ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นักล่าปรสิต แห่งท้องทะเลลึก

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นักล่าปรสิต

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นักล่าปรสิต ฉลามที่มีวิธีการล่า แตกต่างจากฉลามทั่วไป มันอาศัยกลยุทธ์การกัดเนื้อ ออกมาเพียงชิ้นเดียว ทิ้งรอยแผลกลมคล้ายคุกกี้ ไว้บนร่างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ วิธีล่าที่แปลกแต่ชาญฉลาดนี้ ทำให้ฉลามขนาดเล็กชนิดนี้ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แม้ต้องเผชิญกับสัตว์ทะเล ขนาดใหญ่กว่ามันหลายเท่า

  • ภาพรวม และลักษณะเด่น ของฉลามคุกกี้คัตเตอร์
  • เทคนิคการล่าแบบกัดเป็นวง และหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
  • บทบาทฉลามคุกกี้คัตเตอร์ในระบบนิเวศ และสถานะ IUCN

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ คือฉลามอะไร ?

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Isistius brasiliensis จัดอยู่ในวงศ์ Dalatiidae เป็นฉลามทะเลลึก ที่พบได้ในมหาสมุทรเขตร้อน และกึ่งร้อนทั่วโลก ชื่อ “Cookiecutter” มาจากรอยกัดลักษณะกลมมน คล้ายคุกกี้ ที่ถูกพิมพ์ออกจากแผ่นแป้ง

ลักษณะเด่นของฉลามชนิดนี้คือ ลำตัวทรงกระบอกสั้น ดวงตาขนาดใหญ่ และปากที่มีฟัน แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฟันบนมีขนาดเล็กแหลม ใช้ยึดเกาะ ส่วนฟันล่างมีขนาดใหญ่ เรียงเป็นแถวคล้ายใบมีด ใช้สำหรับเฉือนเนื้อ ออกจากเหยื่อเป็นชิ้นเดียว

แม้หน้าตาจะดูไม่ดุดัน เหมือนฉลามขาว หรือฉลามเสือ หรือฉลามทะเลลึกหน้าตาแปลกอย่าง ฉลามก็อบลิน (Goblin Shark) แต่กลยุทธ์การล่า ของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในวิธีที่แปลกที่สุด ในโลกของฉลาม

ลักษณะทางกายภาพ ของฉลามคุกกี้คัตเตอร์

ในเชิงประวัติศาสตร์ฉลามชนิดนี้ ถูกบรรยายลักษณะ ทางวิทยาศาสตร์ อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก โดยนักธรรมชาติวิทยา ชาวฝรั่งเศส Jean René Constant Quoy และ Joseph Paul Gaimard ในช่วงปี ค.ศ. 1817–1820 ซึ่งนับเป็นหนึ่งในบันทึกยุคแรก ของการศึกษาสัตว์ทะเลลึก ฉลามคุกกี้คัตเตอร์เป็นฉลามขนาดเล็ก

มีความยาวเฉลี่ยเพียง 42–56 เซนติเมตร น้ำหนักไม่มากนัก แต่กลับเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง จากรูปแบบการล่า ที่ไม่เหมือนใคร ลำตัวมีสีเข้ม ตั้งแต่น้ำตาลจนถึงเทาเข้ม ส่วนท้องสีอ่อน ช่วยให้กลมกลืนกับแสงจากผิวน้ำ โดยเฉพาะ แถบสีเข้มบริเวณคอ ที่ดูคล้ายเงาปาก ของปลาขนาดใหญ่

ซึ่งเชื่อว่ามีส่วนช่วยล่อเหยื่อให้เข้าใกล้ ดวงตาขนาดใหญ่ ช่วยให้มองเห็นได้ดี ในสภาพแสงน้อยของทะเลลึก ขณะที่ อวัยวะเรืองแสง (bioluminescence) บริเวณท้องช่วยพรางตัว จากเหยื่อที่มองขึ้นมาจากด้านล่าง ทำให้มันแทบไม่โดดเด่นในน้ำมืด (30 กันยายน 2025) [1]

แหล่งอาศัยของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ และการกระจายพันธุ์

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์อาศัยอยู่ใน มหาสมุทรเปิดทั่วโลก โดยเฉพาะในเขตร้อน และกึ่งร้อน พบได้ทั้งในมหาสมุทรแปซิฟิก แอตแลนติก และอินเดีย ในเวลากลางวัน ฉลามชนิดนี้ มักอาศัยอยู่ในทะเลลึก 500-1000 เมตร เพื่อหลีกเลี่ยงนักล่าขนาดใหญ่ แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน มันจะว่ายขึ้นสู่ชั้นน้ำตื้นมากขึ้น เพื่อหาอาหาร

พฤติกรรมนี้เรียกว่า การอพยพแนวดิ่งรายวัน (Diel Vertical Migration) แหล่งอาศัยลักษณะนี้ ทำให้ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ไม่ค่อยถูกพบเห็นโดยมนุษย์ แต่ร่องรอยการกัดของมัน กลับถูกพบได้บ่อย บนร่างสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหลักฐาน ถึงการกระจายตัวที่กว้างขวางของมัน

เทคนิคการล่าแบบ “กัดเป็นวง” ของฉลามคุกกี้คัตเตอร์

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นักล่าปรสิต

สิ่งที่ทำให้ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ มีชื่อเสียง คือวิธีการล่าที่ไม่เหมือนใคร แทนที่จะฆ่าเหยื่อทั้งตัว มันเลือกกัดเนื้อออกมา เป็นชิ้นกลมเพียงชิ้นเดียว กระบวนการล่า จะเริ่มจากการเข้าใกล้เหยื่อ อย่างเงียบเชียบ จากนั้นใช้ฟันบนยึดเกาะ ผิวหนังของเหยื่อ แล้วใช้ลำตัวหมุนเป็นวงกลม พร้อมกับฟันล่างที่คมกริบ เฉือนเนื้อออกมาเป็นแผ่นกลม ในครั้งเดียว

