รู้ไหมว่า ต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง เพราะอะไร ?

ต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง เพราะอะไร

ต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง เพราะอะไร ต้นไม้หลายชนิด อาจดูเหมาะกับการปลูกในกระถาง แต่แท้จริงแล้ว โครงสร้างรากและการเจริญเติบโตของมัน ต้องการพื้นที่มากกว่าที่กระถางจะให้ได้ บทความนี้จะชวนสำรวจว่าทำไมต้นไม้บางชนิดจึง “ไม่ควรอยู่ในกระถาง” และควรเลือกวิธีปลูกที่เหมาะสมแทน

  • ทำไมบางต้นไม้ไม่เหมาะกับการปลูกในกระถาง
  • ลักษณะของต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง
  • ผลกระทบเมื่อปลูกในกระถาง ตัวอย่างต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในกระถาง
  • ทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากปลูกในพื้นที่จำกัด

ทำไมบางต้นไม้ไม่เหมาะกับการปลูกในกระถาง?

ต้นไม้บางชนิดไม่เหมาะกับการปลูกในกระถาง เพราะระบบรากของมันต้องการพื้นที่กว้าง และลึกเช่นไม้ยืนต้นหรือไม้ผลใหญ่ หากถูกจำกัดอยู่ในกระถาง จะทำให้รากอึดอัด และการเจริญเติบโตไม่เต็มที่ นอกจากนี้ กระถางยังควบคุมความชื้นได้ยาก บางครั้งอุ้มน้ำมากเกินไป จนรากเน่า หรือแห้งเร็วเกินไป จนต้นไม้ขาดน้ำ

ความเข้าใจนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่ค่อย ๆ พัฒนาตามกาลเวลา ตั้งแต่ ปี 500 ก่อนคริสตกาล ที่เริ่มมีการใช้กระถางดินเผา ในสวนลอยแห่งบาบิโลน, ต่อมาใน ปี 1920 นักพฤกษศาสตร์เริ่มศึกษาว่า พืชบางชนิดไม่สามารถเติบโตได้ดี ในภาชนะจำกัด 

และใน ปี 2020 ความนิยมปลูกไม้ฟอกอากาศในคอนโด ทำให้เกิดการตระหนักชัดเจนว่า ต้นไม้บางประเภทเช่น ไม้ผลใหญ่ หรือไม้ยืนต้น ไม่เหมาะกับการปลูกในกระถางเลย

ลักษณะของต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง

  1. ระบบรากลึกหรือแผ่กว้าง: ต้นไม้ที่มีรากลึกเช่นไม้ยืนต้น หรือรากแผ่กว้างเช่นไทร จะอึดอัดในกระถาง ทำให้การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ และเสี่ยงต่อการตาย
  2. ขนาดโตเต็มวัยที่ใหญ่เกินไป: ไม้ผลเช่น มะม่วง หรือไม้ประดับที่สูงเกิน 2–3 เมตร ต้องการพื้นที่มาก กระถางไม่สามารถรองรับได้
  3. ต้องการการระบายอากาศ หรือความชื้นเฉพาะ: พืชบางชนิด เช่นพุดซ้อน ต้องการความชื้นสูง และการระบายอากาศดี หากปลูกในกระถางภายในบ้าน จะไม่เหมาะสม
  4. ต้องการสารอาหารจำนวนมาก: พืชที่มีการเจริญเติบโตเร็ว เช่นไม้ผลใหญ่ ต้องการธาตุอาหารหลากหลาย กระถางมีพื้นที่จำกัด ในการเก็บสารอาหาร
  5. ความเสี่ยงต่อโรคและแมลง: กระถางที่มีการระบายน้ำไม่ดี อาจทำให้เกิดโรครากเน่า และแมลงรบกวนได้ง่าย

ผลกระทบเมื่อปลูกในกระถาง

  1. การใช้กระถางพลาสติก ในอุตสาหกรรมพืชสวน มีการใช้กระถางพลาสติกมากกว่า 350 ล้านชิ้นต่อปี ในสหรัฐฯ ซึ่งสร้างขยะพลาสติกจำนวนมหาศาล
  2. ความเสี่ยงต่อโรครากเน่าในพืชกระถาง พืชที่ปลูกในกระถาง มีความเสี่ยงต่อโรครากเน่าเพิ่มขึ้นกว่า 25% หากระบบระบายน้ำไม่ดี
  3. การเจริญเติบโตที่ช้าลง ต้นไม้ที่มีระบบรากลึก เมื่อปลูกในกระถาง จะมีการเจริญเติบโตช้าลงเฉลี่ย 30–40% เมื่อเทียบกับการปลูกลงดิน
  4. ต้นไม้ที่ปลูกในกระถางมีพื้นที่จำกัด ทำให้ธาตุอาหารหมดเร็ว จึงควรได้รับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เจริญเติบ โตดีและมีใบสวยงาม การให้ปุ๋ยควรทำอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำทุก 2–4 สัปดาห์ (สืบค้นเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2026) แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชนิดของพืชและฤดูกาล

ที่มา: ปลูกต้นไม้ในกระถาง ต้องรู้อะไรบ้าง (2 มกราคม 2026) [1]

ตัวอย่างต้นไม้ที่ไม่ควรปลูกในกระถาง

  • ต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่เช่น มะม่วง, ยางนา, ประดู่, สนมังกร,  มีระบบรากลึกและลำต้นสูง ต้องการพื้นที่มาก กระถางไม่สามารถรองรับ การเจริญเติบโตได้
  • ไม้ผลบางชนิดเช่น ขนุน, มะพร้าว, กล้วย เพราะต้องการสารอาหาร และพื้นที่รากกว้าง หากอยู่ในกระถาง จะโตช้า และให้ผลผลิตไม่เต็มที่
  • พืชที่ต้องการพื้นที่รากมากเช่น ไผ่, ไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เพราะรากแผ่กว้าง และรุกรานง่าย หากจำกัดในกระถาง จะเกิดภาวะรากอัดแน่น และเครียด

ต้นไม้ที่ไม่ควรเลี้ยงในบ้าน เพราะอะไร ต้นไม้บางชนิดแม้จะปลูกในกระถางได้ แต่ไม่เหมาะกับการเลี้ยงในบ้าน เช่น ไม้ที่ปล่อยละอองเกสรหรือกลิ่นแรง อาจกระตุ้นภูมิแพ้ หรือไม้ที่มีระบบรากรุกรานอาจทำลายพื้นบ้าน 

นอกจากนี้ ต้นไม้ที่ต้องการแสงแดดจัดหรือพื้นที่ระบายอากาศดี เช่น ไผ่หรือกล้วย ก็ไม่เหมาะกับสภาพแวดล้อมในบ้านที่มีแสงจำกัดและอากาศนิ่ง

ทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากปลูกในพื้นที่จำกัด

  • เลือกต้นไม้ที่เหมาะกับกระถาง เช่น ไม้ฟอกอากาศ (ลิ้นมังกร, พลูด่าง), สมุนไพร (โหระพา, กะเพรา, ผักชี), และไม้ประดับขนาดเล็ก ที่มีระบบรากไม่ซับซ้อน เหมาะกับการปลูกในพื้นที่จำกัด
  • ใช้ระบบปลูกแบบไฮโดรโพนิกส์ (Hydroponics) การปลูกพืช โดยใช้สารละลายธาตุอาหารในน้ำแทนดิน ช่วยให้รากได้รับสารอาหารโดยตรง และควบคุมคุณภาพได้ เหมาะกับพื้นที่เล็ก และในครัวเรือน (25 สิงหาคม 2025) [2]
  • ใช้ระบบปลูกแบบแอโรโพนิกส์ (Aeroponics) การปลูกพืชโดยให้รากลอยในอากาศ และพ่นละอองน้ำผสมสารอาหารไปที่ราก ทำให้รากได้รับทั้งออกซิเจน และสารอาหารพร้อมกัน ประหยัดน้ำ และเหมาะกับพื้นที่จำกัด (13 ตุลาคม 2024) [3]

วิธีเลือกต้นไม้ให้เหมาะกับภาชนะปลูก

  1. พิจารณาขนาดและระบบรากของต้นไม้ เลือกต้นไม้ที่มีระบบรากไม่ลึกหรือไม่แผ่กว้างมากเช่น ไม้พุ่ม ไม้ฟอกอากาศ หรือสมุนไพร เพื่อให้กระถางรองรับได้ดี
  2. เลือกภาชนะที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต กระถางควรมีขนาดพอเหมาะกับต้นไม้ มีรูระบายน้ำ และวัสดุที่ช่วยรักษาความชื้นเช่น ดินผสมหรือวัสดุปลูกที่เบา
  3. คำนึงถึงสภาพแวดล้อมและการดูแล เลือกต้นไม้ที่สอดคล้องกับสภาพแสง น้ำ และอุณหภูมิในพื้นที่เช่น ต้นไม้ทนร่มสำหรับในบ้าน หรือไม้ทนแดดสำหรับระเบียง

สรุป  ต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง เพราะอะไร ถึงลงดินดีกว่า

ต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง เพราะอะไร

สรุป ต้นไม้ที่ไม่ควรอยู่ในกระถาง เพราะอะไร ที่ไม่ควรปลูกเพราะระบบรากลึก หรือแผ่กว้างเกินกว่าพื้นที่จำกัดของกระถางจะรองรับได้ การปลูกในกระถางทำให้ธาตุอาหารหมดเร็ว รากอัดแน่น และต้นไม้เจริญเติบโตช้าลง หรือเสี่ยงต่อโรค ไม้ยืนต้นใหญ่ ไม้ผลบางชนิด และพืชที่ต้องการพื้นที่รากมาก จึงเหมาะกับการปลูกลงดินมากกว่า

ต้นไม้ชนิดไหนบ้างที่ไม่ควรปลูกในกระถาง?

ได้แก่ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น มะม่วงหรือยางนา เพราะระบบรากลึก และลำต้นสูงเกินพื้นที่จำกัด ไม้ผลบางชนิด เช่น ขนุน มะพร้าว หรือกล้วย ต้องการสารอาหารและพื้นที่รากมาก หากอยู่ในกระถางจะโตช้าและให้ผลผลิตไม่เต็มที่ พืชที่มีรากแผ่กว้าง เช่น ไผ่หรือไม้เลื้อยขนาดใหญ่ เพราะรากอัดแน่นและเสี่ยงต่อโรค

ถ้าปลูกต้นไม้ที่ไม่เหมาะในกระถาง จะเกิดผลเสียอะไรกับต้นไม้?

ถ้าปลูกต้นไม้ที่ไม่เหมาะในกระถาง รากจะอัดแน่น และไม่สามารถขยายตัวได้เต็มที่ ทำให้ต้นไม้เครียดและเจริญเติบโตช้าลง ธาตุอาหารและน้ำในกระถางหมดเร็ว ส่งผลให้ใบเหลือง ผลผลิตลดลง และต้นไม้ดูโทรม ในระยะยาวต้นไม้มีโอกาสอ่อนแอ และเสี่ยงต่อโรค มากกว่าการปลูกลงดินโดยตรง

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน
Picture of OTP
OTP

แหล่งอ้างอิง