ประวัติ ดอกกุหลาบ ที่มาดอกไม้แห่งอารยธรรมโลก

ประวัติ ดอกกุหลาบ

ประวัติ ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่ได้รับการยกย่องว่า งดงามที่สุดชนิดหนึ่งของโลก และเป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏในทุกยุคทุกสมัยของมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความศรัทธา อำนาจ หรือความลึกลับ กุหลาบไม่ได้เป็นเพียงไม้ดอกประดับ แต่เป็นดอกไม้ที่สะท้อนเรื่องราว ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอารยธรรมของมนุษย์มาอย่างยาวนาน

  • ยุโรปพัฒนาสายพันธุ์กุหลาบสมัยใหม่
  • เป็นสัญลักษณ์ความรักตั้งแต่กรีก–โรมัน
  • กุหลาบมีอายุกว่า 35 ล้านปี
  • เริ่มปลูกในเอเชียและตะวันออกกลาง

ต้นกำเนิด ของดอกกุหลาบ ในธรรมชาติ

จากหลักฐานทางพฤกษศาสตร์และฟอสซิล พบว่าดอกกุหลาบมีอายุเก่าแก่กว่า 35 ล้านปี โดยมีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในซีกโลกเหนือ โดยเฉพาะแถบเอเชียกลาง จีน ตะวันออกกลาง และยุโรป ดอกกุหลาบในยุคแรกเป็นกุหลาบป่า มีกลีบดอกที่ไม่ซับซ้อน สีส่วนใหญ่อยู่ในโทนชมพู ขาว และแดง และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งแตกต่างจากกุหลาบสายพันธุ์สมัยใหม่ ที่มีดอกใหญ่และสีสันหลากหลาย

มนุษย์เริ่มรู้จักใช้ประโยชน์จากกุหลาบ ทั้งในด้านความสวยงาม สมุนไพร และพิธีกรรม จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปลูก และคัดเลือกสายพันธุ์ในเวลาต่อมา ย้อนรอย ประวัติ ดอกกุหลาบ ตั้งแต่กำเนิดในธรรมชาติ ยุคโบราณ ยุคกลาง จนถึงการพัฒนาสายพันธุ์สมัยใหม่ เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมดอกกุหลาบจึงกลายเป็น “ราชินีแห่งดอกไม้” อย่างแท้จริง

เรื่องราว เป็นมาของ ดอกกุหลาบ มีประวัติมาจากไหน?

เรื่องราว ประวัติ ดอกกุหลาบ เป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมาทุกยุคสมัย โดยพบหลักฐานย้อนกลับไปได้ไกลถึงประมาณ 5,000 ปีที่ผ่านมา ปรากฏหลักฐานเริ่มต้นจาก ชนชาติสุเมเรียน (Sumerians) ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ บริเวณลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส หรือบริเวณประเทศอิรัก

สรุปไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญ ที่เกี่ยวกับกุหลาบ โดยเรียงตามลำดับเวลาได้ ดังนี้

  • 1,206 ปีก่อนคริสตกาล: ปรากฏเรื่องราวในนิยายปรัมปราของโฮเมอร์ (Homer) เกี่ยวกับสงครามเมืองทรอย โดยมีการบรรยายว่าเกราะของเฮคเตอร์ประดับด้วยลวดลายกุหลาบ และเทพธิดาอโฟรไดท์ใช้น้ำมันกุหลาบชโลมศพของเขา
  • 485-425 ปีก่อนคริสตกาล: ในสมัยของฮีโรโดตัส (Herodotus) กุหลาบเป็นที่นิยมมากในหมู่ชาวกรีก มีการบันทึกถึงสวนของกษัตริย์ไมดาส ที่มีกุหลาบดอกซ้อน 60 กลีบ ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพันธุ์ Rosa gallica และ Autumn Damask Rose
  • 372-286 ปีก่อนคริสตกาล: ธีโอฟรัสตัส (Theophrastus) นักปราชญ์ชาวกรีก ได้เขียนบันทึกเรื่องการขยายพันธุ์กุหลาบด้วยการตัดชำในหนังสือ “Historia plantarum” และอธิบายวิธีการติดตามกุหลาบในหนังสือ “Decausis plantarum”

ยุคสมัยใหม่ (คริสต์ศตวรรษที่ 19)

  • ปี ค.ศ. 1804 พระนางโจเซฟิน (Josephine) ราชินีของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 เริ่มทุ่มเทรวบรวมพันธุ์กุหลาบและลูกผสมต่างๆ มาปลูกไว้ที่พระราชวังมาเลซอง (Malmaison) โดยใช้เวลารวบรวมนานถึง 10 ปี จนมีกุหลาบมากกว่า 250 พันธุ์
  • ปี ค.ศ. 1815 หลังจากสงครามระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสสิ้นสุดลง ทางการอังกฤษได้มีคำสั่งให้รักษาดูแลสวนกุหลาบ ของพระนางโจเซฟินไว้เป็นอย่างดี
  • ในช่วงปี 1780 เป็นช่วงเวลาที่มีการนำ กุหลาบจีน (Chinas) หรือชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Rosa chinensis จากซีกโลกตะวันออกเข้าสู่ยุโรปตะวันตก ในช่วงปีนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ของประวัติศาสตร์กุหลาบในยุโรป