เหยื่อของมันมีตั้งแต่ปลาใหญ่ วาฬ โลมา ปลากระเบน ไปจนถึงฉลามชนิดอื่น การกัดลักษณะนี้ มักไม่ทำให้เหยื่อตายทันที แต่สร้างบาดแผลที่ชัดเจน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ สามารถระบุได้ทันทีว่า เป็นฝีมือของฉลามคุกกี้คัตเตอร์

งานวิจัยที่เผยแพร่โดย NOAA Fisheries ในปี ค.ศ. 2021 รายงานการสำรวจรอยกัด ของฉลามคุกกี้คัตเตอร์บนซากโลมา และวาฬหลายชนิดใน อ่าวเม็กซิโก ซึ่งช่วยยืนยันว่า พฤติกรรมการกัดเป็นวงกลม ของฉลามชนิดนี้ พบได้จริงในธรรมชาติ และไม่ใช่เพียงสมมติฐาน ทางทฤษฎีเท่านั้น (19 เมษายน 2021) [2]

อาหาร และบทบาทของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ในระบบนิเวศ

อาหารหลักของฉลามคุกกี้คัตเตอร์ คือชิ้นเนื้อจากสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ รวมถึงปลาหมึก และปลาขนาดกลางบางชนิด ลักษณะการกินแบบ “กัดแล้วหนี” ช่วยให้มันใช้พลังงานน้อยลง และลดความเสี่ยง จากการถูกเหยื่อ ตอบโต้โดยตรง ในเชิงระบบนิเวศ ฉลามคุกกี้คัตเตอร์มีบทบาท ในการช่วยควบคุมสมดุล ของประชากรสัตว์ทะเลขนาดใหญ่

โดยบาดแผลจากการกัด อาจทำให้เหยื่ออ่อนแอลง หรือส่งผลต่อพฤติกรรมการว่ายน้ำ และการหาอาหารในระยะยาว จากข้อมูลการประเมินของ IUCN ในปี 2018 ระบุว่าฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ถูกจัดให้อยู่ในสถานะ Least Concern (ความเสี่ยงต่ำ) (2018) [3]

ซึ่งสะท้อนว่าประชากรของมัน ยังคงมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง แม้จะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมทะเลลึก ที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก นอกจากนี้ ร่องรอยการกัด ที่พบบนร่างสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ ยังเป็นหลักฐานสำคัญ ที่นักชีววิทยาทางทะเล ใช้ศึกษาเส้นทางการเคลื่อนที่ และพฤติกรรม ของสัตว์ทะเลลึกอีกด้วย

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์กับมนุษย์

แม้จะฟังดูน่ากลัว แต่ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ แทบไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจากมันอาศัยอยู่ในทะเลลึก และมีขนาดเล็กมาก อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า มันเคยกัดอุปกรณ์ใต้น้ำ เช่น สายเคเบิล เรือดำน้ำ และชุดดำน้ำของมนุษย์ เหตุการณ์เหล่านี้ มักเกิดจากความเข้าใจผิด

เมื่อฉลามคิดว่าวัตถุเหล่านั้น คือเหยื่อขนาดใหญ่ ที่เหมาะสำหรับการกัดเป็นชิ้นเล็กๆ มากกว่าจะเป็นการโจมตีมนุษย์โดยตรง ปัจจุบันฉลามคุกกี้คัตเตอร์ ยังไม่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และยังถือว่าเป็นหนึ่งในฉลาม ที่มีการปรับตัวได้ดี ในสภาพแวดล้อมทะเลลึก

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นักล่าปรสิต กับบทสรุป

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์ นักล่าปรสิต อาจเป็นฉลามตัวเล็ก ที่ไม่ค่อยมีใครเห็น แต่กลยุทธ์การล่าของมัน กลับโดดเด่น และไม่เหมือนใคร การกัดเป็นวงกลมเล็กๆ ช่วยให้มันอยู่รอด ในโลกทะเลลึก ที่เต็มไปด้วยนักล่าขนาดใหญ่ ฉลามชนิดนี้ จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ความสามารถในการปรับตัว คือกุญแจสำคัญ ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอด ในธรรมชาติ

ทำไมรอยกัดของฉลามชนิดนี้ ถึงเป็นวงกลม ?

เพราะมันใช้ฟันบน ยึดเกาะผิวเหยื่อไว้ให้มั่นคง จากนั้นหมุนลำตัวเป็นวง พร้อมกับใช้ฟันล่างที่คมกริบ เฉือนเนื้อออกมาเป็นแผ่นเดียว กระบวนการนี้ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และแม่นยำ จึงทิ้งรอยแผลทรงกลม ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ของฉลามคุกกี้คัตเตอร์

ฉลามคุกกี้คัตเตอร์กินเหยื่อทั้งตัวหรือไม่ ?

ไม่กินทั้งตัว ส่วนใหญ่จะกัดเนื้อออกมาเพียงชิ้นเล็กๆ แล้วว่ายหนี วิธีการล่าแบบนี้ ช่วยให้มันได้รับพลังงานเพียงพอ โดยไม่ต้องเสี่ยงเผชิญหน้า กับเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าอย่างมาก และยังช่วยลดโอกาสบาดเจ็บ จากการตอบโต้ของเหยื่อด้วย

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง