
พวงผกา ดอกสีแดง เปลี่ยนสีได้ในช่อเดียว
- OTP
- 12 views

พวงผกา ดอกสีแดง ไม้พุ่มดอกกระจุกหลากสีที่เปล่งประกายด้วยเฉดแดงสด สะดุดตาและเปี่ยมความหมาย กลีบเล็กบานเป็นช่อกระจุก เปลี่ยนสีตามอายุดอก นิยมปลูกประดับสวนและริมรั้ว ให้ทั้งความงามและความหมาย เราจะมาบอกจุดเด่น การปลูกและดูแล และอื่นๆ ที่คุณควรรู้
- ประวัติความเป็นมาของพวงผกา
- ข้อมูลทั่วไป และลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- วิธีปลูก การขยายพันธุ์ และการตัดแต่ง
- การใช้ประโยชน์ และความหมายของพวงผกา
ประวัติความเป็นมาของพวงผกา
เริ่มต้นในถิ่นกำเนิด (ศตวรรษที่ 18): พวงผกา (Lantana camara) มีถิ่นกำเนิดใน เขตร้อนของทวีปอเมริกา ถูกบันทึกทางวิทยาศาสตร์ครั้งแรกในปี 1753 โดย Carl Linnaeus ในหนังสือ Species Plantarum (3 ธันวาคม 2025) [1] เป็นไม้พุ่มที่มีความทนทาน และปรับตัวได้ดีในหลายสภาพแวดล้อม
การแพร่กระจายสู่เอเชีย และไทย (ช่วงอาณานิคม – ศตวรรษที่ 19): พวงผกาถูกนำเข้ามาในหลายประเทศเพื่อใช้เป็น ไม้ประดับสวนและริมรั้ว ต่อมาแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และกลายเป็น พืชต่างถิ่นรุกราน ในภูมิภาคเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย ในไทยมีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น “คำขี้ไก่” (เชียงใหม่), “เบญจมาศป่า” (ภาคกลาง) (16 กันยายน 2025) [2]
สถานะปัจจุบัน (ศตวรรษที่ 20–21): ปัจจุบันพวงผกายังเป็น ไม้ประดับยอดนิยม ด้วยดอกหลากสีที่เปลี่ยนตามอายุในช่อเดียวกัน แต่ในเชิงนิเวศถูกจัดว่าเป็น วัชพืชรุกราน ที่สามารถแย่งพื้นที่ และกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ (4 มกราคม 2016) [3] นักวิชาการและหน่วยงานอนุรักษ์จึงให้ความสำคัญทั้งด้านการควบคุมและการใช้ประโยชน์
ข้อมูลทั่วไป และลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของพวงผกา
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Lantana camara L.
- ชื่อสามัญ: Lantana, Cloth of Gold, Hedge Flower
- วงศ์: Verbenaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ลักษณะต้น: เป็นไม้พุ่มขนาดเล็กถึงกลาง สูงประมาณ 1–2 เมตร ลำต้นเป็น สี่เหลี่ยม มีหนามเล็ก และมีขนสาก แตกกิ่งก้านมาก ทำให้ทรงพุ่มทึบ
- ลักษณะใบ: ใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปไข่ โคนใบมน ปลายเรียวแหลม ขอบใบหยักมน มีขนปกคลุมทั่วใบ สีเขียวเข้ม เห็นเส้นใบชัดเจน
- ลักษณะดอก: ดอกออกเป็น ช่อกระจุกแน่นที่ปลายกิ่ง กลีบดอกเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 5 กลีบ ดอกรอบนอกจะบานก่อนดอกด้านใน มีกลิ่นหอมฉุน
- ลักษณะผล: ผลกลมขนาดเล็ก ผลดิบสีเขียว เมื่อสุกเป็นสีดำ ผลมีพิษ หากรับประทานอาจทำให้ปวดท้อง อาเจียน และกล้ามเนื้ออ่อนแรง
จุดเด่นของดอกพวงผกาสีแดง (Lantana camara)
- สดใส ดึงดูดสายตา: สีแดงจัดจ้าน เพิ่มชีวิตชีวาให้สวนและริมรั้ว
- เปลี่ยนสีในช่อเดียว: ไล่เฉดจากเหลือง → ส้ม → แดง ทำให้ช่อดอกมีหลายสีพร้อมกัน
- สัญลักษณ์สีแดง: สื่อถึงความรัก ความกล้าหาญ และความรื่นเริง
วิธีปลูก การขยายพันธุ์ และการตัดแต่ง
- การปลูก: ใช้ต้นกล้าหรือกิ่งชำ ปลูกลงดินที่เตรียมไว้ โดยเว้นระยะห่างประมาณ 50–100 ซม.
- การขยายพันธุ์:
- นิยมใช้ การปักชำกิ่ง เพราะทำได้ง่าย และได้ต้นใหม่เร็ว
- สามารถเพาะเมล็ดได้ แต่ใช้เวลานานกว่า
- การตัดแต่ง:
- ควรตัดแต่งกิ่งหลังออกดอก เพื่อกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่ และควบคุมทรงพุ่ม
- การตัดแต่งช่วยให้ต้นไม่รก และออกดอกสวยงามสม่ำเสมอ
การใช้ประโยชน์ และข้อควรระวังของพวงผกา
การใช้ประโยชน์
- ไม้ประดับ: นิยมปลูกเพื่อความสวยงาม เนื่องจากดอกมีหลายสี และเปลี่ยนสีตามอายุในช่อเดียวกัน
- ตกแต่งสวนและริมรั้ว: ใช้ปลูกเป็นแนวรั้วหรือพุ่มประดับ เพิ่มสีสันให้พื้นที่ และบรรยากาศสดชื่น
- ดึงดูดแมลงผสมเกสร: ดอกพวงผกามีกลิ่น และสีสันที่ช่วยดึงดูดผึ้ง ผีเสื้อ และแมลงผสมเกสรอื่น ๆ
ข้อควรระวัง
- ขนใบและกิ่ง: มีขนสาก เมื่อสัมผัสอาจทำให้เกิดอาการคัน หรือระคายเคืองผิวหนัง
- ผลดิบมีพิษ: หากรับประทานอาจทำให้ปวดท้อง อาเจียน และกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- การแพร่กระจาย: พวงผกาถูกจัดว่าเป็น พืชต่างถิ่นรุกราน ในหลายพื้นที่ จึงควรควบคุมการปลูกไม่ให้กระทบต่อพืชพื้นถิ่น
พวงผกาในวัฒนธรรมและความเชื่อ

ความหมายในท้องถิ่น
- คำขี้ไก่ (เชียงใหม่): ชื่อที่สะท้อนถึงความเป็นไม้พื้นบ้าน พบทั่วไปตามชนบท
- เบญจมาศป่า (ภาคกลาง): เปรียบกับดอกเบญจมาศที่มีหลายสี แต่ขึ้นเองตามธรรมชาติ
- ชื่ออื่น ๆ: ขะจาย (แม่ฮ่องสอน), ยี่สุ่น (ตรัง) ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้และการใช้ในแต่ละภูมิภาค
การใช้ในงานประดับ หรือพิธีกรรม
- ไม้ประดับสวนและริมรั้ว: ด้วยดอกที่มีหลายสีและเปลี่ยนสีตามอายุในช่อเดียวกัน จึงนิยมปลูกเพื่อความงาม และความสดใส ความโดดเด่นนี้คล้ายกับ เล็บมือนาง เปลี่ยนสีตามวัน
- งานพิธีกรรมท้องถิ่น: บางพื้นที่นำดอกพวงผกามาใช้ประดับสถานที่ในงานบุญ งานประเพณี เพื่อเพิ่มสีสันและความเป็นสิริมงคล
- สัญลักษณ์แห่งความสดใส: สีแดง ส้ม และชมพูของดอกพวงผกา มักถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความกล้าหาญ และความรื่นเริง
สรุป พวงผกา ดอกสีแดง โดดเด่น เป็นสิริมงคล
สรุป พวงผกา ดอกสีแดง ไม่เพียงเป็นไม้ประดับที่ให้ความงาม แต่ยังมีความหมายทางวัฒนธรรม และความเชื่อในท้องถิ่นไทย การเรียกชื่อแตกต่างกันสะท้อนถึงความผูกพันกับวิถีชีวิต และการใช้ในงานประดับ หรือพิธีกรรมก็ช่วยเสริมบรรยากาศแห่งความสดใส และสิริมงคล เป็นไม้ประดับที่มีความงามโดดเด่น เหมาะสำหรับตกแต่งสวนและริมรั้ว
พวงผกามีการใช้ประโยชน์อย่างไร?
นิยมปลูกตกแต่งสวน ริมรั้ว และเป็นไม้ประดับ ช่วยเพิ่มสีสัน และดึงดูดแมลงผสมเกสร เช่น ผึ้งและผีเสื้อ แต่ไม่ใช้บริโภค เนื่องจากผลดิบมีพิษ
ข้อควรระวังในการปลูกพวงผกาคืออะไร?
- ขนใบและกิ่งอาจทำให้คันเมื่อสัมผัส
- ผลดิบมีพิษ หากรับประทานอาจทำให้ปวดท้องและอาเจียน
- ควรควบคุมการปลูก เพราะอาจแพร่กระจายเป็นวัชพืชรุกราน
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


