
น้ำหอม กุหลาบ เป็นหนึ่งในกลิ่น ที่เป็นอมตะ
- ผีเสื้อสีขาว
- 11 views

น้ำหอม กุหลาบ ถือเป็นหนึ่งในกลิ่นที่เป็นอมตะและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ด้วยความหอมละมุนที่สื่อถึงความรัก โรแมนติก และความสง่างาม กลิ่นกุหลาบไม่เพียงแต่ทำให้ผู้คนรู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย แต่ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ในงานพิธีสำคัญต่างๆ ทั้งในวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก น้ำหอมกุหลาบยังสามารถสร้างความประทับใจได้หลากหลาย
- น้ำหอมกุหลาบให้ความรู้สึกโรแมนติกและหวานละมุน
- มีกลิ่นหลากหลายทั้งสดใสและเข้มข้นหรูหรา
- การเลือกน้ำหอมควรคำนึงถึงบุคลิกและสไตล์ผู้ใช้
- เหมาะกับทุกโอกาส ทั้งวันธรรมดาและงานพิเศษ
กลิ่นกุหลาบ ในน้ำหอม มาจากอะไร?

กลิ่นกุหลาบในน้ำหอมมาจาก น้ำมันหอมระเหยของดอกกุหลาบ ซึ่งได้มาหลักๆ 2 วิธี ได้แก่
1. การกลั่นด้วยไอน้ำ (Steam Distillation)
- เป็นวิธีดั้งเดิมและใช้กันมากที่สุด
- ดอกกุหลาบสดถูกนึ่งด้วยไอน้ำ น้ำมันหอมระเหยจะระเหยขึ้นมาและถูกแยกออกจากน้ำ
- กลิ่นที่ได้จะเข้มข้นและแท้จริง เหมาะสำหรับน้ำหอมหรู
- ตัวอย่าง: น้ำมันกุหลาบ Damask (Rosa damascena) จากตุรกีและบัลแกเรีย
2. การสกัดด้วยตัวทำละลาย (Solvent Extraction)
- ใช้ตัวทำละลายเคมี เช่น เฮกเซน หรือ เอทานอล เพื่อสกัดน้ำมันจากดอกกุหลาบ
- จะได้สารที่เรียกว่า “Absolute” กลิ่นเข้มและหวานกว่าการกลั่นด้วยไอน้ำ
- นิยมใช้ในน้ำหอมระดับพรีเมียมและเครื่องสำอาง
ประวัติและที่มา ของน้ำหอม กลิ่นกุหลาบ
น้ำหอมกลิ่นกุหลาบมีจุดเริ่มต้นย้อนไปกว่า 3 –4 พันปี โดยพบหลักฐานการใช้กุหลาบในอารยธรรมโบราณของอียิปต์ราว ชาวอียิปต์ใช้น้ำมันกุหลาบในพิธีศพ การบูชาเทพเจ้า และการดูแลผิวพรรณ แสดงให้เห็นว่ากุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความงามและความศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม
ต่อมาในอาณาจักรเปอร์เซีย มีการพัฒนาวิธี กลั่นน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบอย่างเป็นระบบในช่วง ค.ศ. 257–757 โดยนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง อิบนุ ซีนา (Avicenna) เป็นผู้บุกเบิกเทคนิคการกลั่นด้วยไอน้ำ ซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำน้ำหอมกลิ่นกุหลาบในปัจจุบัน
- ในยุคกรีกและโรมัน ราว ค.ศ. 200 ปีก่อนคริสตกาล น้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ชนชั้นสูง ใช้ทั้งในการอาบน้ำ ฉีดเสื้อผ้า และงานเฉลิมฉลอง กลิ่นกุหลาบจึงกลายเป็นตัวแทนของความหรูหราและอำนาจ
- เมื่อเข้าสู่ยุคกลางถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ช่วงปี ค.ศ. 857–1457 กุหลาบถูกนำมาใช้ทั้งในทางการแพทย์ ศาสนา และการผลิตน้ำหอม ก่อนที่อุตสาหกรรมน้ำหอมสมัยใหม่จะเติบโตอย่างชัดเจนในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ในช่วง ค.ศ. 1757 เป็นต้นไป
- จนถึงปัจจุบัน น้ำหอมกลิ่นกุหลาบยังคงเป็นกลิ่นหลักของโลกน้ำหอม โดยใช้น้ำมันจาก Damask Roseและ Centifolia Roseจากประเทศบัลแกเรีย ตุรกี และฝรั่งเศส ผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่ ทำให้กลิ่นกุหลาบพัฒนาไปจากแบบดั้งเดิม สู่ความหอมที่ร่วมสมัยและเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่
สายพันธุ์ กุหลาบที่นิยม ใช้ทำน้ำหอม
1.Damask Rose (Rosa damascena)
- เป็นกุหลาบที่ใช้ทำน้ำมันหอมระเหยมากที่สุด มีถิ่นกำเนิดในตะวันออกกลาง และปลูกมากในบัลแกเรีย ตุรกี และอิหร่าน กลิ่นหวาน ละมุน และติดทนนาน
2.Centifolia Rose (Rosa centifolia)
- รู้จักกันในชื่อ “กุหลาบพันใบร้อยใบ” ปลูกมากในฝรั่งเศส โดยเฉพาะเมืองกราซ (Grasse) กลิ่นหอมสดชื่น หวานและซับซ้อน เหมาะสำหรับน้ำหอมแฟนซี
3.Rosa alba (White Rose)
- กุหลาบขาวกลิ่นละมุน ใช้ผสมในน้ำหอมเพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและมิติของกลิ่น
4.Rosa rugosa (Rugosa Rose)
- ดอกใหญ่ กลิ่นเข้มข้น ใช้สกัดน้ำมันหอมและสารสกัดธรรมชาติสำหรับน้ำหอมพรีเมียม
5.Rosa centifolia × Damask hybrid
- เป็นการผสมพันธุ์เพื่อให้ได้กลิ่นกุหลาบเข้มข้นและติดทนนาน นิยมในน้ำหอมฝรั่งเศสระดับสูง
วิธีเลือก น้ำหอมกุหลาบ ให้เหมาะกับตัวเอง
การเลือก น้ำหอม กุหลาบ ให้เหมาะกับตัวเอง ควรพิจารณาหลายปัจจัยเริ่มจากประเภทกลิ่นที่ชอบ หากชอบความสดชื่นและเบาให้เลือกกลิ่นสดใสแบบ Green Roseส่วนผู้ที่ชอบกลิ่นหวานละมุนเหมาะกับ Sweet/Fruity Roseและถ้าชอบความอบอุ่นหรูหราให้เลือก Warm/Powdery Rose
นอกจากนี้ควรคำนึงถึงโอกาสและฤดูกาล กลิ่นสดใสเหมาะกับฤดูร้อนหรือกลางวัน ขณะที่กลิ่นเข้มข้นเหมาะกับฤดูหนาวหรือกลางคืน การทดลองบนผิวตัวเองก่อนซื้อก็สำคัญเพราะน้ำหอมแต่ละยี่ห้ออาจมีกลิ่นเปลี่ยนตาม pH ของผิวและอุณหภูมิ
ความเข้มข้นของน้ำหอมก็เป็นอีกปัจจัย เช่น กลิ่นเบา, กลิ่นกลางๆ, และกลิ่นเข้มติดทนนาน สุดท้ายควรเลือกน้ำหอมให้เข้ากับบุคลิกและสไตล์ส่วนตัว เพื่อให้กลิ่นเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนอย่างลงตัว
น้ำหอมกลิ่น กุหลาบเหมาะ กับใคร?
น้ำหอม กุหลาบ เหมาะกับทุกคนที่ชื่นชอบความหอมละมุน โรแมนติก และต้องการสร้างความประทับใจ กลิ่นกุหลาบสดชื่นเหมาะกับผู้ที่ชอบสไตล์เบาๆ สดใส ใช้ในชีวิตประจำวันหรืองานกลางวัน ขณะที่กลิ่นหวานละมุนหรืออบอุ่นเหมาะกับผู้ที่ชอบความหรูหรา โรแมนติก และต้องการกลิ่นติดทนนานสำหรับงานกลางคืน
น้ำหอมกุหลาบยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการกลิ่นคลาสสิกอมตะ สามารถใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย และเข้ากับหลายโอกาสทั้งงานเลี้ยง งานพิธี หรือแม้แต่การออกเดท ทำให้กลายเป็นน้ำหอมที่เหมาะกับคนทุกสไตล์และทุกบุคลิก
น้ำหอมกุหลาบ ยอดนิยม ในปัจจุบัน
ผลิตภัณฑ์ กุหลาบ ที่ทำเป็นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบได้รับความนิยม อย่างต่อเนื่องทั้งในไทยและต่างประเทศ เพราะเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกโรแมนติก หวานละมุน และคลาสสิก เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะใช้ในชีวิตประจำวันหรือโอกาสพิเศษ ต่อไปนี้คือ น้ำหอมกลิ่นกุหลาบยอดนิยมในปัจจุบัน ที่คนรักกลิ่นดอกไม้ไม่ควรพลาด
1.Jo Malone Red Roses
- เป็นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แรงบันดาลใจจาก มาริลีน มอนโร กลิ่นกุหลาบสดชื่นเหมือนยืนอยู่กลางช่อกุหลาบจริงๆ ให้ความหอมละมุนและโรแมนติก จากผสมผสานดอกกุหลาบ ดอกมะลิ และกระดังงา (5 มิถุนายน 2024) [1] มีความใส สะอาด หอมธรรมชาติ เหมาะสำหรับทุกวันและฤดูร้อน/กลางวันทั่วไป
2.Dior J’adore Rose
- น้ำหอมกุหลาบหรู มีความหวานและอบอุ่น เหมาะกับงานกลางคืน เป็นการสร้างสรรค์น้ำหอมขึ้นสำหรับผู้หญิง ในปี 1999 โดย Calice Becker นักปรุงน้ำหอมชาวฝรั่งเศส เอกลักษณ์ในการออกแบบรูปทรงคล้ายหยดน้ำให้ฟีลกลิ่นดอกไม้ (15 มีนาคม 2025) [2]
3.Byredo Rose of No Man’s Land
- กลิ่นกุหลาบแบบนวลเนียน ผสมดอกไม้และไม้หอมบางเบา เป็นน้ำหอมจากแบรนด์ Byredo ที่เปิดตัวในปี 2015 เป็นน้ำหอมแนว โอเรียนทัล สไปซี่ ที่ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย กลิ่นเปิดกุหลาบแดงตุรกีและพริกไทยสีชมพู กลิ่นกลางกุหลาบแดงตุรกีและราสเบอร์รี่ กลิ่นฐานปาปิรัสและอำพัน (20 สิงหาคม 2024) [3]
4.Maison Francis Kurkdjian À la Rose
- น้ำหอมกุหลาบฝรั่งเศสแท้ ให้กลิ่นสดใสและทันสมัย เปิดด้วยความสดชื่นและหวานอ่อนๆ จากผลไม้ หัวใจของกลิ่นคือ กุหลาบสองสายพันธุ์ บาลานซ์กันอย่างละมุน ฐานอบอุ่น ทำให้กลิ่นติดผิวดีขึ้น และให้ความรู้สึกสะอาด‑หรูหรา
5.Diptyque Eau Rose
- กุหลาบที่ผสมลิ้นจี่และมัสค์ ให้ความรู้สึกสะอาด สดชื่น แต่มีมิติ ให้ความหวานสดใสแบบเบาๆ ให้ความอบอุ่นแบบไม้และความนุ่มของมัสค์ กลิ่นหลักคือ กุหลาบสดใสใกล้เคียงกับกลิ่นกุหลาบจริง มากกว่าจะเป็นกุหลาบหวานจัด
น้ำหอมจาก กุหลาบแท้ กับกลิ่นกุหลาบ ต่างกันอย่างไร?
น้ำหอมกุหลาบแท้กับน้ำหอมกลิ่นกุหลาบต่างกันที่ แหล่งที่มาของกลิ่น น้ำหอมกุหลาบแท้สกัดจาก น้ำมันหอมระเหยของดอกกุหลาบสด เช่น Damask หรือ Centifolia ทำให้มีกลิ่นละมุน ซับซ้อน และติดทนนาน
ในขณะที่น้ำหอมกลิ่นกุหลาบอาจเป็น กลิ่นสังเคราะห์หรือผสมสารสังเคราะห์ เพื่อเลียนแบบกลิ่นกุหลาบ ทำให้กลิ่นออกมาใกล้เคียง แต่ไม่ซับซ้อนเท่าของแท้และบางครั้งติดทนน้อยกว่า น้ำหอมกุหลาบแท้จึงมักมีราคาสูงกว่า และถูกใช้ในน้ำหอมระดับพรีเมียม ส่วนกลิ่นสังเคราะห์เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องการกลิ่นกุหลาบแบบประหยัด หรือใช้เป็นกลิ่นเบาๆ ในชีวิตประจำวัน
วิธีใช้น้ำหอม กุหลาบให้หอม ติดทนนาน
เพื่อให้น้ำหอมกุหลาบมีกลิ่นหอมติดทนนาน ควรฉีดลงบน จุดชีพจร เช่น ข้อมือ ข้อพับแขน หลังใบหู หรือด้านในข้อพับเข่า เพราะความร้อนจากร่างกายจะช่วยกระจายกลิ่นให้ชัดเจนและยาวนานขึ้น นอกจากนี้ควรฉีดน้ำหอมหลัง อาบน้ำและผิวหมาดๆ จะช่วยให้กลิ่นติดทนกว่าเดิม
การใช้โลชั่นหรือครีมบำรุง ที่ไม่มีน้ำหอมก่อนฉีดน้ำหอมก็ช่วยให้กลิ่นไม่จางเร็ว และสำหรับผู้ที่ต้องการกลิ่นเข้มและติดทนนาน สามารถใช้เทคนิค Layering โดยฉีดน้ำหอมแบบเดียวกันในหลายจุดของร่างกาย หรือผสมกับผลิตภัณฑ์ในกลิ่นเดียวกัน เช่น โลชั่นน้ำหอม เพื่อเพิ่มความเข้มและความติดทน
สรุป น้ำหอม กุหลาบ ถือเป็นกลิ่นคลาสสิกตลอดกาล
สรุป น้ำหอม กุหลาบ เป็นตัวแทนของความโรแมนติก หวานละมุน และคลาสสิกที่ไม่เคยตกยุค กลิ่นกุหลาบมีทั้งแบบเข้มข้นหรูหรา เหมาะกับโอกาสพิเศษ และแบบสดใส ใช้ได้ทุกวัน ผสานกับโน้ตผลไม้หรือฟลอรัลอื่นๆ ทำให้กลิ่นน่าหลงใหลและหลากหลาย การเลือกน้ำหอมกุหลาบควรคำนึงถึงบุคลิกและโอกาสการใช้งาน เพื่อให้กลิ่นติดทนและเสริมเสน่ห์เฉพาะตัว
ผู้ชาย ใช้น้ำหอมกุหลาบ ได้หรือไม่?
ผู้ชายสามารถใช้น้ำหอมกุหลาบได้ โดยไม่มีข้อจำกัด กลิ่นกุหลาบมีหลายประเภท ทำให้เหมาะกับบุคลิกและสไตล์ที่หลากหลาย สำหรับผู้ชายที่ชอบกลิ่นสดใสหรือโรแมนติก สามารถเลือกกลิ่น Green Roseหรือ Sweet Roseส่วนผู้ชายที่ชอบกลิ่นหรูหราและติดทนนาน เหมาะกับ Warm/Powdery Rose การเลือกน้ำหอมให้เข้ากับโอกาสและบุคลิก จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและสร้างเสน่ห์ได้อย่างลงตัว
น้ำหอมกลิ่น กุหลาบติดทน นานแค่ไหน?
ระยะเวลาที่น้ำหอมกุหลาบติดทนนานขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและประเภทของน้ำหอม โดย Eau de Cologne จะติดประมาณ 2–4 ชั่วโมง, Eau de Toilette ประมาณ 4–6 ชั่วโมง, และ Eau de Parfum ประมาณ 6–10 ชั่วโมง น้ำหอมกุหลาบแท้ที่สกัดจากดอกสดมักติดทนนานกว่าแบบสังเคราะห์ การฉีดบนจุดชีพจรและผิวที่ชุ่มชื้นช่วยให้กลิ่นหอมกระจายและอยู่ได้นานขึ้น
- Tags: ต้นไม้


