อัจฉริยะ นอกกรอบ ทักษะระดับสูงที่ท้าทายโครงสร้างทีม

อัจฉริยะ นอกกรอบ

อัจฉริยะ นอกกรอบ เดอมาร์คัส คัสซินส์ (DeMarcus Cousins) คือเซนเตอร์ระดับแฟรนไชส์ ที่หายากในประวัติศาสตร์ลีก เหมือนเอาเพลย์เมกเกอร์ กับสกอร์เรอร์มายัดรวมไว้ในร่างบิ๊กแมนคนเดียว แต่ในอีกด้าน เขาก็เป็นหนึ่งในผู้เล่น ที่ชื่อเสียงเรื่องนอกสนาม และความอารมณ์เดือด ถูกพูดถึงมากพอๆกับพรสวรรค์ในสนามเสมอ

  • จุดเริ่มต้นของอัจฉริยะอย่างคัสซินส์
  • ลูปเดิมของเดอมาร์คัส คัสซินส์ที่โผล่ในบริบทใหม่
  • บทบาทนอกสนามของคัสซินส์

พรสวรรค์ที่ถูกโยนลงไปกลางความไม่เป็นระบบ

เดอมาร์คัส คัสซินส์เกิดปี 1990 ที่ Mobile, Alabama เติบโตมาจากสภาพแวดล้อม ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมากนัก แต่บาสเกตบอลกลายเป็นภาษา ที่เขาใช้เล่าเรื่องของตัวเอง เขาก้าวขึ้นมาเป็นดาวเด่นระดับไฮสคูล กลายเป็น McDonald’s All-American ก่อนเลือกไปเล่นให้ Kentucky ภายใต้ John Calipari ในทีมที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์

เพียงหนึ่งซีซันในระดับมหาวิทยาลัย ก็เพียงพอให้แมวมองรู้ว่า นี่ไม่ใช่แค่เซนเตอร์ตัวใหญ่ธรรมดา แต่คือคนที่มีทักษะเกมบุกเกินมาตรฐานตำแหน่งอย่างชัดเจน ก่อนจะเข้าสู่ดราฟต์ ในปี 2010 และถูก Sacramento Kings เลือกในอันดับ 5 พร้อมป้ายคาดหัวว่า “เสาหลักแฟรนไชส์ยุคใหม่” (10 ธันวาคม 2025) [1]

ปัญหาคือ Kings ยุคนั้น ไม่ได้เป็นแฟรนไชส์ที่มั่นคงอะไรนัก ทั้งการเปลี่ยนโค้ชบ่อย การบริหารที่สื่ออเมริกันเรียกว่า “วุ่นวายที่สุดทีมหนึ่งในลีก” และการขาดโครงสร้างที่ชัดเจน ผลคือ พรสวรรค์ ที่ไม่รอใคร ถูกโยนลงไปกลางความไม่เป็นระบบ ทั้งที่ตัวเองก็ยังเป็นดาวรุ่ง ที่ต้องการโครงสร้างคอยรองรับอยู่เหมือนกัน

ความอัจฉริยะของเซนเตอร์ ที่เล่นเหมือนการ์ดตัวใหญ่

อัจฉริยะ นอกกรอบ

ถ้าแยกดูเฉพาะในสนาม ช่วงพีคของเดอมาร์คัส คัสซินส์คือภาพตัวอย่างของเซนเตอร์ยุคใหม่ ที่เล่นเกินกรอบตำแหน่งอย่างแท้จริง เขาไม่ได้เป็นแค่คนโพสต์ต่ำแล้วจบสกอร์ แต่ดึงบอลขึ้นเกมเอง บุกจากหน้าเพนต์ ชู้ตสามแต้มได้ และจ่ายบอลให้เพื่อนจาก high post ได้ลื่นไหลแบบการ์ด ในทีม Kings เขาเป็นทุกอย่างของทีมในแง่เกมรุก

เมื่อถูกเทรดไป New Orleans Pelicans และจับคู่กับ Anthony Davis ภาพของเขายิ่งชัดขึ้นไปอีก สองบิ๊กแมนที่สร้างปัญหามหาศาล ให้ทีมรับฝั่งตรงข้าม เพราะไม่รู้จะจัดการ pick-and-pop หรือการสลับประกบอย่างไรดี ช่วงนั้นหลายคนมองว่า Pelicans อาจถืออนาคตของ frontcourt สายใหม่เอาไว้ในมือ

จุดเปลี่ยนคืออาการบาดเจ็บ Achilles ฉีกในปี 2018 ที่ทำให้เส้นทางใน NBA ของเขาเปลี่ยนไปแบบกลับหัว พรสวรรค์ยังอยู่ แต่ร่างกายไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทีมต่างๆเริ่มลังเลกับการให้สัญญาระยะยาว และอัจฉริยะคนเดิม ต้องเริ่มเรียนรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ “ตัวเลือกแรกของระบบ” อีกต่อไป (27 มกราคม 2018) [2]

