พวงผกา ดอกสีแดง เปลี่ยนสีได้ในช่อเดียว

พวงผกา ดอกสีแดง

พวงผกา ดอกสีแดง ไม้พุ่มดอกกระจุกหลากสีที่เปล่งประกายด้วยเฉดแดงสด สะดุดตาและเปี่ยมความหมาย กลีบเล็กบานเป็นช่อกระจุก เปลี่ยนสีตามอายุดอก นิยมปลูกประดับสวนและริมรั้ว ให้ทั้งความงามและความหมาย เราจะมาบอกจุดเด่น การปลูกและดูแล และอื่นๆ ที่คุณควรรู้

  • ประวัติความเป็นมาของพวงผกา
  • ข้อมูลทั่วไป และลักษณะทางพฤกษศาสตร์
  • วิธีปลูก การขยายพันธุ์ และการตัดแต่ง
  • การใช้ประโยชน์ และความหมายของพวงผกา

ประวัติความเป็นมาของพวงผกา

เริ่มต้นในถิ่นกำเนิด (ศตวรรษที่ 18): พวงผกา (Lantana camara) มีถิ่นกำเนิดใน เขตร้อนของทวีปอเมริกา ถูกบันทึกทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี 1753 โดย Carl Linnaeus ในหนังสือ Species Plantarum (3 ธันวาคม 2025) [1] เป็นไม้พุ่มที่มีความทนทาน และปรับตัวได้ดีในหลายสภาพแวดล้อม

การแพร่กระจายสู่เอเชีย และไทย (ช่วงอาณานิคม – ศตวรรษที่ 19): พวงผกาถูกนำเข้ามาในหลายประเทศเพื่อใช้เป็น ไม้ประดับสวนและริมรั้ว ต่อมาแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และกลายเป็น พืชต่างถิ่นรุกราน ในภูมิภาคเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย  ในไทยมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น “คำขี้ไก่” (เชียงใหม่), “เบญจมาศป่า” (ภาคกลาง) (16 กันยายน 2025) [2]

สถานะปัจจุบัน (ศตวรรษที่ 20–21): ปัจจุบันพวงผกายังเป็น ไม้ประดับยอดนิยม ด้วยดอกหลากสีที่เปลี่ยนตามอายุในช่อเดียวกัน แต่ในเชิงนิเวศถูกจัดว่าเป็น วัชพืชรุกราน ที่สามารถแย่งพื้นที่ และกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (4 มกราคม 2016) [3] นักวิชาการและหน่วยงานอนุรักษ์จึงให้ความสำคัญทั้งด้านการควบคุมและการใช้ประโยชน์

ข้อมูลทั่วไป และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของพวงผกา

  • ชื่อวิทยาศาสตร์: Lantana camara L.
  • ชื่อสามัญ: Lantana, Cloth of Gold, Hedge Flower
  • วงศ์: Verbenaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

  • ลักษณะต้น: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 1–2 เมตร ลำต้นเป็น สี่เหลี่ยม มีหนามเล็ก และมีขนสาก แตกกิ่งก้านมาก ทำให้ทรงพุ่มทึบ
  • ลักษณะใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ โคนใบมน ปลายเรียวแหลม ขอบใบหยักมน มีขนปกคลุมทั่วใบ สีเขียวเข้ม เห็นเส้นใบชัดเจน
  • ลักษณะดอก: ดอกออกเป็น ช่อกระจุกแน่นที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ดอกรอบนอกจะบานก่อนดอกด้านใน มีกลิ่นหอมฉุน
  • ลักษณะผล: ผลกลมขนาดเล็ก ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีดำ ผลมีพิษ หากรับประทานอาจทำให้ปวดท้อง อาเจียน และกล้ามเนื้ออ่อนแรง

จุดเด่นของดอกพวงผกาสีแดง (Lantana camara)

  • สดใส ดึงดูดสายตา: สีแดงจัดจ้าน เพิ่มชีวิตชีวาให้สวนและริมรั้ว
  • เปลี่ยนสีในช่อเดียว: ไล่เฉดจากเหลือง → ส้ม → แดง ทำให้ช่อดอกมีหลายสีพร้อมกัน
  • สัญลักษณ์สีแดง: สื่อถึงความรัก ความกล้าหาญ และความรื่นเริง

วิธีปลูก การขยายพันธุ์ และการตัดแต่ง

  • การปลูก: ใช้ต้นกล้าหรือกิ่งชำ ปลูกลงดินที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างประมาณ 50–100 ซม.
  • การขยายพันธุ์:
    • นิยมใช้ การปักชำกิ่ง เพราะทำได้ง่าย และได้ต้นใหม่เร็ว
    • สามารถเพาะเมล็ดได้ แต่ใช้เวลานานกว่า
  • การตัดแต่ง:
    • ควรตัดแต่งกิ่งหลังออกดอก เพื่อกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่ และควบคุมทรงพุ่ม
    • การตัดแต่งช่วยให้ต้นไม่รก และออกดอกสวยงามสม่ำเสมอ

การใช้ประโยชน์ และข้อควรระวังของพวงผกา

การใช้ประโยชน์

  • ไม้ประดับ: นิยมปลูกเพื่อความสวยงาม เนื่องจากดอกมีหลายสี และเปลี่ยนสีตามอายุในช่อเดียวกัน
  • ตกแต่งสวนและริมรั้ว: ใช้ปลูกเป็นแนวรั้วหรือพุ่มประดับ เพิ่มสีสันให้พื้นที่ และบรรยากาศสดชื่น
  • ดึงดูดแมลงผสมเกสร: ดอกพวงผกามีกลิ่น และสีสันที่ช่วยดึงดูดผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงผสมเกสรอื่น ๆ

ข้อควรระวัง

  • ขนใบและกิ่ง: มีขนสาก เมื่อสัมผัสอาจทำให้เกิดอาการคัน หรือระคายเคืองผิวหนัง
  • ผลดิบมีพิษ: หากรับประทานอาจทำให้ปวดท้อง อาเจียน และกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • การแพร่กระจาย: พวงผกาถูกจัดว่าเป็น พืชต่างถิ่นรุกราน ในหลายพื้นที่ จึงควรควบคุมการปลูกไม่ให้กระทบต่อพืชพื้นถิ่น

พวงผกาในวัฒนธรรมและความเชื่อ

พวงผกา ดอกสีแดง

 ความหมายในท้องถิ่น

  • คำขี้ไก่ (เชียงใหม่): ชื่อที่สะท้อนถึงความเป็นไม้พื้นบ้าน พบทั่วไปตามชนบท
  • เบญจมาศป่า (ภาคกลาง): เปรียบกับดอกเบญจมาศที่มีหลายสี แต่ขึ้นเองตามธรรมชาติ
  • ชื่ออื่น ๆ: ขะจาย (แม่ฮ่องสอน), ยี่สุ่น (ตรัง) ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้และการใช้ในแต่ละภูมิภาค

การใช้ในงานประดับ หรือพิธีกรรม

  • ไม้ประดับสวนและริมรั้ว: ด้วยดอกที่มีหลายสีและเปลี่ยนสีตามอายุในช่อเดียวกัน จึงนิยมปลูกเพื่อความงาม และความสดใส ความโดดเด่นนี้คล้ายกับ เล็บมือนาง เปลี่ยนสีตามวัน
  • งานพิธีกรรมท้องถิ่น: บางพื้นที่นำดอกพวงผกามาใช้ประดับสถานที่ในงานบุญ งานประเพณี เพื่อเพิ่มสีสันและความเป็นสิริมงคล
  • สัญลักษณ์แห่งความสดใส: สีแดง ส้ม และชมพูของดอกพวงผกา มักถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความกล้าหาญ และความรื่นเริง

สรุป พวงผกา ดอกสีแดง โดดเด่น เป็นสิริมงคล

สรุป พวงผกา ดอกสีแดง ไม่เพียงเป็นไม้ประดับที่ให้ความงาม แต่ยังมีความหมายทางวัฒนธรรม และความเชื่อในท้องถิ่นไทย การเรียกชื่อแตกต่างกันสะท้อนถึงความผูกพันกับวิถีชีวิต และการใช้ในงานประดับ หรือพิธีกรรมก็ช่วยเสริมบรรยากาศแห่งความสดใส และสิริมงคล เป็นไม้ประดับที่มีความงามโดดเด่น เหมาะสำหรับตกแต่งสวนและริมรั้ว

พวงผกามีการใช้ประโยชน์อย่างไร?

นิยมปลูกตกแต่งสวน ริมรั้ว และเป็นไม้ประดับ ช่วยเพิ่มสีสัน และดึงดูดแมลงผสมเกสร เช่น ผึ้งและผีเสื้อ แต่ไม่ใช้บริโภค เนื่องจากผลดิบมีพิษ

ข้อควรระวังในการปลูกพวงผกาคืออะไร?

  • ขนใบและกิ่งอาจทำให้คันเมื่อสัมผัส
  • ผลดิบมีพิษ หากรับประทานอาจทำให้ปวดท้องและอาเจียน
  • ควรควบคุมการปลูก เพราะอาจแพร่กระจายเป็นวัชพืชรุกราน
Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน
Picture of OTP
OTP

แหล่งอ้างอิง