ที่มา: ประวัติความเป็นมาของกุหลาบ (2025) [1]

ประวัติ ความเป็นมา ดอกกุหลาบในไทย

ดอกกุหลาบเข้ามาในประเทศไทยครั้งแรก ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเริ่มมีการนำเข้าพันธุ์จากยุโรป เพื่อปลูกประดับในพระราชวัง และสวนส่วนพระองค์ ต่อมาในรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 กุหลาบเริ่มเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชนทั่วไป โดยมีการปลูกในสวนบ้านเรือน และจัดจำหน่ายเป็นไม้ดอกสวยงาม

ปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาสายพันธุ์กุหลาบ ที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้น สามารถปลูกได้ทั้งในสวนกลางแจ้งและในกระถาง ทำให้กุหลาบกลายเป็นหนึ่งในดอกไม้ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของคนไทย

ข้อมูลความรู้ เกี่ยวกับดอกกุหลาบ

กุหลาบสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเด็นหลักดังนี้

1. ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์และการขยายพันธุ์

ชื่อสามัญ: Rose
ชื่อทางพฤกษศาสตร์: Rosa hybrids
ชื่อวงศ์: Rosaceae
การขยายพันธุ์: นิยมใช้วิธี “การตอนกิ่ง”

2. ลักษณะเด่นของกุหลาบ

ลักษณะต้น: มีทั้งแบบไม้พุ่มและไม้เลื้อย ลำต้นและกิ่งก้านมีหนาม
ลักษณะดอก: มีทั้งดอกเดี่ยวและออกเป็นช่อ กลีบดอกมีขนาดใหญ่และมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 5 กลีบ
จุดเด่นอื่นๆ: มีกลิ่นหอม และมีหลากหลายสี เช่น แดง, ขาว, เหลือง, ชมพู ฯลฯ

3. ที่มาของชื่อ (นิรุกติศาสตร์)

คำว่า “กุหลาบ” ในภาษาไทยมีรากศัพท์มาจาก ภาษาเปอร์เซียและภาษาฮินดี ในภาษาเปอร์เซียใช้คำว่า “คุล” แปลว่า สีแดง หรือดอกไม้ ส่วนภาษาฮินดีใช้คำว่า “คุล” แปลว่า ดอกไม้ และ “คุลาพ” ซึ่งหมายถึงดอกกุหลาบโดยตรง จึงกลายเป็นคำที่คนไทยเรียกขานกันในปัจจุบัน ในขณะที่คำว่า “Rose” ในภาษาอังกฤษนั้นมีที่มาต่างออกไป โดยมาจากคำว่า “Rhodon” ในภาษากรีกที่แปลว่ากุหลาบ

ที่มา: “ดอกกุหลาบ” Rose (3 มีนาคม 2019) [2]

คลีโอพัตรา เกี่ยวข้องกับ กุหลาบยังไง?

ประวัติ ดอกกุหลาบ

มี ตำนาน กุหลาบ มากมายหลายวัฒนธรรม สำหรับ คลีโอพัตรา ราชินีแห่งอียิปต์โบราณ มีความเกี่ยวข้องกับ กุหลาบในหลายด้าน เพราะกุหลาบได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชินีแห่งดอกไม้” โดยเฉพาะในเชิงสัญลักษณ์และพิธีกรรมดังนี้

1.สัญลักษณ์แห่งความงามและความรัก
กุหลาบถือเป็นดอกไม้แห่งความงาม และความรัก คลีโอพัตราใช้ดอกกุหลาบประดับ ในงานเลี้ยงและพระราชวัง เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของความงาม และเสน่ห์ของพระองค์

2.น้ำมันหอมระเหยและน้ำกุหลาบ
ตามบันทึกโบราณ คลีโอพัตราใช้กุหลาบในการทำเครื่องหอม น้ำมัน และน้ำอาบ เพื่อผ่อนคลายและรักษาความงาม เป็นเคล็ดลับความงาม พระนางคลีโอพัตรา ใช้น้ำกุหลาบล้างหน้าเป็นประจำเช้าเย็น ช่วยฟื้นฟูผิวจากมลภาวะและความเหนื่อยล้า ทำให้ผิวพรรณสดชื่น บำรุงผิวหน้าให้มีความงาม อ่อนนุ่ม และเรียบเนียน (24 กุมภาพันธ์ 2020) [3]

3.พิธีกรรมและงานเฉลิมฉลอง
กุหลาบถูกใช้ในงานพิธีสำคัญ และงานเลี้ยงของราชสำนักอียิปต์ ซึ่งคลีโอพัตราใช้เพื่อ สร้างบรรยากาศหรูหราและมีเสน่ห์

4.การสื่อถึงอำนาจและความมั่งคั่ง
การมีสวนกุหลาบและดอกไม้หอม ถือเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ และความมั่งคั่ง คลีโอพัตราใช้กุหลาบ เพื่อแสดงสถานะของราชินี

ดอกกุหลาบใน ปัจจุบันและ ความนิยม ทั่วโลกเป็นยังไง?

