พันธุ์กุหลาบ ในไทย กำลังมาแรง ที่ใครเห็นก็หลงรัก

พันธุ์กุหลาบ ในไทย

พันธุ์กุหลาบ ในไทย ประเทศที่มีสภาพอากาศร้อนชื้น เหมาะกับการปลูกกุหลาบหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบโบราณ กุหลาบสมัยใหม่ หรือกุหลาบแคระ กุหลาบแต่ละพันธุ์มีความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว การเลือกพันธุ์กุหลาบที่เหมาะสมกับพื้นที่ จะช่วยให้กุหลาบเจริญเติบโตดี และออกดอกสวยตลอดปี สำหรับผู้ที่รักการจัดสวน การทำความรู้จักกับพันธุ์กุหลาบในไทยถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

  • กุหลาบไทยหลายสายพันธุ์ปรับตัวได้ดีในอากาศร้อนชื้น
  • มีทั้งกุหลาบพันธุ์พื้นเมืองและพันธุ์นำเข้าจากต่างประเทศ
  • กุหลาบดอกใหญ่เหมาะกับการจัดสวนประดับหน้าบ้าน
  • กุหลาบสีสันสดใสช่วยเพิ่มความสวยงามในสวนไทย

แนะนำ สายพันธุ์กุหลาบ ที่นิยมปลูกในไทย

สายพันธุ์กุหลาบที่นิยมในประเทศไทย มีหลากหลายชนิด เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นและการปลูกทั้งในสวนและกระถาง โดยสามารถแบ่งกลุ่มที่พบเห็นบ่อยได้ดังนี้

1.พันธุ์จุฬาลงกรณ์
สีชมพูสด มีกลิ่นหอม ออกดอกตลอดปี ออกดอกเดี่ยว แต่ต้องดูแลเรื่องโรคพืชเป็นพิเศษ เป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความระลึกถึง ของพระราชชายา เจ้าดารารัศมี ทรงตั้งชื่อว่า “จุฬาลงกรณ์” เพื่อถวายแด่ พระราชสวามี (รัชกาลที่ 5)

สันนิษฐานว่าทรงสั่งซื้อมาจากอังกฤษในช่วงปี พ.ศ. 2457 – 2470 หลังจากเจ้าดารารัศมีสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2476 กุหลาบพันธุ์นี้ยังคงได้รับการปลูกและขยายพันธุ์ต่อกันมาในจังหวัดเชียงใหม่ (2025) [1]

2.พันธุ์อิงลิชการ์เด้น
กลีบดอกซ้อนแน่นมาก ทรงถ้วยหรือทรงกลม ดูฟูและนุ่ม พุ่มแน่น ทรงโค้งเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งกระด้างแข็งแรงทนทาน ออกดอกดก หลากสี เหมาะประดับสวน พันธุ์กุหลาบที่ได้รับการพัฒนาโดย David Austin ในอังกฤษช่วงกลางศตวรรษที่ 20

3.พันธุ์วาเลนไทน์
กลีบดอกซ้อนแน่น ทรงกลมฟู มีความสมดุล โทนแดงสด แดงเข้ม เป็นเอกลักษณ์สื่อถึงความรัก มีกลิ่นหอมอ่อนกลาง แบบหวานละมุน แข็งแรง ทนทาน ออกดอกตลอดปี

4.พันธุ์แอมบริดจ์โรส
(Ambridge Rose) กุหลาบอังกฤษ ต้นพุ่มเตี้ย ดอกดก มีกลิ่นหอมของเมอร์ร่าห์ ที่เข้มข้น เหมาะประดับ เปิดตัวในปี ค.ศ. 1990 โดย เดวิด ออสติน จากสหราชอาณาจักร จดทะเบียนในชื่อ ‘AUSwonder’ (7 พฤศจิกายน 2020) [2]

5.พันธุ์เรนนี่บลู
Rainy Blue Rose ฟ้าอมม่วงอ่อน–ม่วงพาสเทล เป็นเอกลักษณ์หายาก ทำให้ดอกดูสง่างาม หอมอ่อนๆ แบบหวานละมุน กลีบดอกซ้อนแน่น ทรงถ้วยหรือทรงกลม ฟู ดูนุ่มนวล

