
การ ทำสวน กุหลาบ เบื้องต้นของผู้ทำสวนดอกไม้
- ผีเสื้อสีขาว
- 11 views

การ ทำสวน กุหลาบ ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปหากคุณรู้เคล็ดลับและเทคนิคที่ถูกต้อง กุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีเสน่ห์ทั้งสีสันและกลิ่นหอม การปลูกและดูแลอย่างมืออาชีพช่วยให้กุหลาบบานสวยตลอดปี พร้อมเพิ่มความสดชื่นให้สวนและบ้านของคุณ เราจะพาคุณไปเรียนรู้วิธีทำสวนกุหลาบตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงเทคนิคระดับมืออาชีพ
- กุหลาบต้องปลูกในที่แดดจัดและดินร่วนซุยระบายน้ำดี
- เลือกพันธุ์ให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ เช่น ตัดดอกหรือประดับสวน
- การวางแผนสวนและตลาดดีช่วยสร้างรายได้ต่อเนื่องจากดอกกุหลาบ
การทำสวน กุหลาบแบบ ตัดดอกคืออะไร?
คือการปลูกกุหลาบโดยมุ่งเน้นให้ได้ ดอกกุหลาบคุณภาพดีสำหรับตัดสด เพื่อนำไปใช้จัดแจกัน จัดช่อขาย หรือเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมนำดอกไม้ไปตกแต่งและจำหน่าย การทำสวนประเภทนี้ต้องใส่ใจ
การเลือกพันธุ์กุหลาบที่ดอกใหญ่ แข็งแรง และออกดอกต่อเนื่อง ได้ดอกกุหลาบที่ตรงตามมาตรฐาน เช่น ก้านตรง แข็งแรง กลีบดอกสมบูรณ์และยาวนานหลังตัด มักวางแผนระยะปลูกเป็นแถวและมีการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลผลิตสม่ำเสมอตลอดฤดู
การวางแผนทำสวน ต้องรู้อะไรก่อนเริ่ม?
การวางแผนทำ สวนกุหลาบตัดดอก ต้องพิจารณาหลายด้านตั้งแต่การเลือกพื้นที่จนถึงการจัดการสวนเพื่อให้ได้ ดอกกุหลาบคุณภาพดี สำหรับตัดขายหรือตกแต่ง ดังนี้
- กำหนดวัตถุประสงค์ – รู้ว่าจะปลูกเพื่อขายดอกสด จัดช่อ หรือนำไปตกแต่ง เพราะจะกำหนดพันธุ์ สี และขนาดดอกที่เหมาะสม
- เลือกพันธุ์กุหลาบ – เลือกพันธุ์ที่เหมาะกับการตัดดอก ที่มีก้านยาว แข็งแรง ดอกใหญ่ และออกดอกต่อเนื่อง
- เลือกพื้นที่ปลูก – ควรเป็นที่ แดดเต็มวัน 6–8 ชั่วโมง ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี และอุดมสมบูรณ์
- เตรียมดินและปุ๋ย – ปรับค่า pH ของดินประมาณ 6–6.5 และเติม ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์
- ระบบน้ำ – วางแผนระบบรดน้ำ เช่น สายหยดหรือสปริงเกอร์ ให้ดินชุ่มสม่ำเสมอ ลดความเสี่ยงโรค
- ระยะปลูกและจัดแถว – กำหนดระยะห่างประมาณ 50–100 ซม. ขึ้นอยู่กับพันธุ์ เพื่อให้พุ่มเติบโตเต็มที่และตัดดอกสะดวก
- ดูแลพุ่มและตัดแต่งกิ่ง – ตัดกิ่งแห้ง กิ่งอ่อน หรือกิ่งไขว้กัน เพื่อให้พุ่มสมดุลและออกดอกต่อเนื่อง
- ควบคุมโรคและแมลง – วางแผนป้องกันโรคและแมลง เช่น โรคใบจุด โรครากเน่า เพลี้ย หรือแมลงหวี่ เพื่อให้ดอกมีคุณภาพสูง
การเลือกพันธุ์กุหลาบ สำหรับทำสวน แบบตัดดอก
การเลือกพันธุ์กุหลาบสำหรับตัดดอก เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพดอก ต้นทุนการผลิต และโอกาสขายได้ในตลาด กุหลาบตัดดอกที่ดีควรให้ดอกดก ก้านยาว ดอกใหญ่ สีสวยและทนต่อการขนส่ง
ลักษณะพันธุ์กุหลาบที่เหมาะสำหรับตัดดอก
ก่อนเลือกพันธุ์ ควรพิจารณาคุณสมบัติดังนี้
- ก้านดอกยาว แข็งแรง ไม่หักง่าย
- ดอกทรงสวย กลีบซ้อนแน่น
- สีเป็นที่ต้องการของตลาด
- ทนโรคและให้ดอกต่อเนื่องตลอดปี
- อายุการปักแจกันนาน
พันธุ์กุหลาบ ตัดดอกที่นิยม มาปลูกทำสวน
กุหลาบตัดดอกมีหลายสี แต่ละสีมีความต้องการต่างกัน พันธุ์ที่มักเลือกใช้ในการปลูก ได้แก่
กุหลาบสีแดง: เป็นพันธุ์ขายดี เหมาะกับวันวาเลนไทน์และงานพิธี
1.Freedom
สีแดงสดเข้ม กลิ่นหอมอ่อนถึงปานกลาง แบบดอกไม้หวานๆ ดอกขนาดใหญ่ กลีบซ้อนแน่น เรียงตัวเป็นรูปทรงสูงชู แบบกุหลาบตัดดอก ออกดอกซ้ำตลอดฤดูปลูก ก้านแข็งแรง ใบสีเขียวเข้ม เงางาม ทนทานต่อโรค
2.Red Naomi
เป็นกุหลาบสีแดงสายพันธุ์สำคัญที่สุดที่ปลูกในเนเธอร์แลนด์ (จัดอยู่ในกลุ่มกุหลาบแดงระดับไฮเอนด์) เปิดตัวครั้งแรก ในปี 2549 มีสีแดงที่สมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยเฉดสีเนียนนุ่มดุจกำมะหยี่ ก้านยาวพกพาสะดวก และที่สำคัญคือ คงรูปทรงในแจกันได้นาน มีหนามค่อนข้างน้อย (15 เมษายน 2013) [1]
กุหลาบสีชมพู: นิยมในงานแต่งงานและงานพรีเมียม
1.Pink O’Hara
กุหลาบสายพันธุ์ ‘Pink O’Hara’ เป็นกุหลาบตัดดอก สายพันธุ์ฝรั่งเศส เปิดตัวและนำเข้ามาจำหน่ายครั้งแรก ในปี 2008 โดยเป็นที่นิยมในฐานะกุหลาบเจ้าสาว กลีบหนา บานทน มีกลิ่นหอมสดชื่นมาก
2.Sweet Avalanche
เป็นกุหลาบสีชมพูอ่อนที่สวยงาม โดยกลีบด้านนอกจะมีสีเข้มกว่าด้านใน มีทรงพุ่มแน่นและดอกมีขนาดใหญ่ ก้านดอกยาว แข็งแรงมาก และมีหนามน้อย ปลูกในประเทศเนเธอร์แลนด์โดยผู้ผลิตชื่อ vd Berg Roses (สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2025) [2]
กุหลาบสีขาว: ให้ดอกใหญ่ สีสวย เหมาะสำหรับงานมงคล
1.Avalanche
เป็นกุหลาบสีขาวที่มีขนาดดอกใหญ่ สง่างาม กลีบดอกด้านนอกจะมีสีเขียวอ่อนเล็กน้อย กลีบด้านในเป็นสีขาวบริสุทธิ์ มีก้านดอกที่ยาวและแข็งแรง แต่มีหนามน้อย เมื่อบานเต็มที่ จะอายุการใช้งานในแจกันได้นานถึง 14 วัน เริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปี 2000 (30 กรกฎาคม 2022) [3]
2.Vendela
กุหลาบ ‘Vendela’ เป็นกุหลาบตัดดอกสีขาวอมชมพูอ่อนหวานที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดดอกไม้ โดยถูกพัฒนาและนำเสนอสู่ตลาดตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 และเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายในไทยช่วงต้นยุค 2000 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเอกวาดอร์
กุหลาบสีพีชและครีม: เหมาะกับตลาดระดับกลางถึงพรีเมียม
1.Juliet
เป็นกุหลาบสายพันธุ์ English Rose ที่มีชื่อเสียงด้านสีและกลิ่น มีสีชมพูอ่อนอมครีม กลิ่นหอมอ่อนถึงปานกลางแบบ หอมละมุน ดอกขนาดใหญ่ กลีบซ้อนแน่ รูปทรงกลมโค้งสวยงาม ออกดอกซ้ำตลอดฤดูปลูก
2.Café Latte
Rose Café Latte เป็นชื่อพันธุ์กุหลาบสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีต้นกำเนิดจากเนเธอร์แลนด์และได้รับการพัฒนาโดย De Ruiter ในปี 2005
วิธีปลูก กุหลาบในสวน ให้รากแข็งแรง
การปลูก กุหลาบตัดดอก ต้องทำอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้ได้ต้นแข็งแรงและดอกคุณภาพดีสำหรับตัดขายหรือตกแต่ง ดังนี้
- เลือกพันธุ์กุหลาบ – ใช้พันธุ์ ที่มีก้านยาว แข็งแรง และออกดอกต่อเนื่อง
- เตรียมพื้นที่ปลูก – เลือกพื้นที่ แดดจัดอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงต่อวัน ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี
- เตรียมดิน – ขุดหลุมลึก 30–40 ซม. ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ใส่ทรายหรือปูนปรับดินตามความจำเป็น ปรับค่า pH ประมาณ 6–6.5
- การปลูกต้นกุหลาบ – วางต้นลงหลุมให้รากไม่งอหรือทับกัน เติมดินรอบๆ กดให้แน่นเล็กน้อย รดน้ำให้ชุ่มทันที
- ระยะปลูกและการจัดแถว – เว้นระยะระหว่างต้น 50–100 ซม. ขึ้นอยู่กับพันธุ์ เพื่อให้พุ่มเติบโตเต็มที่และสะดวกต่อการตัดดอก
- รดน้ำและใส่ปุ๋ย – รดน้ำสม่ำเสมอทุกวันในช่วงแรก หลังรากเริ่มเดินค่อยลดความถี่ ใช้ปุ๋ยสูตรสมดุลหรือปุ๋ยเฉพาะกุหลาบทุก 4–6 สัปดาห์
- ตัดแต่งกิ่ง – ตัดกิ่งแห้ง กิ่งไขว้ และกิ่งอ่อน เพื่อให้พุ่มสมดุล และกระตุ้นการออกดอกต่อเนื่อง
- ป้องกันโรคและแมลง – ตรวจสอบสม่ำเสมอ ใช้สารป้องกันเชื้อราและแมลงตามความจำเป็น
- การเก็บเกี่ยวดอก – ตัดดอกเมื่อกลีบเริ่มบานประมาณ 1/3–1/2 ของดอก เพื่อให้ดอกยืดอายุหลังตัดและคงรูปสวย
วิธีการ เก็บเกี่ยวดอก ของกุหลาบ

การเก็บเกี่ยว กุหลาบตัดดอก ต้องทำอย่างระมัดระวังเพื่อให้ดอกสวย แข็งแรง และยืดอายุหลังตัด ขั้นตอนสำคัญมีดังนี้
- เลือกเวลาเก็บเกี่ยว – ควรตัดดอกในช่วงเช้าตรู่หรือเย็นเมื่ออากาศไม่ร้อนจัด เพราะดอกจะสดและเก็บรักษาได้นาน
- ระยะดอกที่เหมาะสม – ตัดดอกเมื่อกลีบเริ่มบานประมาณ 1/3–1/2 ของดอก จะช่วยให้ดอกบานเต็มที่หลังตัดและยืดอายุการใช้งาน
- ตัดก้านดอก – ใช้กรรไกรตัดกิ่งคม ตัดก้านให้ยาวเพียงพอสำหรับจัดช่อหรือใส่แจกัน และควรตัดเฉียงเพื่อให้ดูดน้ำได้ดี
- ล้างและเก็บรักษา – ล้างใบที่อยู่ใต้โคนก้านออก เพื่อป้องกันเชื้อรา แช่ก้านในน้ำสะอาดทันทีหลังตัด
- การเก็บรักษา – เก็บดอกในที่เย็นหรือในตู้เย็นสำหรับตลาดขาย เพื่อยืดอายุการเก็บและรักษาคุณภาพดอก
ปัญหาที่ พบบ่อยในการ ทำสวนกุหลาบ
ปัญหาที่พบบ่อยในการ ทำสวน กุหลาบ ตัดดอก ได้แก่ โรคเชื้อรา เช่น ใบจุด ราแป้ง และรากเน่า ซึ่งมักเกิดจากความชื้นสูงและดินระบายน้ำไม่ดี
- พบแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ย หนอน และแมลงกัดกินใบ ทำให้ดอกเสียรูปและคุณภาพลดลง
- ปัญหาคือก้านดอกอ่อน ออกดอกน้อย หรือออกดอกไม่สม่ำเสมอ ซึ่งเกิดจากแสงแดด ปุ๋ย และการตัดแต่งกิ่งที่ไม่เหมาะสม
- การดูแลไม่สม่ำเสมอ วัชพืช และสภาพอากาศรุนแรง ยังส่งผลให้กุหลาบเจริญเติบโตช้าและได้ดอกไม่ตรงตามมาตรฐาน
การทำสวนกุหลาบ ตัดดอกสร้าง รายได้อย่างไร?
การ ทำสวน กุหลาบ ตัดดอก สามารถสร้างรายได้จากหลายช่องทาง เนื่องจากกุหลาบเป็นดอกไม้ ที่มีความต้องการสูงทั้งในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยสามารถสร้างรายได้ได้ดังนี้
- ขายดอกสด – ตัดดอกกุหลาบขายเป็นช่อหรือแยกขายเป็นดอกสดให้ตลาดค้าส่ง ร้านดอกไม้ และตลาดออนไลน์ ทำให้ได้รายได้ต่อเนื่องตลอดฤดู
- จัดช่อและตกแต่งงานต่างๆ – กุหลาบตัดดอกใช้สำหรับงานแต่งงาน งานวันเกิด หรือกิจกรรมพิเศษ ซึ่งมักขายได้ราคาสูงกว่าดอกสดทั่วไป
- ส่งขายโรงงานแปรรูป – สามารถนำไปทำ ผลิตภัณฑ์ กุหลาบ แปรรูป เช่น น้ำมันกุหลาบ น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ทำให้เพิ่มมูลค่าได้
- ตลาดส่งออก – กุหลาบคุณภาพสูงมีความต้องการในต่างประเทศ การส่งออกสามารถสร้างรายได้สูงและสม่ำเสมอ
สรุป ทำสวน กุหลาบ สร้างสวนสวยได้ไม่ยาก
ทำสวน กุหลาบ แบบตัดดอกเป็นการปลูกเพื่อให้ได้ดอกคุณภาพดี สำหรับตัดขายหรือตกแต่ง เริ่มจากเลือกพื้นที่ เลือกพันธุ์ที่เหมาะสม พร้อมเตรียมดิน ต้องรดน้ำและใส่ปุ๋ยสม่ำเสมอ ควรตัดดอกเมื่อบานประมาณ 1/3–1/2 ของดอก เก็บในน้ำสะอาดเพื่อให้ดอกแข็งแรงและยืดอายุ
การทำสวนกุหลาบ ตัดดอกขาย ยากไหม?
มีความท้าทายมากกว่าการปลูกสวนกุหลาบทั่วไป เพราะต้องคำนึงถึง คุณภาพดอกและผลผลิตต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบสนองความต้องการตลาด ถือว่าไม่ง่ายนัก แต่ก็สามารถทำได้หากมีการวางแผนและจัดการอย่างรอบคอบ สิ่งที่ทำให้ยากคือการควบคุม โรคและแมลง และควรหาความรู้เรื่องการเก็บเกี่ยวและการเก็บรักษาเพื่อคงคุณภาพดอก
ทำสวนกุหลาบต้อง ลงทุน เยอะไหม?
การทำสวนแบบนี้ มีการลงทุนค่อนข้างสูง ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ปรับปรุงดิน ซื้อพันธุ์กุหลาบคุณภาพดี และติดตั้งระบบน้ำ เช่น สายหยดหรือสปริงเกอร์ รวมถึงค่าอุปกรณ์ตัดแต่งและปุ๋ย การดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ และการป้องกันโรคแมลงก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องคำนึงถึง แต่ถ้าจัดการได้ดีอย่างมืออาชีพ จะสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและคืนทุนได้ในระยะยาว
- Tags: ต้นไม้


