
ภาพสะท้อน แอมโมเนีย สารพิษที่มีประโยชน์
- MY Kismet
- 8 views

ภาพสะท้อน แอมโมเนีย สารพิษที่มีประโยชน์ แอมโมเนียแท้จริงแล้ว จัดว่าเป็นสารอันตราย แต่กลับส่งผลดี ต่อการทำงานของร่างกาย ในหลายๆ ส่วน สิ่งนี้ถือได้ว่า เป็นเรื่องที่ดี ในวงการแพทย์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้มีการพัฒนา และปรับปรุงประสิทธิภาพ การทำงานของสารชนิดนี้อยู่
- การค้นพบและแหล่งอุตสาหกรรมที่ใช้แอมโมเนีย
- ความสำคัญและอันตรายของแอมโมเนีย
- โครงสร้างอะตอมและคุณสมบัติเฉพาะ
หลักฐานการค้นพบ แอมโมเนียในยุคแรก
แอมโมเนียในความเข้าใจแรก และการใช้งานแรก คือเชื่อว่าเป็นเกลือ อีกทั้งยังพบได้ใน ชนเผ่าแอมโมเนีย ลักษณะการใช้งานแรก คือการนำปัสสาวะ ไปหมักเพื่อสร้าง สารละลายนี้ขึ้น โดยเมื่อหมักเสร็จแล้ว จะได้เป็นน้ำยาซักผ้า อีกทั้งยังสามารถ ใช้ฟอกขนสัตว์ได้ สารชนิดนี้ยังสำคัญมาก ในช่วงศตวรรษที่ 9
เพราะเชื่อว่า เป็นสารสำคัญ ที่เป็นส่วนประกอบ ของสารเคมีชนิดอื่น จึงสำคัญกับ นักเล่นแร่แปรธาตุ ในช่วงยุคนั้น ต่อมาเมื่อศตวรรษที่ 13 ได้มีการค้นพบว่า ผู้คนยังใช้การ หมักปัสสาวะ เพื่อสร้างแอมโมเนียอยู่ เมื่อช่วงเวลาผ่านไป จนเข้าสู่ปี 1756 ได้มีการแยก แอมโมเนียแบบก๊าซ ขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยลักษณะการสร้าง คือการทำปฏิกิริยา ของแอมโมเนียแบบเหลือ กับแมกนีเซียม เมื่อสารสองชนิดนี้ เข้าทำปฏิกิริยากัน ทำให้เกิดเป็น สารแอมโมเนียแบบก๊าซ ซึ่งเหมือนกับ ไซยาไนด์ ที่สูดดมได้ โดยการแยกสาร และเปลี่ยนค่าสถานะนี้ ได้มีการทำอีกหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 1767 จนมาถึงช่วงปี 1773
ที่มา: Ammonia (15 ธันวาคม 2025) [1]
อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยง และมีการใช้แอมโมเนีย
สำหรับกลุ่ม อุตสาหกรรมที่เชื่อมโยง และมีการใช้แอมโมเนีย เป็นส่วนประกอบหลัก คือกลุ่มอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวกับการ สังเคราะห์ทางชีวภาพ อีกทั้งการผลิตแอมโมเนีย เพื่อการจำหน่าย ยังมีปริมาณมาก โดยเมื่อช่วงปี 2020 คาดว่ามีการผลิต แอมโมเนียเพื่อจำหน่าย มากกว่า 160 ล้านตัน
โดยแบ่งพื้นที่ การผลิตเป็น ประเทศจีน 26.5% รองลงมาคือรัสเซีย มีสัดส่วนคือ 11% และอินเดียน้อยที่สุด อยู่ที่ 3.3% ของการผลิตทั้งหมด โดยแอมโมเนียมักจะถูก นำไปใช้เป็น เชื้อเพลิงในการทำ สงครามขนาดใหญ่ เช่น สงครามโลกครั้งที่ 1 นอกจากนี้ยังสามารถ แปรสภาพเป็น ถ่านหินได้อีกด้วย
ความสำคัญ ของแอมโมเนียทางชีวภาพ
สำหรับชีวภาพ ในส่วนของร่างกายมนุษย์ ได้มีการผลิตแอมโมเนีย ที่จำเป็นต่อร่างกายอยู่ โดยแอมโมเนียเหล่านี้ สามารถสร้าง กรดอะมิโนให้ร่างกายได้ อีกทั้งกรดอะมิโนนี้ ยังถือเป็นกรดหลัก ของการทำงานในระบบต่างๆ ของร่างกายอีกด้วย โดยร่างกายของเรา สร้างกลไกการใช้งาน สำหรับแอมโมเนียโดยเฉพาะ
เพื่อลดปริมาณ ผลข้างเคียง ที่ร่างกายอาจได้รับ นอกจากนี้แอมโมเนีย ถือเป็นสารหลัก ของการเป็น สารตั้งต้นในส่วน ระบบการเผาผลาญ และเป็นตัวกระตุ้น การสร้างไนโตรเจน ที่จำเป็นต่อร่างกาย สิ่งนี้แสดงให้เห็นได้ ถึงแม้สารนี้จะมีพิษ แต่ยังคงสำคัญ ต่อการดำเนินชีวิต ของมนุษย์และสัตว์อยู่
ภาพสะท้อน แอมโมเนีย ความอันตรายสูงสุด

ผลกระทบจากแอมโมเนียดิบ
1. เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะแปรสภาพเป็นด่าง สิ่งนี้ระคายเคืองผิว
2. แอมโมเนียอาจจะเข้าไป ทำงานเยื่อบุต่างๆ เช่น เยื่อบุตา หรือเซลล์ขนาดเล็กอื่นๆ
3. บริเวณที่มีการสัมผัส ที่ความเสี่ยงสูง ที่จะติดเชื้อได้ อีกทั้งยังสามารถ ทำให้ผิวลอกได้
4. อาจจะส่งผลกระทบ ต่อเยื่อบุภายในร่างกาย ทั้งกระเพาะ ระบบทางเดินอาหาร
5. สามารถสร้างบาดแผล ที่ส่งผลให้ มีเลือดออกบริเวณ ที่ได้รับสารแอมโมเนียได้
ผลกระทบจากก๊าซแอมโมเนีย
1. เมื่อสัมผัสกับก๊าซ จะเกิดอาการแสบ และร้อนบริเวณที่โดน อาจจะทำให้เป็นแผลได้
2. มีอาการแสบตา และมีน้ำตาไหลตลอดเวลา
3. อาการรุนแรงคือ เข้าไปทำงาน ระบบทางเดินหายใจ ทำให้หายใจติดขัด
4. เริ่มมีอาการไอ และเจ็บคอร่วมด้วย มีความเสี่ยงสูง ที่ปอดจะติดเชื้อ
ที่มา: อันตรายจากสารแอมโมเนีย (กรกฎาคม – กันยายน 1996) [2]
โครงสร้างทางเคมี ของสารแอมโมเนีย
แอมโมเนียที่เรารู้จักกันนั้น ในตอนนี้มีค่าสถานะ เป็นก๊าซ และมีลักษณะพิเศษคือ ไม่มีสี แต่มีกลิ่นที่ฉุน โดยมีจุดเดือดอยู่ที่ −33.35 °C และสามารถมี จุดเยือกแข็งเท่ากับ −77.7 °C (28 พฤศจิกายน 2025) [3] เมื่อผ่านการทำปฏิกิริยา สามารถเปลี่ยนสถานะ ให้กลายเป็นของเหลวได้
โดยลักษณะการทำงาน ของสารชนิดนี้ คือการระเหย และเมื่อศึกษา ลึกลงไปจะพบว่า โครงสร้างโมเลกุล ของแอมโมเนียนั้น มีลักษณะเป็นพีระมิด และเป็นอิเล็กตรอนคู่ อีกทั้งยังมี พันธะไฮโตรเจน ที่ค่อนข้างสูง สิ่งเหล่านี้สามารถ ใช้เป็นสารทำละลายได้ เมื่อเทียบคุณสมบัติ กับสารประกอบอื่นทั้งหมด
คุณสมบัติพิเศษ สำหรับการใช้งาน
1. ลักษณะพื้นฐานเป็นก๊าซ แต่สามารถเปลี่ยน ค่าสถานะได้ เป็นได้ทั้งของเหลว และของแข็ง เมื่อผ่านการอัด
2. กลิ่นที่ฉุนนี้ มีค่าความเข้มข้นต่ำ สามารถใช้เป็น สารละลายเจือจางได้
3. จุดเดือดที่น้อย ทำให้การใช้งาน ของสารตัวนี้ มีจำนวนการใช้งานที่หลากหลายขึ้น
4. แอมโมเนียสามารถ กัดโลหะได้ อีกทั้งยังสามารถ ใช้เป็นสารประกอบ ของการจัดเก็บ วัตถุดิบได้
หากสนใจอ่านทั้งหมดนี้คลิก th.winsen
บทส่งท้าย ภาพสะท้อน แอมโมเนีย
บทสรุป ภาพสะท้อน แอมโมเนีย เป็นสารพิษที่ถือได้ว่า มีประโยชน์อย่างมาก ต่อร่างกาย อีกทั้งยังสามารถ นำไปปรับใช้ เพื่อการพัฒนา อุตสาหกรรมต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แต่เมื่อร่างกาย ได้รับแอมโมเนีย ที่เป็นพิษนั้น จะมีอาการพื้นฐาน คือการระคายเคือง และมีลักษณะอื่นๆ ร่วมด้วย แตกต่างกันไป
แอมโมเนียแบบไหน ไม่ดีต่อร่างกาย
สำหรับแอมโมเนีย ที่ส่งผลกระทบ รุนแรงต่อร่างกาย คือก๊าซแอมโมเนีย เพราะมันเข้าไป ทำงานระบบ ทางเดินหายใจได้ อีกทั้งยังอาจจะ เข้าไปทำลายปอดได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็น ผลกระทบขั้นรุนแรง ของสารพิษชนิดนี้ และสารพิษนี้ยังเป็นผลให้ ร่างกายภายนอก เกิดการระคายเคืองได้
ถ้าร่างกาย ไม่มีแอมโมเนีย จะเป็นอย่างไร
หากร่างกาย ไม่มีการผลิตแอมโมเนีย ออกมาใช้งาน จะทำให้ร่างกาย มีระบบการเผาผลาญ ที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะแอมโมเนียถือเป็น สารกระตุ้น การสร้างไนโตรเจน ที่ใช้ในการเผาผลาญ อีกทั้งยังสร้าง กรดอะมิโน ที่จำเป็นร่างกายอีก หากไม่มีกรดนี้ ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ และมีการทำงาน ที่ผิดแปลกไป
- Tags: วิทยาศาสตร์
แหล่งอ้างอิง


