
ต้นไม้ฟอกอากาศลดฝุ่น PM 2.5 ทางเลือกที่ดี
- OTP
- 2 views

ต้นไม้ฟอกอากาศลดฝุ่น PM 2.5 ต้นไม้ไม่เพียงเพิ่มความร่มรื่น แต่ยังช่วยฟอกอากาศ และลดฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ การเลือกชนิดที่เหมาะสม และจัดวางอย่างถูกวิธี จะช่วยให้บ้านและชุมชนปลอดภัยขึ้น เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยต้นไม้ใบหยาบ และดูแลง่าย เพื่อสุขภาพที่ดีในทุกวัน
- ต้นไม้ช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างไร?
- วิวัฒนาการเส้นทางของต้นไม้ลดฝุ่น
- การจัดวางต้นไม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟอกอากาศ
- 4 ต้นไม้ฟอกอากาศลดฝุ่น ข้อจำกัด และประโยชน์เสริม
ต้นไม้ช่วยลดฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างไร?
- การดูดซับผ่านใบ กิ่ง และลำต้น
ใบไม้ที่มีผิวหยาบ มีขน หรือมีไขเคลือบ สามารถดักจับฝุ่นละออง และสารพิษได้ดี ฝุ่นจะเกาะติดกับผิวใบและเปลือกต้นไม้ จากนั้นถูกน้ำฝนชะล้างลงสู่พื้นดิน
- การดักจับอนุภาคขนาดเล็ก
อากาศที่ผ่านเรือนยอดต้นไม้จะมีฝุ่น PM 2.5 ลดลงเฉลี่ย 10–50% และยังช่วยลดอุณหภูมิบริเวณนั้นลงได้ 0.4–3 องศาเซลเซียส
- การสังเคราะห์แสงและการฟอกอากาศ
ระหว่างการสังเคราะห์แสง ต้นไม้จะดูดซับก๊าซพิษและอนุภาคฝุ่น แล้วปล่อยออกซิเจน และไอน้ำออกมาแทน เปรียบเสมือน เครื่องกรองอากาศธรรมชาติ
วิวัฒนาการเส้นทางของต้นไม้ลดฝุ่น
- 1970 – เริ่มมีงานวิจัยในต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้แนวต้นไม้ เพื่อลดมลพิษทางอากาศและเสียง โดยพบว่าพืชสามารถดักจับฝุ่นละออง และก๊าซพิษได้
- 1990 – องค์การ NASA เผยแพร่รายงาน “Clean Air Study” ที่ระบุว่าต้นไม้ และไม้ประดับในบ้าน เช่น พลูด่าง ลิ้นมังกร เดหลี สามารถดูดซับสารพิษ และช่วยฟอกอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- 2010 – หลายเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และโตเกียว เริ่มโครงการ “Urban Green” ใช้ต้นไม้และพื้นที่สีเขียวเพื่อลดฝุ่น PM2.5 และปรับปรุงคุณภาพชีวิตในเมือง (21 มีนาคม 2025) [1]
- 2018–2019 – ประเทศไทยเผชิญวิกฤติฝุ่น PM2.5 อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ทำให้เกิดการรณรงค์ปลูกต้นไม้ฟอกอากาศทั้งในบ้านและพื้นที่สาธารณะ
- 2025 – มีการเผยแพร่รายงานและบทความใหม่ ๆ ที่แนะนำรายชื่อต้นไม้กว่า 20 ชนิดที่ช่วยดักจับฝุ่น PM2.5 เช่น ยางอินเดีย ไทรใบสัก สน และเฟิร์นบอสตัน เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนเลือกปลูก
ประโยชน์เสริมจากต้นไม้ฟอกอากาศ
- เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ – ต้นไม้คายน้ำออกมา ทำให้อากาศไม่แห้งเกินไป ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น และช่วยให้หายใจสบายขึ้น
- ลดความเครียดและส่งเสริมสุขภาพจิต – การมองสีเขียวของ ต้นไม้บำบัดอารมณ์ และคลายเครียด ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และสร้างบรรยากาศสงบในบ้านหรือที่ทำงาน
- เพิ่มความสวยงามและพื้นที่สีเขียว – ต้นไม้ช่วยตกแต่งพื้นที่ให้สดชื่น และน่าอยู่มากขึ้น ทั้งในบ้านและชุมชน
- ช่วยลดอุณหภูมิและบังแดด – เรือนยอดต้นไม้ช่วยกันความร้อน ทำให้พื้นที่เย็นลง ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในการปรับอากาศ
- เสริมระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ – ต้นไม้เป็นที่อยู่อาศัยของนกและแมลงเล็ก ๆ ช่วยสร้างสมดุลให้สิ่งแวดล้อมและเพิ่มความมีชีวิตชีวาในพื้นที่
4 ต้นไม้ฟอกอากาศลดฝุ่น PM2.5 ที่คนนิยมซื้อ
- ลิ้นมังกร: เป็นไม้ใบแข็งตั้งตรงที่สามารถดูดซับสารพิษ และฝุ่นได้ดี อีกทั้งยังปล่อยออกซิเจนตอนกลางคืน เหมาะสำหรับปลูกในห้องนอน ราคาขายทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 50–200 บาทสำหรับต้นเล็ก และ 250–400 บาทสำหรับกระถางใหญ่ (สืบค้นเมื่อ 20 มกราคม 2026)
- พลูด่าง: เป็นไม้เลื้อยที่มีใบเขียวลายเหลืองสวยงาม สามารถดูดซับสารพิษอย่างฟอร์มาลดีไฮด์และช่วยลดฝุ่นในอากาศได้ดี ราคาขายทั่วไปอยู่ที่ 30–150 บาทสำหรับกิ่งชำ และ 200–300 บาทสำหรับกระถางแขวน
- ยางอินเดีย: มีใบใหญ่ หนา และมันเงา สามารถดักจับฝุ่น และดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับปลูกในบ้านหรือออฟฟิศ ราคาขายทั่วไปอยู่ที่ 150–500 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดต้นและกระถาง
- เดหลี: เป็นไม้ประดับที่มีใบเขียวเข้ม และดอกสีขาวสวย สามารถดูดซับเบนซีน ฟอร์มาลดีไฮด์ และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ราคาขายทั่วไปอยู่ที่ 100–300 บาทสำหรับต้นทั่วไป และ 350–500 บาทสำหรับต้นใหญ่ที่มีดอก
ข้อจำกัดของต้นไม้ในการลดฝุ่นPM2.5
- ไม่สามารถแทนเครื่องกรองอากาศได้โดยตรง
- ต้นไม้ช่วยดักจับฝุ่นและดูดซับก๊าซพิษ แต่ไม่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างเข้มข้นเหมือนเครื่องกรองอากาศที่ใช้ HEPA filter
- ในพื้นที่ที่มีฝุ่นหนาแน่นมาก เช่น เขตเมืองใหญ่หรือช่วงวิกฤติ PM 2.5 ต้นไม้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ
- ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดต้นไม้
- ใบไม้ที่มีผิวหยาบ มีขน หรือใบหนาแน่น เช่น ยางอินเดีย พลูด่าง ลิ้นมังกร จะดักจับฝุ่นได้ดีกว่าต้นไม้ใบเรียบหรือโปร่ง
- งานวิจัยยืนยันว่าต้นไม้แต่ละชนิดมีความสามารถในการลดฝุ่นแตกต่างกัน จึงต้องเลือกชนิดที่เหมาะสม (1 กุมภาพันธ์ 2025) [2]
- ขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่นและสภาพแวดล้อม
- หากปริมาณฝุ่นในพื้นที่สูงมาก ต้นไม้จะดักจับได้เพียงบางส่วน (ประมาณ 10–50% ของฝุ่นที่ผ่านเรือนยอด)
- ประสิทธิภาพลดลงหากปลูกในพื้นที่อับลม หรือมีการดูแลรักษาไม่ดี เช่น ใบสกปรกหรือไม่ได้รับน้ำฝนช่วยชะล้างฝุ่นออก
- ต้องใช้เวลาและพื้นที่ในการปลูก
- ต้นไม้ต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีในการเติบโตจนมีพุ่มใบหนาแน่นพอที่จะดักจับฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การปลูกในพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดหรือบ้านขนาดเล็ก อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจนเท่ากับการปลูกในพื้นที่กว้าง (29 กันยายน 2025) [3]
วิธีการจัดวางต้นไม้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟอกอากาศ
การจัดวางต้นไม้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการฟอกอากาศควรคำนึงถึงตำแหน่ง ที่มีการไหลเวียนอากาศมากที่สุด เช่น ริมหน้าต่าง ริมถนน หรือบริเวณที่มีลมพัดผ่านบ่อย ๆ เพราะการปลูกในจุดเหล่านี้จะช่วยให้ต้นไม้สามารถดักจับฝุ่นละออง และดูดซับสารพิษได้อย่างต่อเนื่อง อากาศที่ผ่านใบ กิ่ง และลำต้นจะถูกกรองตามธรรมชาติ ทำให้คุณภาพอากาศรอบบ้านดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากตำแหน่งแล้ว การจัดวางต้นไม้แบบหลายชั้นก็มีความสำคัญมาก โดยการปลูกไม้พุ่มด้านล่าง ไม้ยืนต้นตรงกลาง และไม้สูงด้านหลัง จะช่วยสร้างแนวกรองฝุ่น ที่ครอบคลุมหลายระดับความสูง ฝุ่นที่ลอยในอากาศทั้งใกล้พื้นและระดับสูงจะถูกดักจับได้มากขึ้น การจัดวางแบบนี้ยังช่วยสร้างความร่มรื่น และลดความร้อนในพื้นที่อีกด้วย
สุดท้าย การเลือกชนิดต้นไม้ที่เหมาะสมก็เป็นหัวใจสำคัญ ต้นไม้ที่มีใบหนา ผิวใบหยาบ หรือมีขน เช่น ลิ้นมังกร พลูด่าง และยางอินเดีย จะช่วยดักจับฝุ่น PM2.5 ได้ดี การผสมผสานไม้ในร่ม และไม้กลางแจ้งเข้าด้วยกัน จะทำให้ทั้งภายในบ้าน และภายนอกมีอากาศที่สะอาดขึ้น พร้อมสร้างบรรยากาศที่สดชื่น และเป็นธรรมชาติ
สรุป ต้นไม้ฟอกอากาศลดฝุ่น PM 2.5 เพื่อสุขภาพ

สรุป ต้นไม้ฟอกอากาศลดฝุ่น PM2.5 เป็นตัวช่วยธรรมชาติที่สามารถลดฝุ่นได้บางส่วน พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้น และความสดชื่นให้กับพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ต้นไม้ไม่สามารถแทนเครื่องกรองอากาศได้โดยตรง และประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิด และการจัดวางที่เหมาะสม การผสมผสานการปลูกต้นไม้กับวิธีอื่น ๆ จะช่วยสร้างสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และยั่งยืนมากขึ้น
การจัดวางต้นไม้มีผลต่อการฟอกอากาศอย่างไร?
การปลูกในจุดที่มีการไหลเวียนอากาศ เช่น ริมหน้าต่างหรือริมถนน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดวางหลายชั้นช่วยดักจับฝุ่นจากระดับต่าง ๆ ได้มากขึ้น ทั้งยังสร้างบรรยากาศร่มรื่น และลดความร้อนในพื้นที่
ต้นไม้สามารถลดฝุ่น PM 2.5 ได้จริงหรือไม่?
ต้นไม้ช่วยดักจับฝุ่นผ่านใบ กิ่ง และลำต้น ทำให้ปริมาณฝุ่นในอากาศลดลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับชนิดต้นไม้ และตำแหน่งที่ปลูก จึงควรใช้ร่วมกับวิธีอื่น เช่น เครื่องกรองอากาศ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