6. กุหลาบมาโซระ
ทรงพุ่มเตี้ย สีแอปริคอต กลิ่นหอมผลไม้ เลี้ยงง่ายมาก เป็นกุหลาบญี่ปุ่นที่เปิดตัวและพัฒนาสายพันธุ์โดย Teizō Yoshiike ก่อนปี ค.ศ. 2009 และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009

7.กุหลาบ Bishop’s Castle
กุหลาบอังกฤษ ต้นกึ่งเลื้อย ดอกดก สีชมพูสด กลิ่นหอมมาก มือใหม่ปลูกรอด เป็นที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายมานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหลังปี 2000

8. Bienvenue Rose
กุหลาบเลื้อยฝรั่งเศส ชมพูอ่อนถึงชมพูพาสเทล กลีบดอกไล่เฉดอย่างนุ่มนวล ดูหวานละมุน ดอกซ้อนแน่น ทรงถ้วยหรือทรงกลมแบบกุหลาบคลาสสิก หอมแรง กลิ่นหวานแบบกุหลาบเก่า ที่มีมานานตั้งแต่ปี ค.ศ. 1999 ขึ้นชื่อเรื่องดอกดกและหอมแรงเป็นอย่างมาก (6 มีนาคม 2022) [3]

9. ซูเออร์ เอ็มมานูเอลล์
Soeur Emmanuelle กุหลาบฝรั่งเศส สูง 3-4 เมตร ดอกใหญ่ สีชมพูม่วง กลิ่นหอมแรง เลี้ยงง่าย เป็นกุหลาบพุ่ม สีชมพูอมม่วงที่มีกลิ่นหอมแรงโดดเด่น ถูกเพาะพันธุ์โดย Delbard ในปี ค.ศ. 2004

สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ เจ้าดารารัศมี เพิ่มเติมได้ที่ wikipedia

ประวัติ และที่มาของ กุหลาบในไทย

กุหลาบเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ สมัยอยุธยา–รัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยมีการนำเข้าจากประเทศจีน อินเดีย และยุโรปเพื่อใช้เป็นไม้ประดับในวังและสวนของขุนนาง เนื่องจากดอกกุหลาบมีความสวยงามและมีกลิ่นหอม จึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

ต่อมาในยุคสมัยรัชกาลที่ 5–6 กุหลาบสายพันธุ์ยุโรป เช่น กุหลาบอังกฤษและกุหลาบฮอลแลนด์ ถูกนำเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้เกิดการผสมพันธุ์และพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย ปัจจุบันกุหลาบไทยมีทั้งสายพันธุ์พื้นเมือง สายพันธุ์จีน และสายพันธุ์ยุโรปที่ปรับปรุงพันธุ์จนทนต่อโรคและแดดได้ดี

การปลูก พันธุ์กุหลาบ ในไทย ไม่ได้จำกัดเพียงสวนขนาดใหญ่ แต่ยังสามารถปลูกในกระถาง บนระเบียง หรือแม้กระทั่งในสวนสาธารณะ ทำให้กุหลาบเป็นไม้ประดับยอดนิยมของคนไทย ทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ราคากุหลาบ ในไทยเริ่มต้น เท่าไหร่?

ราคากุหลาบ ในไทยเริ่มต้นโดยทั่วไปสำหรับต้นกุหลาบปลูก อยู่ที่ประมาณ 550 บาทขึ้นไปต่อไม้ สำหรับต้นขนาดประมาณ 30 ซม. ในร้านต้นไม้ทั่วไป

ส่วน ราคาดอกกุหลาบสดตัดดอก เพื่อมอบเป็นของขวัญหรือขายปลีกนั้น ราคามักเริ่มจาก ประมาณ 10–20 บาทต่อดอกในช่วงปกติ แต่จะปรับขึ้นสูงในช่วงเทศกาลอย่างวันวาเลนไทน์ โดยราคาต่อดอกอาจอยู่ในช่วง 15–30 บาทขึ้นไป และถ้าจัดเป็นช่อ ราคาช่อดอกกุหลาบอาจอยู่ตั้งแต่ ร้อยกว่าบาทไปจนถึงหลายพันบาทขึ้นอยู่กับขนาดและการจัดตกแต่ง

กุหลาบพันธุ์ไหน เหมาะสำหรับ ผู้เริ่มต้นปลูก

กุหลาบเป็นไม้ดอกที่มีเสน่ห์ ทั้งสีสันและกลิ่นหอม แต่สำหรับผู้เริ่มต้น การเลือกพันธุ์กุหลาบที่ดูแลง่าย ทนต่อสภาพอากาศ และออกดอกได้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในประเทศไทยซึ่งมีอากาศร้อนชื้น กุหลาบไทยหลายพันธุ์ถูกพัฒนามาให้เหมาะกับ สภาพอากาศและการดูแลที่ไม่ซับซ้อน

หนึ่งในพันธุ์ที่นิยมสำหรับมือใหม่คือ กุหลาบช่อ หรือกุหลาบไทยดอกช่อ พันธุ์นี้มีลักษณะเด่นตรงที่ออกดอกเป็นช่อจำนวนมาก ทนต่อแดดร้อนและโรคพืชได้ดี ทำให้ไม่ต้องดูแลอย่างเข้มงวด และสามารถปลูกในกระถางหรือแปลงดินได้สะดวก

อีกพันธุ์ที่เหมาะคือ กุหลาบพันธุ์วาเลนไทน์ไทย ซึ่งมีความสูงไม่มาก ดอกใหญ่สีสันสดใส และออกดอกต่อเนื่อง ทำให้ผู้เริ่มต้นสนุกกับการชมดอกโดยไม่ต้องคอยตัดแต่งบ่อยๆ สำหรับผู้ที่ชอบปลูกในบ้านหรือพื้นที่จำกัด กุหลาบแคระไทย ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ ด้วยขนาดเล็กและการออกดอกสม่ำเสมอ การดูแลจึงง่าย เหมาะกับการปลูกในกระถางบนระเบียงหรือสวนเล็กๆ

เคล็ดลับสำหรับผู้เริ่มต้น

  1. เลือกพันธุ์ที่ออกดอกง่ายและทนต่อโรค
  2. ปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดอย่างน้อย 5–6 ชั่วโมงต่อวัน
  3. รดน้ำสม่ำเสมอ แต่ระวังไม่ให้แฉะเกินไป
  4. ใส่ปุ๋ยหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นการออกดอก
  5. ตัดแต่งกิ่งเพื่อให้ต้นสมบูรณ์และไม่รก

 

การเลือกกุหลาบ ให้เหมาะกับ สวนไทย

พันธุ์กุหลาบ ในไทย

การปลูกกุหลาบในสวนไทยต้องพิจารณาหลายปัจจัย เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นและฝนตกชุกอาจทำให้กุหลาบบางพันธุ์เจริญเติบโตได้ไม่ดี การเลือกพันธุ์และวิธีปลูกที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สวนของคุณเต็มไปด้วยดอกกุหลาบสวยงามตลอดปี

1. เลือกพันธุ์ที่ทนต่ออากาศร้อนชื้น
กุหลาบไทยหลายพันธุ์ถูกพัฒนามา ให้ทนต่อแดดจัดและความชื้นสูง เช่น กุหลาบช่อ กุหลาบวาเลนไทน์ และกุหลาบแคระไทย การเลือกพันธุ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคและแมลง ทำให้การดูแลง่ายขึ้น

2. คำนึงถึงพื้นที่และขนาดสวน
ถ้าสวนมีพื้นที่จำกัด ควรเลือกกุหลาบขนาดเล็กหรือกุหลาบแคระ ที่ปลูกในกระถางได้สะดวก สำหรับสวนขนาดใหญ่สามารถปลูกกุหลาบขนาดกลางหรือสูง เพื่อสร้างมุมสวนที่เด่นสะดุดตา

3. การวางตำแหน่งปลูก
กุหลาบต้องการแสงแดดเต็มวันอย่างน้อย 5–6 ชั่วโมง ดังนั้นควรวางต้นในจุดที่มีแดดเพียงพอ แต่ถ้าเป็นกุหลาบที่ทนร่มบางส่วน เช่น กุหลาบพันธุ์อังกฤษหรือกุหลาบหิน สามารถปลูกในมุมสวนที่มีเงาบ้างได้

4. พิจารณาความต่อเนื่องในการออกดอก
บางพันธุ์ออกดอกตลอดปี เช่น กุหลาบวาเลนไทน์ไทย ในขณะที่กุหลาบโบราณหรือพันธุ์อังกฤษอาจออกดอกเพียงฤดูกาล การเลือกพันธุ์ผสมหลายชนิดช่วยให้สวนสวยงามตลอดทั้งปี

5. ความง่ายในการดูแล
สำหรับมือใหม่ควรเลือกพันธุ์ที่ดูแลง่าย ทนโรคและแมลง นอกจากนี้การปลูกในดินร่วนระบายน้ำดี และใส่ปุ๋ยหมุนเวียนจะช่วยให้กุหลาบเจริญเติบโตแข็งแรง

กุหลาบแต่ละ สายพันธุ์ มีลักษณะเด่นยังไง?

ประเทศไทยมีสภาพอากาศร้อนชื้น ทำให้กุหลาบบางพันธุ์จากต่างประเทศปลูกได้ยาก แต่กุหลาบไทยและพันธุ์ที่ปรับปรุงให้เข้ากับสภาพอากาศไทย มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวที่เหมาะกับสวนและมือใหม่

1. กุหลาบช่อไทย
ดอกออกเป็นช่อจำนวนมาก สีสันสดใส ทนต่อแดดจัดและโรคได้ดี เหมาะสำหรับปลูกในแปลงหรือกระถาง การดูแลง่าย ไม่ต้องตัดแต่งบ่อย

2. กุหลาบวาเลนไทน์ไทย
ดอกใหญ่ สีสดและออกดอกต่อเนื่อง ต้นขนาดกลาง สูงไม่มาก ทนความร้อนและความชื้น เหมาะกับสวนไทย ดูแลง่าย เหมาะกับมือใหม่

3. กุหลาบแคระไทย
ต้นขนาดเล็ก ปลูกในกระถางหรือพื้นที่จำกัดได้ ออกดอกสม่ำเสมอและสีสันหลากหลาย ทนแดดร้อนปานกลาง การดูแลง่าย เหมาะกับมือใหม่หรือผู้ที่ชอบจัดสวนขนาดเล็ก

4. กุหลาบหิน
ใบหนา ทนแล้งและแดดจัด ดอกเล็ก แต่สีสด เหมาะกับสวนหินหรือสวนโมเดิร์น ต้องการน้ำและปุ๋ยน้อย ดูแลง่าย ทนโรคและแมลงในระดับสูง

5. กุหลาบอังกฤษปรับปรุงไทย
ดอกมีกลิ่นหอม รูปทรงคลาสสิก ออกดอกช้าแต่บานสวย ต้องการแสงแดดและการตัดแต่งกิ่ง ทนความร้อนปานกลาง เหมาะกับสวนกลางแจ้ง

6. กุหลาบโบราณไทย
กลิ่นหอมแรง ดอกซ้อนหลายชั้น ทนต่อสภาพอากาศและโรคบางชนิด ออกดอกตามฤดูกาล แต่ดอกใหญ่และสวย เหมาะกับสวนคลาสสิกหรือสวนสไตล์อังกฤษ

วิธีการปลูก และดูแลกุหลาบ ในไทย

กุหลาบเป็นไม้ดอกที่ได้รับความนิยมสูงในไทย เพราะสีสันสวยงามและมีกลิ่นหอม แต่การปลูกกุหลาบในประเทศไทยซึ่งมีอากาศร้อนชื้น ต้องเข้าใจลักษณะของดิน แสงแดด และการดูแลอย่างเหมาะสม

1. การเลือกพันธุ์
สำหรับสวนไทย ควรเลือกพันธุ์ที่ทนต่อความร้อนและความชื้น เช่น กุหลาบช่อไทย, กุหลาบวาเลนไทน์ไทย, กุหลาบแคระไทย และกุหลาบหิน พันธุ์เหล่านี้เจริญเติบโตง่ายและทนโรค

2. การเตรียมดิน
กุหลาบต้องการดินร่วนระบายน้ำดี ผสมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ปรับค่า pH ดินให้เหมาะสมประมาณ 6.0–6.5 เพื่อให้รากเจริญเติบโตแข็งแรง

3. แสงแดดและตำแหน่งปลูก
กุหลาบต้องการแสงแดดเต็มวันอย่างน้อย 5–6 ชั่วโมงต่อวัน ตำแหน่งปลูกควรมีอากาศถ่ายเทดี และไม่แฉะน้ำขัง

4. การรดน้ำ
รดน้ำสม่ำเสมอเพื่อให้ดินชุ่มแต่ไม่แฉะ โดยเฉพาะช่วงร้อนจัด หลีกเลี่ยงการรดน้ำโดนใบเพื่อลดความเสี่ยงโรคเชื้อรา

5. การใส่ปุ๋ย
ใส่ปุ๋ยหมุนเวียนทุก 4–6 สัปดาห์ในช่วงออกดอก ใช้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมสมดุล เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตและดอกสวย

6. การตัดแต่งกิ่ง
ตัดแต่งกิ่งเพื่อกระตุ้นการแตกกิ่งและออกดอก ทำให้ต้นไม่รกและโรคไม่สะสม กำจัดใบและกิ่งที่แห้งหรือเป็นโรค

7. การป้องกันโรคและแมลง
ตรวจดูแมลงศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไฟ หรือโรคราแป้งและโรครากเน่า ใช้สารชีวภาพหรือสารเคมีอย่างระมัดระวัง

 

สรุป พันธุ์กุหลาบ ในไทย ที่ตลาดต้องการ ขายได้ทั้งปี

สรุป พันธุ์กุหลาบ ในไทย มีความหลากหลายทั้งกุหลาบพันธุ์ไทยดั้งเดิม และกุหลาบสากลที่นิยมปลูกในสวนไทย แต่ละสายพันธุ์มีสี รูปทรง และกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้เหมาะกับการปลูกทั้งในสวนประดับและตัดดอกเพื่อจำหน่าย การดูแลไม่ซับซ้อน หากรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และป้องกันโรคอย่างเหมาะสม กุหลาบยังช่วยสร้างบรรยากาศสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ให้สวนไทย

กุหลาบออกดอก ได้ตลอดปี หรือไม่?

กุหลาบบางพันธุ์ในประเทศไทยสามารถออกดอกได้ตลอดปี โดยเฉพาะพันธุ์ไทยดอกช่อ กุหลาบวาเลนไทน์ไทย และกุหลาบแคระที่มีการปรับปรุงให้ทนต่อสภาพอากาศร้อนชื้น อย่างไรก็ตามกุหลาบโบราณหรือกุหลาบอังกฤษบางพันธุ์ จะออกดอกตามฤดูกาลเท่านั้น การให้น้ำและปุ๋ยสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นการออกดอก และการตัดแต่งกิ่งทำให้ต้นสมบูรณ์พร้อมดอกใหม่อยู่เสมอ

การดูแลกุหลาบ ในไทยต้องทำ อย่างไรบ้าง?

การดูแล พันธุ์กุหลาบ ในไทย ควรเริ่มจาก การเลือกพันธุ์ที่ทนร้อนชื้นและโรคง่าย ปลูกในดินร่วนระบายน้ำดีและให้แสงแดดเพียงพอ รดน้ำสม่ำเสมอแต่ไม่แฉะ ใส่ปุ๋ยหมุนเวียนเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตและออกดอก พร้อมตัดแต่งกิ่งและกำจัดใบหรือกิ่ง ที่เป็นโรคเพื่อให้ต้นสมบูรณ์และลดความเสี่ยงจากแมลงศัตรู

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง