
พลู ใบใช้เคี้ยวหมาก สมุนไพรคู่วัฒนธรรมไทย
- OTP
- 11 views

พลู ใบใช้เคี้ยวหมาก พลูไม่ใช่แค่ใบไม้ธรรมดา แต่เป็น หัวใจของการเคี้ยวหมาก ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทยและเอเชีย ทั้งในด้านการต้อนรับ, พิธีกรรม, ความงาม และสมุนไพร แม้การเคี้ยวหมากจะลดลง แต่พลูยังคงมีคุณค่าทางวัฒนธรรม และการแพทย์พื้นบ้าน
- บทบาทของพลูในวัฒนธรรมไทยและเอเชีย
- ข้อมูลทั่วไป และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของพลู
- ความเชื่อเกี่ยวกับพลู วิธีการปลูก และการดูแลพลู
- สรรพคุณและประโยชน์ของพลู
บทบาทของพลูในวัฒนธรรมไทยและเอเชีย
บทบาททางวัฒนธรรม
- สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและการต้อนรับ : การยื่นหมากพลูให้แขกถือเป็นการให้เกียรติ
- พิธีกรรมมงคล : พลูถูกใช้ในงานแต่งงาน, งานบวช, พิธีบายศรีสู่ขวัญ
- ความงามและฐานะทางสังคม : ฟันดำจากการเคี้ยวหมากเคยถือว่าเป็นความงาม และแสดงถึงวัยผู้ใหญ่
การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน
- การเคี้ยวหมากลดลงอย่างมาก เนื่องจากการแพทย์สมัยใหม่ และการรณรงค์ด้านสุขภาพ
- พลูยังคงถูกใช้ในบางพิธีกรรม และเป็น สมุนไพรพื้นบ้าน เช่น ลดกลิ่นปาก, ขับลม, ฆ่าเชื้อ
- ปัจจุบันถูกมองว่าเป็น มรดกทางวัฒนธรรม ที่ควรอนุรักษ์
ภาพรวม
- พ.ศ. 2000–2300: พลูคือส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันและพิธีกรรม ยังใช้เป็นเครื่องแสดงความเคารพและมิตรภาพ เช่น การยื่นหมากพลูให้กัน (14 มกราคม 2026) [1]
- พ.ศ. 2400–2500: พลูยังคงแพร่หลาย แต่เริ่มถูกบันทึกในฐานะสมุนไพร
- พ.ศ. 2500–ปัจจุบัน: การเคี้ยวหมากลดลง แต่พลูยังคงมีบทบาทในพิธีกรรมและสมุนไพร
ข้อมูลทั่วไปของพลู
พลูมีชื่อสามัญว่า Betel Leaf หรือ Betel Pepper ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์คือ Piper betle Linn. อยู่ในวงศ์ Piperaceae ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับพืชที่เรารู้จักกันดีอย่างพริกไทยและดีปลี พลูเป็น ไม้เถาเลื้อย มีข้อและปล้องชัดเจน ทุกส่วนของต้นมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ชื่อท้องถิ่นอื่นๆ คือพลูจีน, ซีเก๊ะ (ใต้), เปล้าอ้วน, ปู (พายัพ)
ถิ่นกำเนิดของพลูอยู่ใน ประเทศอินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วภูมิภาค เช่น ไทย พม่า ลาว กัมพูชา และบังกลาเทศ โดยเฉพาะในสังคมไทย พลูถือเป็นพืชที่มีบทบาททั้งในชีวิตประจำวัน และพิธีกรรม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของพลู
- ลำต้น : เป็นไม้เถาเลื้อย มีข้อและปล้องชัดเจน ทุกส่วนมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถเลื้อยพันไม้ค้ำหรือเกาะตามต้นไม้ใหญ่ได้
