รู้จัก ธนูคอมปาวด์ คืออะไร ทำความรู้จักกับธนูสมัยใหม่

ธนูคอมปาวด์ คืออะไร

ธนูคอมปาวด์ คืออะไร เป็นธนูสมัยใหม่ที่ถูกออกแบบให้มีประสิทธิภาพสูง ทั้งด้านความแม่นยำและพลังในการยิง จุดเด่นสำคัญคือระบบลูกรอกที่ช่วยทดแรง ทำให้ผู้ยิงใช้แรงน้อยลงและเล็งได้นานขึ้น จึงเหมาะทั้งสำหรับการยิงเป้า การแข่งขันกีฬา และการใช้งานเชิงเทคนิค ถือเป็นหนึ่งในประเภทธนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน

  • ใช้งานได้ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
  • มีอุปกรณ์เสริมให้ปรับแต่งได้หลากหลาย
  • แข่งขันได้ทั้งกีฬาและสันทนาการ
  • ลดแรงดึง ทำให้ยิงได้นานขึ้น

ความหมายของธนูคอมปาวด์ คืออะไร?

ธนูคอมปาวด์ คืออะไร Compound Bow ก็คือธนูสมัยใหม่ที่มีลักษณะเฉพาะ เป็นธนูที่มีระบบรอกทดแรง จุดเด่นที่สุดคือมี ระบบรอกทดแรง ติดตั้งอยู่ที่ปลายคันธนูทั้งสองข้าง ระบบนี้ช่วยผ่อนแรงในขณะดึงสาย ทำให้ผู้ยิงสามารถดึงคันธนูที่มีน้ำหนักดึง (ปอนด์) สูงๆ ได้ง่ายขึ้น และสามารถดึงสายค้างไว้เพื่อเล็งได้นานเท่าที่ต้องการโดยไม่เมื่อยล้า

แม้ตอนดึงจะรู้สึกเบาแรง แต่เมื่อปล่อยสาย แรงส่งของธนูคอมพาวด์จะรุนแรงเต็มขนาดแรงดึง ซึ่งแรงกว่าและเร็วกว่า ธนูแบบ ดั้งเดิม (Traditional) หรือธนูรีเคิร์ฟ (Recurve) ทำให้ส่งลูกธนูไปได้ไกลและมีความแม่นยำสูง

ที่มา: ธนูคอมพาวด์ ธนูยุคใหม่ที่เร็วและแรง (สืบค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2026) [1]

ประวัติและที่มาของธนูคอมปาวด์

ประวัติของธนูคอมพาวด์เริ่มต้นจากการที่ โฮลเลส วิลเบอร์ อัลเลน นำหลักฟิสิกส์มาประยุกต์ใช้ เพื่อแก้ปัญหาความล่าช้าของธนูแบบดั้งเดิม ที่ทำให้สัตว์มักจะหลบลูกธนูได้ทัน โดยเขาได้ยื่นจดสิทธิบัตรครั้งแรกในปี ค.ศ. 1966 และได้รับการอนุมัติในปี ค.ศ. 1969 แม้ธนูรุ่นแรกที่มี 4 ล้อจะไม่ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์

แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1974 ทอม เจนนิงส์ ได้พัฒนาต่อยอดเป็นรุ่น Model T ที่มี 2 ล้อ ซึ่งมีน้ำหนักเบาและยิงง่ายกว่าเดิมจนเป็นที่นิยม ส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากที่มีเพียง 8 บริษัทในปี ค.ศ. 1974 เพิ่มขึ้นเป็นผู้ผลิตหลายรายและมีรุ่นให้เลือกมากกว่า 100 รุ่นในอีก 3 ปีต่อมา

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2020 ธนูคอมพาวด์ได้มีอายุครบ 54 ปี พร้อมกับนวัตกรรมที่พัฒนาไปไกลมาก ทั้งการใช้วัสดุคาร์บอนหรืออะลูมิเนียม และระบบรอกที่ช่วยผ่อนแรงดึงได้ถึง 90% โดยทำความเร็วลูกธนูได้สูงกว่า 340 ฟุตต่อวินาที

ที่มา: ประวัติของคันธนูคอมปาวด์ (12 พฤศจิกายน 2020) [2]