ในปัจจุบัน ดอกกุหลาบ ยังคงเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลก ไม่ว่าจะใช้ประดับสวน ตกแต่งบ้าน หรือจัดเป็นช่อดอกไม้ในโอกาสพิเศษ เช่น วันวาเลนไทน์ งานแต่งงาน หรือวันแม่ ความนิยมนี้มาจากความหลากหลายของสายพันธุ์ และสีสันที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ทั้งกุหลาบสีแดงแทนความรัก สีขาวแทนความบริสุทธิ์ สีชมพูแทนความอ่อนโยน และสีเหลืองแทนมิตรภาพ

นอกจากนี้ กุหลาบยังถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งน้ำหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง การปลูกกุหลาบในปัจจุบันก็พัฒนาไปตามเทคโนโลยีการเกษตร ทำให้สามารถปลูกได้ในหลายสภาพอากาศทั่วโลก ส่งผลให้กุหลาบยังคงครองใจผู้คน และเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความงาม และความประณีตในระดับสากล

เหตุผลที่กุหลาบยัง เป็นดอกไม้ ยอดนิยม

กุหลาบยังคงเป็นดอกไม้ยอดนิยม เนื่องจากมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ชัดเจน แทนความรัก ความงาม และความโรแมนติก จึงมักถูกใช้ในโอกาสพิเศษอย่าง วันวาเลนไทน์ งานแต่งงาน หรือวันเกิด นอกจากนี้ กุหลาบยังมีความหลากหลายทั้งสีและสายพันธุ์ แต่ละสีสื่อความหมายแตกต่างกัน เช่น แดงแทนรักแท้ ขาวแทนความบริสุทธิ์ และเหลืองแทนมิตรภาพ

กลิ่นหอมของกุหลาบยังถูกนำมาใช้ในเครื่องหอม น้ำมันหอมระเหย และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว อีกทั้งยังปลูกง่าย สามารถปลูกในสวน กลางแจ้ง หรือกระถาง และใช้ตกแต่งงานดอกไม้ได้อย่างสวยงาม ความนิยมของกุหลาบจึงเกิดจากทั้งความงาม กลิ่นหอม ความหลากหลาย และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมายาวนาน

สรุป ประวัติ ดอกกุหลาบ ที่เป็นดอกไม้แห่งกาลเวลา

สรุป ประวัติ ดอกกุหลาบ สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันยาวนาน ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ จากดอกไม้ป่าในยุคโบราณ สู่ดอกไม้แห่งความรัก และศิลปะในปัจจุบัน ดอกกุหลาบไม่เพียงงดงามภายนอก แต่ยังเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และจิตใจของมนุษย์ทุกยุคทุกสมัย

กุหลาบเกิดขึ้น ครั้งแรก เมื่อใด?

กุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน พบหลักฐานการปลูกครั้งแรกประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสตกาลในพื้นที่เอเชียตะวันตก และเปอร์เซียโบราณ จากนั้นกุหลาบถูกนำเข้าสู่ยุโรปในสมัยโรมันโบราณ และแพร่หลายไปยังจีนและญี่ปุ่น ในช่วงศตวรรษที่ 7–9 การปลูกและพัฒนาสายพันธุ์ต่อเนื่อง ทำให้กุหลาบกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความงาม และความมั่งคั่งทั่วโลก

แหล่งกำเนิด ดั้งเดิมของ กุหลาบในโลก?

แหล่งกำเนิดดั้งเดิมกุหลาบอยู่ใน เอเชียตะวันตก เอเชียกลาง และจีนตอนเหนือ เป็นพื้นที่ที่พบหลักฐานการปลูกและใช้กุหลาบตั้งแต่ยุคโบราณ กุหลาบป่า (Wild Roses) มีหลากหลายสายพันธุ์เติบโตตามธรรมชาติ จากนั้นจึงแพร่เข้าสู่ยุโรปในสมัยโรมัน และต่อมายังตะวันออกกลาง ผ่านการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ทำให้กลายเป็นดอกไม้ที่มีความสำคัญ ทางวัฒนธรรมและประเพณีทั่วโลก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง