ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป เพราะอะไร คนจึงไม่นิยม 

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป เพราะอะไร

้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป เพราะอะไร ไม่ใช่ต้นไม้ทุกต้น ที่จะถูกมองว่าสวยงาม หรือควรค่าแก่การบันทึกภาพ ต้นไม้จำนวนมากเติบโตอยู่เงียบ ๆ ริมทาง ในพื้นที่รกร้าง หรือหลังโครงสร้างคอนกรีต แม้จะมีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ แต่กลับแทบไม่ปรากฏอยู่ในสายตาของมนุษย์เลย

  • ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูปคือแบบไหน? 
  • ไทม์ไลน์ เมื่อภาพถ่ายกำหนดคุณค่าของธรรมชาติ 
  • ต้นไม้ที่ “ไม่ถูกเลือก” ในสายตาเรา คืออะไร? 
  • บทบาทที่ถูกมองไม่เห็น 

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูปคือแบบไหน? 

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป มักเป็นต้นไม้ที่ไม่ตรงกับภาพจำ ของความสวยงามแบบไม้ประดับทั่วไป ลำต้นอาจคดงอ แตกกิ่งไม่เป็นระเบียบ ใบมีรอยแมลงกัด หรือขึ้นแทรกอยู่ในพื้นที่ที่ดูรกร้าง เช่น ข้างทาง ซอกกำแพง ลานร้าง หรือพื้นที่ก่อสร้างร้าง ทำให้ไม่สอดคล้องกับฉากหลังที่ผู้คนมักต้องการบันทึกภาพ 

ต้นไม้กลุ่มนี้จำนวนมาก เป็นไม้เบิกนำ หรือพืชที่เติบโตเองตามธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการจัดรูปทรง หรือดูแลอย่างสม่ำเสมอ จึงให้ภาพลักษณ์ที่ “ดิบ” และไม่ผ่านการควบคุม ต่างจากสวนจัดแต่งหรือพื้นที่สีเขียวเชิงออกแบบ แม้จะไม่ดึงดูดสายตาในเชิงสุนทรียะ แต่กลับสะท้อนความสามารถในการปรับตัว และอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย 

ที่สำคัญ ความไม่น่าถ่ายรูปของต้นไม้เหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงการไร้คุณค่า หากแต่สะท้อนช่องว่างระหว่างมุมมองของมนุษย์กับกลไกของธรรมชาติ ซึ่งให้ความสำคัญกับการอยู่รอด และการทำหน้าที่ มากกว่าความสวยงาม ที่ถูกนิยามผ่านเลนส์กล้อง 

ไมต้นไม้บางต้นจึงไม่อยู่ในเฟรมความทรงจำของมนุษย์ 

  • มาตรฐานความงามที่มนุษย์สร้างขึ้น

งานศึกษาด้านภูมิทัศน์พบว่า มนุษย์มีแนวโน้มถ่ายภาพต้นไม้ที่มีลักษณะ “เป็นระเบียบ” มากกว่าต้นไม้ธรรมชาติถึงราว 60–70% ในพื้นที่เมือง ส่งผลให้ต้นไม้ที่เติบโตอย่างอิสระ ถูกมองว่า “รก” มากกว่า “งาม” 

  • บริบทของพื้นที่มักถูกเรียกว่า “พื้นที่รกร้างว่างเปล่า” 

ต้นไม้ที่ขึ้นในพื้นที่เสื่อมโทรม เช่น พื้นที่ถล่ม ไร่นาที่ถูกทิ้ง หรือดินที่ไม่มีสารอาหาร มักถูกเหมารวมว่าเป็นส่วนหนึ่ง ของความเสื่อมโทรมนั้น แม้ตัวมันเองจะช่วยลดอุณหภูมิพื้นผิว ได้เฉลี่ย 2–4°C และดูดซับฝุ่น PM2.5 ได้ในระดับหนึ่ง 

  • การเล่าเรื่องที่หายไป

ต้นไม้ที่ไม่มีเรื่องเล่า ไม่มีชื่อ ไม่มีการออกแบบให้เป็นแลนด์มาร์ก จึงไม่ถูกมองว่า “ควรถ่าย” ทั้งที่บทบาทเชิงนิเวศของมัน อาจสำคัญกว่าต้นไม้ในสวนสาธารณะหลายแห่ง หรืออาจจะเป็นต้นไม้ที่ไม่มงคล ไม่นิยมปลูกในบ้าน เช่นต้นต้นรักเร่ ต้นเต่าร้าง กล้วยตานี ที่มีความเชื่อว่าเป็นต้นไม้อัปมงคลจึงไม่นิยม (9 พฤษภาคม 2024) [1]

ไทม์ไลน์ เมื่อภาพถ่ายกำหนดคุณค่าของธรรมชาติ 

  • ค.ศ. 1850–1900: การถ่ายภาพภูมิทัศน์ยุคแรก เน้น “ธรรมชาติบริสุทธิ์” และตัดสิ่งรบกวนออกจากเฟรม 

  • ค.ศ. 1970: แนวคิดนิเวศวิทยาเมือง เริ่มชี้ให้เห็นบทบาทของธรรมชาติ ในพื้นที่เสื่อมโทรม แต่ยังไม่ถูกสะท้อนผ่านสื่อภาพมากนัก 

  • ค.ศ. 2010–ปัจจุบัน: โซเชียลมีเดียทำให้ภาพธรรมชาติ ถูกคัดเลือกอย่างเข้มข้นยิ่งขึ้น ต้นไม้ที่ไม่สวยตามอัลกอริทึม จึงยิ่งหายไปจากการรับรู้ของสาธารณะ 

การเปลี่ยนมุมมองต่อไม้ที่ไม่ถูกถ่าย 

  • ช่วงปลายศตวรรษที่ 19: พืชที่ขึ้นเองในเมืองถูกมองเป็นวัชพืชและภัยต่อสุขาภิบาล

  • ทศวรรษ 1970: งานนิเวศวิทยาเริ่มชี้บทบาทของพืชเบิกนำในระบบ disturbed ecosystems 

  • หลังปี 2000: แนวคิด urban ecology และ nature-based solutions เริ่มให้คุณค่ากับพืชที่เติบโตเองในเมืองมากขึ้น 

ต้นไม้ที่ “ไม่ถูกเลือก” ในสายตาเรา คืออะไร? 

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป มักหมายถึง พืชที่ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานความงามร่วมสมัย เช่น ทรงพุ่มไม่สมดุล ใบหยาบ สีหม่น หรือขึ้นในบริบทที่ถูกมองว่า “ไม่น่ามอง” อย่างพื้นที่อุตสาหกรรม ข้างทางด่วน หรือซอกตึก ต้นไม้เหล่านี้มักไม่ใช่ไม้ประดับ และไม่ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามเชิงสัญลักษณ์ 

ในทางนิเวศวิทยา พืชกลุ่มนี้จำนวนมากเป็น พืชเบิกนำ (pioneer species) หรือพืชทนทานสูง ซึ่งมีบทบาทในการฟื้นฟูดิน ดูดซับมลพิษ และสร้างสภาพแวดล้อมให้สิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาอาศัย แม้จะไม่ “สวย” แต่กลับเป็นฐานรากของการฟื้นคืนระบบนิเวศ 

โดยทั่วไป ต้นไม้หรือพืชเหล่านี้มักถูกมองว่า “วัชพืช” หรือพืชไม่น่าดู เพราะรูปทรงที่แข็งแรงขึ้นเองในดินแย่ ๆ หรือพื้นที่รกร้าง อย่างเช่นต้นตำแย แต่บทบาทของพวกมันสำคัญต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศ เนื่องจากช่วยสร้างดิน เพิ่มไนโตรเจนในดิน และเตรียมพื้นที่ให้พืชชนิดอื่น สามารถเข้ามาเติบโตได้ในอนาคต 

ที่มา: Pioneer species (10 ธันวาคม 2025) [2]

ค้นไม้ในพื้นที่รกร้าง

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป เพราะอะไร

ในพื้นที่รกร้าง หรือพื้นที่เสื่อมโทรมของประเทศไทย มักพบวัชพืช และพืชเบิกนำหลายชนิดที่สามารถเจริญเติบโตได้ โดยไม่ต้องพึ่งการดูแลของมนุษย์ พืชเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูดิน ลดการชะล้างหน้าดิน และเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมา ของระบบนิเวศตามธรรมชาติ 

ตัวอย่างพืชที่พบได้บ่อย ได้แก่ แห้วหมู ซึ่งมีระบบหัวใต้ดินแข็งแรง สามารถงอกใหม่ได้ แม้ถูกถอนหรือถูกรบกวนซ้ำ หญ้าขจรจบ ที่ทนแล้งและแพร่กระจายได้รวดเร็ว รวมถึงหญ้าดอกขาว ซึ่งมักขึ้นในพื้นที่เปิดโล่ง และริมถนน ข้อมูลชนิดพืชเหล่านี้อาจมีการปรับปรุงเพิ่มเติมตามการสำรวจ และการจัดจำแนกทางพฤกษศาสตร์ในอนาคต (สืบค้นเมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2026) 

แม้ว่าพืชกลุ่มนี้มักถูกมองว่า “รก” หรือ “ไม่น่าถ่ายรูป” แต่ในเชิงนิเวศวิทยา พวกมันคือกลไกธรรมชาติที่ช่วยเตรียมพื้นที่ให้สิ่งมีชีวิตอื่นกลับมาอาศัย และสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของระบบนิเวศในสภาพแวดล้อม ที่มนุษย์ทิ้งร่องรอยไว้

บทบาทที่ถูกมองไม่เห็น 

แม้จะไม่ถูกถ่ายรูป แต่ต้นไม้กลุ่มนี้มีบทบาทเชิงโครงสร้าง ต่อระบบนิเวศเมืองอย่างชัดเจน เช่น 

  • ช่วยยึดหน้าดิน และลดการพังทลายของพื้นผิวคอนกรีต 
  • เป็นที่อยู่อาศัยของแมลง มด แมงมุม และนกขนาดเล็ก (2 สิงหาคม 2019) [3] 
  • ลดอุณหภูมิพื้นผิวเมืองได้เฉลี่ย 1–3°C ในบริเวณที่มีการกระจายตัวหนาแน่น 

ในหลายกรณี ต้นไม้ที่ “ไม่สวย” เหล่านี้คือด่านหน้าในการฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม ก่อนที่พืชชนิดอื่นจะเข้ามาแทนที่

สรุป ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป เพราะอะไร ไม่สวยงาม 

สรุป ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป เพราะอะไร ต้นไม้กลุ่มนี้มักเป็นพืชเบิกนำหรือวัชพืชที่เติบโตในพื้นที่รกร้าง รูปลักษณ์ไม่สวยงาม ตามค่านิยมมนุษย์ แม้จะดูรกหรือไร้ค่าในสายตา แต่พืชเหล่านี้มีบทบาทสำคัญ ในการฟื้นฟูดิน และเริ่มต้นกระบวนการฟื้นตัวของระบบนิเวศ

เราควรเปลี่ยนมุมมองต่อ “ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป” อย่างไร? 

เราควรมองต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูป ในฐานะผู้ฟื้นฟูพื้นที่ ไม่ใช่เพียงองค์ประกอบที่ไร้ความงาม พืชเหล่านี้ทำหน้าที่เตรียมดิน ลดการเสื่อมโทรม และเปิดทางให้ระบบนิเวศค่อย ๆ ฟื้นตัว  เมื่อมองคุณค่าจากบทบาทมากกว่ารูปลักษณ์ เราจะเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง และรอบด้านมากขึ้น 

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูปมีประโยชน์ต่อธรรมชาติอย่างไร? 

ต้นไม้ที่ไม่มีใครอยากถ่ายรูปช่วยฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรม โดยยึดหน้าดิน ลดการพังทลาย และเพิ่มอินทรียวัตถุในดิน พืชกลุ่มนี้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัย และอาหารเริ่มต้นให้แมลง สัตว์ขนาดเล็ก และจุลินทรีย์ การมีอยู่ของมันจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ ของการฟื้นคืนสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาว 

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน
Picture of OTP
OTP

แหล่งอ้างอิง