซึ่งช่วยพรางตัว ไม่ให้เงาของฉลาม ถูกมองเห็นจากเหยื่อ ที่อยู่ด้านล่าง ความน่าสนใจอีกอย่างคือ ฉลามคิเทฟินสามารถ ควบคุมระดับการเรืองแสงได้ ผ่านฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้มันไม่จำเป็น ต้องเรืองแสงตลอดเวลา แต่เลือกใช้ในช่วง ที่เหมาะสมที่สุด
โดยงานวิจัย ที่ตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2021 ในวารสาร Frontiers in Marine Science ระบุว่า การเรืองแสงของฉลามคิเทฟิน (Dalatias licha) ถูกควบคุมผ่านระบบฮอร์โมน โดยเมลาโทนิน (melatonin) ทำหน้าที่กระตุ้นการปล่อยแสงจาก photophores ขณะที่ α‑MSH และ ACTH มีบทบาทในการยับยั้ง หรือหรี่ความเข้มของแสง (26 กุมภาพันธ์ 2021) [2]
อาหารและพฤติกรรมการล่าของฉลามคิเทฟิน
แม้จะไม่ใช่นักล่าที่เร็วหรือดุดัน ฉลามคิเทฟินกลับเป็นนักล่า ที่มีประสิทธิภาพสูง อาหารหลักของมัน ประกอบด้วยปลาในทะเลลึก ปลาหมึก และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดกลาง โดยมักเลือกโจมตีเหยื่อที่อ่อนแอ หรือไม่ทันระวังตัว
มีรายงานว่าฉลามคิเทฟิน สามารถกัดชิ้นเนื้อจากสัตว์ ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเองได้ คล้ายกับฉลามคุกกี้คัตเตอร์ แต่จะทำในลักษณะ ที่ต่างออกไป คือการเข้าโจมตีอย่างเงียบเชียบ และฉับพลันในระยะใกล้ ก่อนถอยกลับเข้าสู่ ความมืดอย่างรวดเร็ว
พฤติกรรมการล่าของมัน มักอาศัยการลอยตัวช้าๆ ในความมืด ใช้เรืองแสงพรางตัว ไม่ให้เหยื่อสังเกตเห็น และอาศัยประสาทรับรู้ไฟฟ้า เพื่อตรวจจับสัญญาณการเคลื่อนไหว ของกล้ามเนื้อเหยื่อ เมื่อเข้าใกล้ในระยะที่เหมาะสม จึงพุ่งกัดอย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพ
วงจรชีวิตและการสืบพันธุ์ของฉลามคิเทฟิน
ข้อมูลเกี่ยวกับการสืบพันธุ์ ของฉลามคิเทฟินยังมีจำกัด เนื่องจากการศึกษาในทะเลลึก ทำได้ยาก อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์พบว่า ฉลามชนิดนี้เป็น สัตว์ออกลูกเป็นตัว (ovoviviparous) คือไข่จะฟักภายในตัวแม่ก่อนคลอด ลูกฉลามที่เกิดมา จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับปลาทั่วไป
ช่วยเพิ่มโอกาสรอด ในสภาพแวดล้อม ที่โหดร้ายของทะเลลึก อัตราการเจริญเติบโต ค่อนข้างช้า และคาดว่ามีอายุยืนหลายสิบปี ลักษณะการเติบโตช้า และออกลูกจำนวนน้อย ทำให้ฉลามคิเทฟิน มีความเสี่ยงต่อการ ลดจำนวนประชากร หากถูกจับหรือถูกรบกวน จากกิจกรรมมนุษย์มากเกินไป
บทบาทฉลามคิเทฟินในระบบนิเวศ และสถานะการอนุรักษ์
ในระบบนิเวศทะเลลึก ฉลามคิเทฟินทำหน้าที่ เป็นผู้ล่าระดับกลางถึงสูง ช่วยควบคุมจำนวนประชากรของปลา และปลาหมึกในระดับความลึกต่างๆ ทำให้ระบบนิเวศยังคงสมดุล แม้ว่าจะไม่ใช่ฉลาม ที่มนุษย์ล่าโดยตรงเป็นหลัก แต่ฉลามคิเทฟินมักติดอวนลากทะเล โดยไม่ได้ตั้งใจ
รวมถึงได้รับผลกระทบ จากการทำประมง เชิงอุตสาหกรรม ในระดับความลึกมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลอัปเดตของ IUCN ในปี 2018 ระบุว่าฉลามคิเทฟิน ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Vulnerable (มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์) สะท้อนถึงความเปราะบาง ของประชากร จากแรงกดดันของกิจกรรมมนุษย์ (2018) [3]
ด้วยอัตราการเติบโตที่ช้า และการสืบพันธุ์ต่ำ นักชีววิทยาจึงมองว่า ฉลามคิเทฟินเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลลึก ที่ควรได้รับการติดตาม และอนุรักษ์อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้มันหายไป ก่อนที่มนุษย์จะเข้าใจมันอย่างแท้จริง
ฉลามคิเทฟิน เรืองแสง กับบทสรุป
ฉลามคิเทฟิน เรืองแสง ไม่ใช่ฉลามที่น่ากลัว ในแบบที่หลายคนจินตนาการ แต่มันคือสัญลักษณ์ ของการปรับตัวอันน่าทึ่ง ในโลกใต้ทะเลลึก แสงเรืองเบาๆ บนลำตัวของมัน ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่คือเครื่องมือสำคัญ ในการพรางตัว ล่าเหยื่อ และอยู่รอด ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุด แห่งหนึ่งของโลก
แสงเรืองของฉลามคิเทฟิน ใช้ทำอะไรเป็นหลัก ?
หน้าที่หลัก คือการพรางตัวในน้ำลึก ผ่านเทคนิค counter-illumination ซึ่งช่วยให้ลำตัวของฉลาม กลมกลืนกับแสงจากผิวน้ำ ลดโอกาสที่เหยื่อ จะมองเห็นเงาจากด้านล่าง นอกจากนี้ แสงเรืองอ่อนๆ ยังอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ในการเข้าใกล้เหยื่อ ในความมืด และอาจมีบทบาท ในการสื่อสารระหว่าง ฉลามชนิดเดียวกัน ในระยะใกล้
ฉลามคิเทฟินใกล้สูญพันธุ์หรือยัง ?
แม้จะยังไม่ถือว่าใกล้สูญพันธุ์ขั้นวิกฤติ แต่ฉลามคิเทฟินถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ที่มีความเปราะบางสูง เนื่องจากอัตราการเติบโตช้า และออกลูกจำนวนน้อย เมื่อรวมกับแรงกดดัน จากการทำประมงทะเลลึก จึงทำให้ประชากรฟื้นตัวได้ยาก และจำเป็นต้องได้รับการเฝ้าระวัง และอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง
- Tags: สัตว์