เทคนิคอล ดราม่า และคำถามว่าเขา หรือระบบกันแน่ที่มีปัญหา

ชื่อของเดอมาร์คัส คัสซินส์มักจะมาพร้อมคำว่า เทคนิคอลฟาวล์ การปะทะกับกรรมการ หรือการทะเลาะกับโค้ช และผู้บริหาร เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งสองครั้ง แต่สะสมจนกลายเป็น narrative ว่าเขาเป็น “คนเดือดประจำลีก” ที่สโมสรต้องรับความเสี่ยงด้านภาพลักษณ์ทุกครั้ง ที่ตัดสินใจดึงตัวมา แต่ถ้ามองลึกลงไปในบริบท

จะพบว่าหลายปีแรกของเขา เกิดขึ้นท่ามกลางโครงสร้างที่สับสนของ Kings เองเช่นกัน สื่อสายบาสถึงขั้นตั้งคำถามว่า “มันคือความบ้าของคัสซินส์ ที่ทำให้ Kings พัง หรือคือความพังของ Kings เอง ที่ดึงด้านมืดของคัสซินส์ออกมามากกว่าเดิมกันแน่” ภาพของเขาเลยซับซ้อน กว่าการเป็นแค่นักกีฬานิสัยไม่ดีแบบขาว-ดำ

หลังจากอาการบาดเจ็บใหญ่ เขาเซ็นสัญญาสั้นๆ กับ Warriors เพื่อไล่ตามแหวน ปรากฏว่าต้องเจ็บซ้ำอีกที่ต้นขา ต่อด้วยช่วงเวลาสั้นๆ กับ Lakers, Rockets, Clippers และ Nuggets ในบทบาทสำรอง หมายความว่าอัจฉริยะคนเดิม ต้องกำหนดชีวิตตัวเองใหม่ในฐานะ “ตัวเลือกเสริม” ของทีมที่โครงสร้างพร้อมแล้ว

เมื่อเดอมาร์คัส คัสซินส์ต้องออกไปหากรอบใหม่ให้ตัวเอง

อัจฉริยะ นอกกรอบ

เมื่อประตู NBA ค่อยๆแคบลง คัสซินส์เลือกตัดสินใจเดินทางออกนอกลีกหลัก ไปเล่นในไต้หวันกับ Taiwan Beer Leopards และต่อมากับทีมอื่นๆ ในลีกเดียวกัน เขากลับมาเป็นสตาร์เบอร์หนึ่งของทีมอีกครั้ง ตัวเลขการเล่นยังแสดงให้เห็นว่าทักษะของเขา ไม่เคยหาย เพียงแต่เวทีการแข่งขันเปลี่ยนไป

จากไต้หวัน เขาเดินหน้าต่อไปยังลีกในมองโกเลีย และล่าสุดคือการเล่นให้ Guaynabo Mets ในลีก Puerto Rico เส้นทางเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า แม้ระบบ NBA จะเริ่มเดินต่อโดยไม่ต้องมีเขา แต่โลกบาสเกตบอลในภาพรวม ยังเห็นคุณค่าในฝีมือของเขาอยู่ และพร้อมจะให้พื้นที่กับ “อัจฉริยะนอกกรอบ” ที่ยังอยากแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม ดราม่าใน Puerto Rico ที่เขาปะทะกับแฟนข้างสนาม ถูกโห่ ถูกขว้างของใส่ แล้วตอบโต้จนกลายเป็นเหตุการณ์ใหญ่ และถูกลีกลงโทษพักยาว พร้อมถูกยกเลิกสัญญา ก็เหมือนการย้อนกลับไปฉายซ้ำ pattern เดิมของชีวิตอาชีพเขาอีกครั้ง เป็นเส้นแบ่งระหว่าง “สู้เพื่อศักดิ์ศรีตัวเอง” กับการข้ามเส้น (12 มิถุนายน 2025) [3]

คัสซินส์คือคนที่ยืนอยู่ข้างชุมชนในวันที่เจ็บปวดที่สุด

ตรงกันข้ามกับภาพในสนามที่เต็มไปด้วยเทคนิคอล และการโต้เถียง นอกสนามเดอมาร์คัส คัสซินส์มีด้านที่เงียบกว่าแต่ทรงพลังมาก เขาบริจาคเงินจำนวนมหาศาลให้เมือง Sacramento ทั้งเพื่ออัปเกรดสนามของโรงเรียน สนับสนุนโปรแกรมเยาวชน จัดแคมป์ฟรี และช่วยเหลือองค์กรในชุมชน

เขาเคยจ่ายค่าจัดงานศพให้ Jaulon Clavo นักกีฬาไฮสคูลที่ถูกยิงเสียชีวิต และยื่นมือเสนอช่วยครอบครัวของ Stephon Clark ชายหนุ่มที่เสียชีวิต จากการถูกตำรวจยิงใน Sacramento ด้วย ในวันที่เมืองทั้งเมือง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น และความเศร้า คัสซินส์เลือกอยู่ตรงนั้น กับครอบครัวผู้สูญเสีย ไม่ใช่แค่โพสต์แสดงความเสียใจ

NBA เองก็ยอมรับด้านนี้ของเขาผ่านรางวัล Community Assist Award ที่มอบให้จากงานชุมชนทั้งในบ้านเกิด Alabama, Sacramento, New Orleans และโปรเจกต์ในต่างประเทศ นั่นหมายความว่าถ้าลองมองชีวิตเขาแบบเต็มภาพ จะเห็นทั้งฝั่ง “อารมณ์เดือดที่ทำร้ายทีม” และ “หัวใจที่อ่อนโยนต่อคนที่ไม่มีใครสนใจ” อยู่ในคนคนเดียวกัน

สิ่งที่เรียนรู้ได้จากเคสของคัสซินส์

สำหรับคนเล่นบาส: คัสซินส์คือบทเรียนว่า พรสวรรค์อย่างเดียวไม่พอ ร่างกายที่ดูแข็งแรง สามารถเปลี่ยนทิศชีวิตได้จากการบาดเจ็บครั้งเดียว และอารมณ์ที่ไม่ถูกจัดการสามารถทำลายความเชื่อใจ ที่ทีมมีให้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขาก็พิสูจน์ให้เห็นว่า ตำแหน่งไม่ได้จำกัดจินตนาการ

สำหรับโค้ช และผู้บริหาร: ทีมต้องถามตัวเองให้ชัดว่า คุณพร้อมแค่ไหนในการสร้าง ecosystem ให้คนที่ “ไม่อยู่ในกรอบ” ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ Kings ยุคคัสซินส์คือกรณีศึกษา เรื่ององค์กรที่ไร้เสถียรภาพ ซึ่งยิ่งทำให้ด้านลบของผู้เล่น ถูกขยายออกมา ในขณะที่ Pelicans หรือทีมอื่นๆ กลับสามารถดึงด้านอัจฉริยะของเขาออกมาได้

ในฐานะแฟนกีฬา: เรื่องของคัสซินส์อาจเป็นกระจกสะท้อน ให้เราระวังการตัดสินคนจากคลิปสั้นๆ หรือไฮไลต์ดราม่าเพียงไม่กี่วินาที มนุษย์คนหนึ่งสามารถเป็นทั้ง “อัจฉริยะในสนาม” และคนที่ทำเรื่องผิดพลาดจริงๆไปพร้อมกันได้ เราไม่จำเป็นต้องล้างด้านมืด เพื่อชื่นชมด้านสว่าง แต่สามารถใช้เรื่องของเขาเป็นกรอบความคิดได้

บทสรุป อัจฉริยะ นอกกรอบ กรอบที่ไม่เคยถูกออกแบบ

ท้ายที่สุดแล้ว อัจฉริยะ นอกกรอบ “เดอมาร์คัส คัสซินส์” ในสายตาแฟนบางคน อาจมองเขาเป็นตัวอย่างของนักกีฬา ที่ไม่เคยควบคุมอารมณ์ จนพาตัวเองตกจากจุดสูงสุด แต่สำหรับอีกหลายเมืองที่เขาเคยผ่านไป เขาอาจถูกจดจำในฐานะ คนที่ยังพยายามหาที่ของตัวเองบนโลกบาสต่อไป ไม่ว่าจะต้องเดินออกนอกกรอบแค่ไหนก็ตาม

ทำไมคัสซินส์ถึงถูกมองว่าเป็นเซนเตอร์ระดับท็อปช่วงพีค ?

เพราะเดอมาร์คัส คัสซินส์ม่ได้เก่งแค่โพสต์ต่ำ หรือรีบาวด์ แต่ยังดึงบอลขึ้นเอง เล่นเพลย์จากด้านนอก ชู้ตสามแต้ม และจ่ายบอลให้เพื่อน ในระดับที่เซนเตอร์ไม่ค่อยมีใครทำได้ในยุคนั้น ตัวเลขแต้ม-รีบาวด์-แอสซิสต์ของเขา จึงดูเหมือนสถิติของการ์ด กับบิ๊กแมนรวมอยู่ในคนเดียวกัน

ทำไมคัสซินส์หลุดจาก NBA เร็วกว่าที่แฟนบางคนคาดหวัง ?

เพราะรวมทั้งการบาดเจ็บหนักซ้ำๆ บวกกับการที่ NBA ต้องการบิ๊กแมนที่เคลื่อนที่เร็ว และป้องกันพื้นที่กว้างได้มากขึ้น รวมถึง narrative เรื่องอารมณ์ และเทคนิคอลฟาวล์ ที่ติดตัวมาตั้งแต่ยุค Kings ทำให้หลายทีมประเมินว่าความเสี่ยง อาจสูงกว่าผลตอบแทน สุดท้ายเมื่อโอกาสใน NBA น้อยลง เขาเลยเลือกไปหาพื้นที่ใหม่ในลีกต่างประเทศแทน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง