
หัวข้อน่ารู้ อาหารที่มีวิตามิน ละลายในน้ำ
- Fiona
- 15 views

อาหารที่มีวิตามิน ละลายในน้ำ เป็นหัวข้อที่ช่วยให้เราเข้าใจการดูแลสุขภาพ จากอาหารในชีวิตประจำวัน เพราะวิตามินกลุ่มนี้ ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้นาน ต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการกินอาหาร วิตามินละลายในน้ำจึงมีบทบาทสำคัญ ต่อหลายระบบในร่างกาย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ ว่าอยู่ในอาหารใกล้ตัวอะไรบ้าง
- วิตามินละลายในน้ำคืออะไร
- ตัวอย่าง อาหารที่มีวิตามิน ละลายในน้ำ
- ประโยชน์ของวิตามินละลายในน้ำ
Water soluble vitamin คืออะไร?
วิตามินละลายในน้ำคือวิตามินที่สามารถละลาย และทำงานได้ในของเหลวของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับวิตามินกลุ่มนี้เข้าไป จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง และนำไปใช้ได้ทันที ลักษณะสำคัญคือร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้นาน หากได้รับเกินความต้องการ ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกทางปัสสาวะ
ทำให้วิตามินกลุ่มนี้ไม่ค่อยเกิดการสะสมตกค้างในร่างกาย วิตามินละลายในน้ำจึงเป็นสารอาหาร ที่ควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ จากอาหารในชีวิตประจำวัน กลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างพลังงาน การทำงานของระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และกระบวนการพื้นฐานต่างๆของร่างกาย (25 เมษายน 2025) [1]
วิตามินที่สามารถละลายในน้ำ มีอะไรบ้าง?
- วิตามิน C ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน การสร้างคอลลาเจน และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก
- วิตามิน B1 ช่วยเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงาน
- วิตามิน B2 เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงาน และระบบภูมิคุ้มกัน
- วิตามิน B3 มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างพลังงาน และการซ่อมแซมดีเอ็นเอ
- วิตามิน B5 ช่วยในการสังเคราะห์ฮอร์โมนและพลังงาน
- วิตามิน B6 จำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดแดง และการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ
- วิตามิน B7 ช่วยให้ร่างกายใช้ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- วิตามิน B9 สำคัญต่อการสร้างเซลล์เม็ดเลือด และดีเอ็นเอ
- วิตามิน B12 จำเป็นต่อระบบประสาท และการสร้างเม็ดเลือดแดง
ที่มา: The Water-Soluble Vitamins (3 พฤศจิกายน 2017) [2]
ประวัติ และการค้นพบวิตามินละลายในน้ำ
วิตามินละลายในน้ำเริ่มถูกค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จากความพยายามอธิบายโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหาร โดยราวปี ค.ศ. 1900–1910 นักวิทยาศาสตร์พบว่า มีสารบางชนิดในอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อยมาก แต่หากขาดจะทำให้เกิดโรค เช่นโรคเหน็บชา และโรคลักปิดลักเปิด
ช่วงปี ค.ศ. 1912 มีการเสนอแนวคิดเรื่องวิตามินอย่างเป็นทางการ และเริ่มแยกกลุ่ม วิตามินที่ละลายในน้ำออกจากวิตามินที่ละลายในไขมัน เมื่อมีการทดลองพบว่าสารเหล่านี้ ไม่สามารถสะสมในร่างกายได้นาน และต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอจากอาหาร ต่อมาในช่วงปี ค.ศ. 1920–1940 การค้นคว้าวิจัยก้าวหน้ามากขึ้น
วิตามินละลายในน้ำหลายชนิดถูกแยก ระบุโครงสร้าง และตั้งชื่ออย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มวิตามินบีและวิตามินซี ทำให้เข้าใจบทบาทของวิตามินเหล่านี้ต่อระบบประสาท การเผาผลาญพลังงาน และการสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ทำให้โภชนาการสมัยใหม่พัฒนาอย่างเป็นระบบ (24 ธันวาคม 2025) [3]
ตัวอย่าง อาหารที่มีวิตามิน ละลายในน้ำ

- อาหารอะไรที่มี Vitamin B1 สูง เนื้อหมูเป็นแหล่งวิตามินบี 1 ที่ดี ช่วยการเผาผลาญพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ข้าวกล้องที่ยังมีจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ด ทำให้ได้วิตามินบี 1 มากกว่าข้าวขัดสี ถั่วและเมล็ดพืช ให้วิตามิน 1 พร้อมใยอาหาร ช่วยการทำงานของระบบประสาท
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B2 สูง ตับ อุดมด้วยวิตามินบี 2 ช่วยกระบวนการสร้างพลังงานและบำรุงผิว นมและผลิตภัณฑ์นม เป็นแหล่งวิตามินบี 2 ที่ดูดซึมง่าย ไข่ให้วิตามินบี 2 พร้อมโปรตีนคุณภาพดี
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B3 สูง เนื้อไก่มีไนอะซินสูง ช่วยระบบเผาผลาญพลังงาน ปลาทูน่า ให้วิตามินบี 3 และโปรตีนสูง และถั่วลิสง เป็นแหล่งวิตามินบี 3 จากพืชที่พบได้ง่าย
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B5 สูง ตับ มีกรดแพนโทเทนิกสูง ช่วยการสร้างฮอร์โมน อะโวคาโด ให้วิตามินบี 5 พร้อมไขมันดี และเห็ด เป็นแหล่งวิตามินบี 5 จากพืชที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดี
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B6 สูง ปลาแซลมอน ช่วยการทำงานของระบบประสาทและเม็ดเลือด กล้วยเป็นแหล่งวิตามินบี 6 ที่ทานง่าย และมันฝรั่ง ให้วิตามินบี 6 พร้อมพลังงานจากคาร์โบไฮเดรต
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B7 สูง ไข่แดง เป็นแหล่งไบโอตินที่สำคัญ ตับ ให้วิตามินบี 7 สูง ช่วยสุขภาพผิว สุขภาพผม และอัลมอนด์ ให้วิตามินบี 7 พร้อมไขมันดี
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B9 สูง ผักใบเขียวเข้ม เช่นผักโขม ช่วยการสร้างเซลล์และเม็ดเลือด ถั่วเลนทิล แหล่งโฟเลตจากพืชที่ดี อะโวคาโด ให้วิตามินบี 9 พร้อมไขมันดี
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B12 สูง ตับ เป็นแหล่งวิตามินบี 12 ที่สูงมาก หอยและอาหารทะเล ให้วิตามินบี 12 สูง ช่วยระบบประสาท ปลา เช่นแซลมอน ทูน่า ให้วิตามินบี 12 พร้อมโปรตีน
- อาหารอะไรที่มี Vitamin C สูง ฝรั่ง วิตามินซีสูงมาก ช่วยภูมิคุ้มกัน ส้ม แหล่งวิตามินซีที่หลายคนคุ้นเคย พริกหวาน โดยเฉพาะสีแดง ให้วิตามินซีสูง และสารต้านอนุมูลอิสระ
ประโยชน์วิตามินละลายในน้ำ คืออะไร?
- ช่วยสร้างพลังงานให้ร่างกาย วิตามินบีกลุ่มต่างๆ มีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนอาหารที่เรากินให้กลายเป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายไม่อ่อนล้า และใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง วิตามินบีหลายชนิดช่วยดูแลการส่งสัญญาณประสาท ความจำ และสมาธิ ทำให้ระบบประสาททำงานได้เป็นปกติ
- ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดและเซลล์ใหม่ วิตามินอย่างวิตามินบี 9 และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง และการแบ่งตัวของเซลล์ ลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง
- เสริมระบบภูมิคุ้มกัน วิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายรับมือกับการติดเชื้อและฟื้นตัวได้ดีขึ้น
- ช่วยบำรุงผิว ผม และกระบวนการซ่อมแซมร่างกาย วิตามินละลายในน้ำบางชนิดมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนและช่วยให้ผิวหนัง ผม และเนื้อเยื่อแข็งแรง
ข้อควรระวังวิตามินละลายในน้ำ
- ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้นาน หากรับประทานไม่สม่ำเสมอ อาจเกิดภาวะขาดวิตามินได้ง่าย โดยเฉพาะในคนที่กินอาหารไม่หลากหลาย
- การได้รับมากเกินไปอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง แม้ว่าส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ แต่การรับวิตามินบางชนิดในปริมาณสูงต่อเนื่อง อาจทำให้เกิดอาการไม่สบาย เช่น คลื่นไส้ หรือปวดศีรษะ
- สูญเสียง่ายจากการปรุงอาหาร วิตามินละลายในน้ำสามารถสูญเสียได้ง่ายเมื่อผ่านความร้อนหรือการต้มในน้ำเป็นเวลานาน
อาหารที่มีวิตามินละลายในน้ำ กล่าวโดยสรุป
วิตามินละลายในน้ำเป็นสารอาหาร ที่มีความสำคัญต่อการทำงานพื้นฐานของร่างกาย ตั้งแต่การสร้างพลังงาน ระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือด ไปจนถึงการเสริมภูมิคุ้มกัน เนื่องจากร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมวิตามินกลุ่มนี้ไว้ได้นาน การเลือกกิน อาหารที่มีวิตามินละลายในน้ำที่หลากหลาย อย่างสม่ำเสมอจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลสุขภาพ
ใครที่ควรทานวิตามินละลายในน้ำเป็นพิเศษ?
ผู้ที่ใช้พลังงานมากในชีวิตประจำวัน เช่นคนทำงานหนัก คนออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้สูงอายุ ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ รวมถึงผู้ที่กินอาหารไม่หลากหลาย หรือผู้ที่ไม่ค่อยกินผักผลไม้ ผู้ที่งดเนื้อสัตว์บางประเภท และผู้ที่อยู่ในช่วงฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย เพราะร่างกายมีความต้องการวิตามินกลุ่มนี้มากขึ้น
ปรุงอาหารยังไง ให้ได้รับวิตามินเต็มที่?
การปรุงอาหารเพื่อให้ได้รับวิตามินละลายในน้ำอย่างเต็มที่ ควรหลีกเลี่ยงการต้มผักในน้ำปริมาณมาก และเป็นเวลานาน เพราะวิตามินจะละลายออกไปกับน้ำได้ง่าย วิธีที่เหมาะสมคือการนึ่ง ผัดเร็วๆ ด้วยไฟไม่แรงเกินไป หรือรับประทานผักผลไม้สด
- Tags: สุขภาพ