- ใบ : เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปหัวใจหรือคล้ายใบโพธิ์ ปลายใบแหลม ขอบเรียบ ผิวใบมันและมีกลิ่นหอมเมื่อขยี้ (7 ตุลาคม 2025) [2]
- ดอก : ออกเป็นช่อแน่น ลักษณะคล้ายแท่งทรงกระบองเล็ก ๆ สีเขียวอ่อน ไม่ค่อยเด่นชัด
- ราก : มีทั้งรากฝอยที่หาอาหารในดิน และรากตามข้อที่ช่วยยึดเกาะกับวัสดุหรือผิวต้นไม้ (คล้ายรากตีนตุ๊กแก)
- การเจริญเติบโต : ชอบดินร่วนซุย มีความชื้นพอเหมาะ และแสงแดดรำไร ไม่ทนแดดจัด
อุปกรณ์ในการเคี้ยวหมาก
- ใบพลู – ใช้เป็นแผ่นรองห่อ
- หมาก – ผลหมากแก่ หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ
- ปูนแดง – ปูนกินหมาก ทำจากเปลือกหอย หรือหินปูนเผา
- ยาเส้น – ใส่เพื่อเพิ่มรสชาติและความหอม
- เครื่องปรุงอื่น ๆ – เช่น กานพลู, กระวาน, น้ำผึ้ง (แล้วแต่พื้นที่และความนิยม)
ขั้นตอนการตำหมาก
- เลือกใบพลู ที่สดและไม่ช้ำ
- ทาปูนแดงบาง ๆ ลงบนใบพลู (ไม่ควรหนาเกินไปเพราะจะกัดปาก)
- วางชิ้นหมาก ลงบนใบพลู
- ใส่ยาเส้นและเครื่องปรุง ตามชอบ เช่น กานพลูหรือกระวาน
- ห่อใบพลู ให้เป็นชิ้นพอดีคำ
- นำไปเคี้ยว จะได้รสฝาด หอม และทำให้ฟันค่อย ๆ ดำตามธรรมชาติ
ในสมัยก่อนจะมีครกเล็กๆ สำหรับตำหมาก วิธีทำคือเอาทุกอย่างลงไปตำให้เข้ากันพอประมาณ แล้วจึงปั้นเป็นก้อนพอดีคำ และจึงนำมาเคี้ยว
ความเชื่อเกี่ยวกับพลู
- พลูถือเป็น พืชแห่งความมงคล ใบสีเขียวสดใสเปรียบเสมือนความเจริญรุ่งเรือง
- การยื่นหมากพลูให้กันถือเป็นการแสดงมิตรภาพและการให้เกียรติ
- ในบางท้องถิ่นเชื่อว่า ปลูกพลูไว้หน้าบ้านจะช่วยเสริมโชคลาภและความมั่นคง
- งานแต่งงาน พลูเป็นส่วนหนึ่งของขันหมาก ใช้คู่กับหมากและปูนแดง เป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับและความเคารพ
- งานบวช พลูถูกใช้ในพิธีบายศรีสู่ขวัญ และการทำขวัญนาค เพื่อเสริมสิริมงคล และความบริสุทธิ์
- พิธีกรรมอื่น ๆ เช่น พิธีไหว้ครู, พิธีบวงสรวง ใช้พลูเป็นเครื่องเซ่นไหว้ และสื่อถึงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
วิธีการปลูก และการดูแลพลู
- การเตรียมพันธุ์และพื้นที่
- พันธุ์ปลูก: ใช้กิ่งพลูที่สมบูรณ์ ยาวประมาณ 20–30 ซม. มีข้อและรากอากาศ
- พื้นที่ปลูก: ดินร่วนซุย มีความชื้นสูง ระบายน้ำดี pH ประมาณ 5.5–6.5
- แสงแดด: ชอบแดดรำไร ไม่ทนแดดจัด ควรปลูกในที่มีร่มเงา เช่น ข้างบ้านหรือใต้ต้นไม้ใหญ่
- วิธีปลูก
- ปักชำกิ่ง: นำกิ่งพลูปักลงในดินลึกประมาณ 10–15 ซม. ให้ข้ออยู่ใต้ดิน 1–2 ข้อ
- ทำหลักหรือค้าง: ใช้ไม้ไผ่หรือเสาให้พลูเลื้อยขึ้น เพราะเป็นไม้เถาเลื้อย
- ระยะปลูก: ปลูกห่างกันประมาณ 50–80 ซม. เพื่อให้เถาเลื้อยได้สะดวก
- การดูแลรักษา
- รดน้ำ: รักษาดินให้ชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่แฉะ รดน้ำทุก 2–3 วันในฤดูร้อน
- ใส่ปุ๋ย: ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักทุก 1–2 เดือน เพื่อบำรุงใบให้เขียวสด
- ตัดแต่งกิ่ง: ตัดแต่งเถาที่แก่หรือยืดยาวเกินไป เพื่อกระตุ้นการแตกยอดใหม่
- ป้องกันศัตรูพืช: ระวังเพลี้ย และเชื้อราที่ทำให้ใบเหลือง ควรฉีดน้ำหมักชีวภาพ หรือสารสกัดสมุนไพร
สรรพคุณและประโยชน์ของพลู

- ฆ่าเชื้อโรค : น้ำมันหอมระเหยจากพลูมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา
- รักษาแผลเล็กน้อย : ใบพลูตำพอกช่วยลดการอักเสบและฆ่าเชื้อ
- บรรเทาอาการคันหรือผื่นผิวหนัง : ใช้ใบพลูต้มแล้วอาบหรือล้างผิว
- ช่วยขับลม : ใบพลูมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยบรรเทาอาการท้องอืด แน่นท้อง
- ลดกลิ่นปาก : การเคี้ยวใบพลูสดช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก ทำให้ลมหายใจสดชื่น
- แก้ท้องอืดและจุกเสียด : นิยมใช้ใบพลูสดตำ หรือคั้นน้ำมาทา/รับประทานเล็กน้อย
- อาหาร : ในบางประเทศ เช่น อินเดียและพม่า ใช้ใบพลูห่อเครื่องปรุงสมุนไพร หรือขนมหวาน
- ยาแผนโบราณ : ใช้ใบพลูเป็นส่วนผสมในตำรับยาแก้ไอ ขับเสมหะ และบรรเทาอาการหวัด ลดไข้ แก้ปวดท้อง ฆ่าพยาธิ รักษาแผล ฯลฯ (14 พฤศจิกายน 2016) [3]
- พิธีกรรมและวัฒนธรรม : พลูยังถูกใช้คู่กับหมาก และปูนแดงในพิธีมงคล เช่น งานแต่ง งานบวช
นอกจากนี้ยังช่วยสร้าง ความร่มรื่นและบรรยากาศเขียวสดชื่นให้กับพื้นที่ เมื่อปลูกร่วมกับไม้เลื้อยอื่น ๆ เช่น เถาวัลย์หลง ดอกสีม่วงขาว จะยิ่งเพิ่มความงดงาม และความผ่อนคลาย ทั้งจากสีเขียวของใบพลูและสีสันของดอกไม้ที่ตัดกันอย่างลงตัว ทำให้บ้านดูมีชีวิตชีวา และเป็นมุมพักผ่อนที่น่าอยู่มากขึ้น
สรุป พลู ใบใช้เคี้ยวหมาก ใบเขียวแห่งความทรงจำ
สรุป พลู ใบใช้เคี้ยวหมาก มีความสำคัญทั้งในพิธีกรรมไทย เช่น งานแต่งและงานบวช, มีความเชื่อเรื่องความเป็นสิริมงคล และยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในสังคมโบราณที่สะท้อนถึงความงาม มิตรภาพ และการให้เกียรติ การปลูก และดูแลด้วยน้ำและปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอ จะได้ใบพลูที่เขียวสด ใช้เคี้ยวหมาก หรือทำสมุนไพรได้ตลอดทั้งปี
ความเป็นสิริมงคลของพลูคืออะไร?
พลูถือเป็นพืชแห่งความมงคล ใช้ในพิธีแต่งงาน บวช และบายศรีสู่ขวัญเพื่อเสริมสิริขวัญ การยื่นหมากพลูให้กันเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้เกียรติ และมิตรภาพในสังคมไทยโบราณ คนโบราณเชื่อว่าปลูกพลูไว้หน้าบ้านจะนำโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความมั่นคง
ควรปลูกพลูบริเวณใดของบ้าน?
พลูควรปลูกในที่ร่มครึ่งแดดครึ่งร่ม มีความชื้นสูงเพื่อให้ใบเขียวสด นิยมปลูกตามรั้ว กำแพง หรือใต้ต้นไม้ใหญ่ เพื่อให้เถาเลื้อย และสร้างความร่มรื่น หากมีค้างหรือหลักให้เกาะ พลูจะเจริญเติบโตดี และสามารถเก็บใบใช้ได้ตลอดปี
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