ส่วนประกอบหลักของธนูคอมปาวด์

ธนูคอมปาวด์ คืออะไร

ธนูคอมปาวด์ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญหลายส่วน ที่ทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มแรงยิง ความแม่นยำ และความสะดวกในการใช้งาน โดยส่วนประกอบหลักมีดังนี้

1. ลำไม้ธนู
เป็นโครงสร้างส่วนกลางของธนู ทำหน้าที่เป็นจุดจับและยึดชิ้นส่วนอื่นๆ เข้าด้วยกัน มักผลิตจากอะลูมิเนียมหรือวัสดุผสมเพื่อความแข็งแรงและน้ำหนักเบา

2. แขนธนู
เป็นส่วนที่ยืดหยุ่นอยู่ด้านบนและล่างของลำธนู ทำหน้าที่เก็บและปล่อยพลังงานเมื่อดึงสายธนู วัสดุส่วนใหญ่มักทำจากไฟเบอร์กลาสหรือคาร์บอนไฟเบอร์

3. ลูกรอกหรือเคม (Cam)
เป็นจุดเด่นของธนูคอมปาวด์ ทำหน้าที่ช่วยทดแรงและลดแรงตึงในช่วงดึงสุดท้าย ทำให้ผู้ยิงสามารถเล็งได้นานและควบคุมการยิงได้แม่นยำขึ้น

4. สายธนู
เป็นสายหลักที่ผู้ยิงดึงเพื่อสร้างแรงยิง เชื่อมต่อกับลูกรอกและทำหน้าที่ส่งพลังงานไปยังลูกธนู

5. สายเคเบิล
ทำงานร่วมกับสายธนูและลูกรอก เพื่อช่วยควบคุมแรงตึงและการหมุนของระบบเคม

6. ที่พักลูกธนู
เป็นอุปกรณ์รองรับลูกธนูให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมก่อนยิง ช่วยเพิ่มความแม่นยำ

7. ศูนย์เล็ง
ช่วยให้ผู้ยิงเล็งเป้าหมายได้แม่นยำ โดยสามารถปรับระยะและตำแหน่งได้

วิธีการทำงานของธนูคอมปาวด์

1. กลไกและการทำงาน

  • ธนูคอมพาวด์ใช้ระบบรอกและคันโยก ทำให้เมื่อดึงสายจนสุด แรงที่ต้องใช้ประคองจะลดลงอย่างมาก เช่น จากแรงดึงเริ่มต้น 60 ปอนด์ อาจเหลือเพียง 13 ปอนด์ เมื่อดึงสุด
  • การที่ใช้แรงประคองน้อยลง ช่วยให้นักยิงธนูเล็งเป้าได้นิ่งและนานขึ้น
  • ลูกธนูที่ยิงออกไปมีความเร็วสูงมาก โดยอาจทำความเร็วได้มากกว่า 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. อุปกรณ์เสริม
นักยิงธนูประเภทคอมพาวด์ ได้รับอนุญาตให้ใช้อุปกรณ์ช่วยหลายอย่างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เช่น กล้องเล็งแบบขยาย อุปกรณ์ช่วยปล่อยสาย (Release aid) อุปกรณ์ช่วยทรงตัว (Stabilizers) และอุปกรณ์เชิงกลอื่นๆ

3. การแข่งขัน
ในการแข่งขันประเภทนี้ นักกีฬาต้องรักษามาตรฐานให้ สมบูรณ์แบบ อยู่เสมอ เนื่องจากอุปกรณ์มีความแม่นยำสูง ผลแพ้ชนะจึงมักตัดสินกันที่คะแนนเพียงไม่กี่แต้มเท่านั้น

ที่มา: การยิงธนูแบบคอมปาวด์ (2026) [3]

เทคนิคการยิงธนูคอมปาวด์ให้แม่นยำ

เทคนิคการยิงธนูคอมปาวด์ให้แม่นยำเริ่มจากการยืนในท่าที่มั่นคง โดยแยกเท้ากว้างระดับไหล่และรักษาลำตัวให้ตรง จากนั้นควรจับธนูแบบผ่อนคลายไม่กำแน่นเกินไป ดึงสายธนูให้สุดระยะในตำแหน่งเดิมทุกครั้ง เพื่อสร้างความสม่ำเสมอ ใช้จุดอ้างอิง เช่น การแตะมุมปากหรือปลายจมูก

เพื่อช่วยให้เล็งได้แม่นยำ และควรปล่อยสายอย่างนุ่มนวลโดยไม่กระชาก พร้อมค้างท่าหลังยิงเล็กน้อยเพื่อรักษาทิศทางลูกธนูให้คงที่และแม่นยำมากขึ้น

ธนูคอมปาวด์มีกี่ประเภท?

ธนูคอมปาวด์โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่ ธนูคอมปาวด์สำหรับกีฬา ซึ่งออกแบบมาเพื่อความแม่นยำสูง และใช้ในการแข่งขันยิงเป้า ธนูคอมปาวด์สำหรับล่าสัตว์ ที่มีขนาดกะทัดรัด ยิงแรง และเหมาะกับการใช้งานกลางแจ้ง และธนูคอมปาวด์สำหรับมือใหม่หรือการฝึกซ้อม ซึ่งปรับแรงดึงได้ง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน

นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งย่อยตามระบบรอกของธนู เช่น แบบ Single Cam, Dual Cam หรือ Hybrid Cam ซึ่งส่งผลต่อความแรง ความนุ่มในการดึง และความแม่นยำในการยิงด้วย

วิธีเลือกธนูคอมปาวด์ ให้เหมาะกับตัวเอง

การเลือกธนูคอมปาวด์ให้เหมาะกับตัวเอง ควรพิจารณาจากหลายปัจจัยสำคัญ เริ่มจากการเลือก แรงดึง ให้เหมาะกับกำลังของผู้ยิง เพื่อให้สามารถดึงสายได้อย่างมั่นคง และควบคุมทิศทางได้ดี ต่อมาคือ ความยาวดึง ซึ่งต้องพอดีกับช่วงแขนเพื่อให้ยิงได้แม่นยำ และไม่เกิดการบาดเจ็บ

นอกจากนี้ควรคำนึงถึง น้ำหนักและขนาดของธนู ให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น ยิงกีฬา ฝึกซ้อม หรือใช้งานกลางแจ้ง รวมถึงเลือกอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นและงบประมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ธนูที่ใช้งานได้สบาย ปลอดภัย และตอบโจทย์การยิงของตนเองมากที่สุด

ธนูคอมปาวด์ในกีฬาและการแข่งขัน

ธนูคอมปาวด์เป็นอุปกรณ์ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการกีฬายิงธนู เนื่องจากมีระบบรอกช่วยลดแรงดึง ทำให้นักยิงธนูสามารถเล็งได้นาน ควบคุมทิศทางได้ง่าย และเพิ่มความแม่นยำสูง จึงถูกนำมาใช้ในการแข่งขันตั้งแต่ระดับสมัครเล่นจนถึงระดับมืออาชีพ โดยเฉพาะการแข่งขันยิงเป้าและการแข่งขันภาคสนาม

ในการแข่งขัน ธนูคอมปาวด์มักมีการใช้อุปกรณ์เสริม เช่น ศูนย์เล็ง ตัวปล่อยสาย และตัวกันสั่น เพื่อช่วยให้การยิงมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังนิยมใช้ในกีฬายิงธนูแบบ 3 มิติ เพราะให้พลังและความแม่นยำสูง เหมาะกับการยิงเป้าที่มีระยะ และมุมหลากหลาย ทำให้เป็นธนูที่โดดเด่นในวงการกีฬายุคปัจจุบัน

ข้อดีและข้อเสียของ ธนูคอมปาวด์คืออะไร?

ธนูคอมปาวด์มีข้อดีคือ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการยิง เนื่องจากมีระบบลูกรอกที่ช่วยทดแรง ทำให้ผู้ยิงใช้แรงน้อยลง และสามารถเล็งได้นานขึ้น อีกทั้งยังให้พลังยิงที่สม่ำเสมอ ปรับแต่งอุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย และเหมาะทั้งสำหรับมือใหม่และนักกีฬามืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียคือมีโครงสร้างซับซ้อน ราคาค่อนข้างสูง ต้องดูแลรักษาและปรับตั้งอย่างถูกวิธี รวมถึงหากชิ้นส่วนเสียหาย มักต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการซ่อมมากกว่าธนูแบบดั้งเดิม

ความแตกต่างระหว่าง ธนูคอมปาวด์กับธนูแบบดั้งเดิม

ธนูคอมปาวด์แตกต่างจากธนูแบบดั้งเดิม อย่างชัดเจนในเรื่องโครงสร้างและเทคโนโลยี โดยธนูคอมปาวด์มีระบบรอก และสายเคเบิลช่วยทดแรง ทำให้ผู้ยิงใช้แรงดึงน้อยลง สามารถเล็งได้นานและยิงได้แม่นยำกว่า ขณะที่ธนูแบบดั้งเดิมใช้แรงดึงจากแขน และร่างกายโดยตรง จึงต้องอาศัยทักษะและกำลังมากกว่าในการควบคุมการยิง

นอกจากนี้ ธนูคอมปาวด์มักมีอุปกรณ์เสริม เช่น ศูนย์เล็ง ตัวปล่อยสาย และตัวกันสั่น เพื่อเพิ่มความแม่นยำและเสถียรภาพ ส่วนธนูแบบดั้งเดิมจะเน้นความเรียบง่าย ไม่มีอุปกรณ์ช่วยมากนัก ทำให้ความรู้สึกคลาสสิก เป็นธรรมชาติ และต้องพึ่งพาทักษะของผู้ยิง เป็นหลักมากกว่าเทคโนโลยีช่วยเหลือ

สรุปแล้ว ธนูคอมปาวด์ คืออะไร ธนูที่ใช้กลไกสายเคเบิล

ธนูคอมปาวด์ คืออะไร คือธนูสมัยใหม่ที่ใช้ระบบรอก และสายเคเบิลช่วยเพิ่มแรงดึง ทำให้ยิงได้แรงและแม่นยำกว่าธนูแบบดั้งเดิม โครงสร้างถูกออกแบบให้ลดแรงที่ผู้ยิงต้องใช้ จึงควบคุมการยิงได้ง่าย เหมาะทั้งสำหรับการยิงกีฬา การฝึกซ้อม และการล่าสัตว์ ปัจจุบันถือเป็นธนูที่ได้รับความนิยมมากในวงการยิงธนูทั่วโลก

สามารถใช้ยิงล่าสัตว์ได้หรือไม่?

ธนูคอมปาวด์สามารถใช้ยิงล่าสัตว์ได้ และถือเป็นประเภทที่นิยมมากในงานล่าสัตว์ เนื่องจากมีแรงยิงสูง แม่นยำ และช่วยลดแรงดึงด้วยระบบรอก ทำให้ผู้ยิงควบคุมทิศทางได้ดี นอกจากนี้ยังมีขนาดกะทัดรัด เคลื่อนที่สะดวก และยิงได้เงียบ จึงเหมาะกับการใช้งานในธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การล่าสัตว์ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อกำหนดของแต่ละพื้นที่อย่างเคร่งครัดเสมอ

ยิงธนูคอมปาวด์กับธนูแบบดั้งเดิม อันไหนง่ายกว่ากัน?

โดยทั่วไปแล้ว ธนูคอมปาวด์ยิงได้ง่ายกว่า เพราะมีระบบรอกช่วยลดแรงดึง ทำให้เล็งได้นาน ควบคุมทิศทางได้ดี และช่วยเพิ่มความแม่นยำได้เร็วกว่า อีกทั้งยังมีอุปกรณ์เสริมช่วยในการเล็งและปล่อยสาย ในขณะที่ธนูแบบดั้งเดิมต้องใช้แรงแขน การควบคุมร่างกาย และทักษะพื้นฐานมากกว่า ผู้ยิงต้องฝึกฝนสมาธิและเทคนิคอย่างต่อเนื่อง จึงมักรู้สึกยากกว่าในช่วงเริ่มต้น แต่ให้ความรู้สึกคลาสสิกและท้าทายมากกว่าในการใช้งาน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง