
ควรระวังไว้ อาหารอะไรที่มี Sodium สูง
- Fiona
- 12 views

อาหารอะไรที่มี Sodium สูง เป็นคำถามที่หลายคนเริ่มสนใจมากขึ้น เมื่อหันมาใส่ใจเรื่องการกิน และสุขภาพในชีวิตประจำวัน โซเดียมเป็นส่วนหนึ่งของอาหาร ที่เราคุ้นเคยกันดี เพราะเกี่ยวข้องกับรสเค็ม และการปรุงอาหารแทบทุกมื้อ แม้จะเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว และพบได้ง่าย แต่หลายครั้งเราก็อาจได้รับโซเดียมมากกว่าที่คิด
- โซเดียมคืออะไร?
- ประโยชน์ของโซเดียม
- อาหารที่มีโซเดียมสูง
แร่ธาตุโซเดียมคืออะไร?
โซเดียมคือแร่ธาตุชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความสำคัญต่อการทำงานของร่างกายหลายด้าน โดยปกติโซเดียมจะพบอยู่ในรูปของเกลือ และอยู่ในอาหารที่เรากินเป็นประจำ หน้าที่หลักของโซเดียม คือช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย ทำให้ระดับน้ำภายในเซลล์ และนอกเซลล์อยู่ในสภาพที่เหมาะสม
นอกจากนี้ โซเดียมยังมีบทบาท ในการส่งสัญญาณ ของระบบประสาท และช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานได้ตามปกติ หากร่างกายขาดโซเดียม อาจทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หรือกล้ามเนื้อเป็นตะคริวได้ ในขณะเดียวกัน หากได้รับโซเดียมมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่นกัน
ประวัติโซเดียม การค้นพบ
โซเดียมในฐานะธาตุ ได้รับการศึกษามานานหลายศตวรรษ แม้ว่ามนุษย์ในยุคโบราณ จะคุ้นเคยกับสารประกอบของโซเดียมอย่างเกลือ ในชีวิตประจำวัน แต่โลหะโซเดียมที่บริสุทธิ์ ยังไม่เคยถูกแยกออกมาเป็นองค์ประกอบ จนกระทั่งต้นศตวรรษที่ 19 ในปี 1807 นักเคมีชาวอังกฤษ Sir Humphry Davy
สามารถแยกโลหะโซเดียม ออกจากสารประกอบของมัน ด้วยวิธีไฟฟ้าเคมี โดยใช้กระแสไฟฟ้าผ่านโซเดียมไฮดรอกไซด์ละลายจนร้อน ทำให้โลหะสีเงินนี้ ปรากฏเป็นครั้งแรกในรูปแบบบริสุทธิ์ และเป็นที่รู้จักในวงการวิทยาศาสตร์ของยุโรปในเวลานั้น หลังจากนั้นช่วงต้นทศวรรษ 1800 การตั้งชื่อ
และระบบสัญลักษณ์ของโซเดียม ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น โดยสัญลักษณ์ Na มาจากคำว่า natrium ในภาษาละติน ซึ่งเชื่อมโยงกับแร่ natron ที่ใช้ในอียิปต์โบราณ ชื่อทางเคมีนี้ ได้รับการเผยแพร่ ในระบบสัญลักษณ์อะตอม ที่พัฒนาในช่วงปี 1810 ซึ่งช่วยให้โซเดียมและธาตุอื่นๆ ถูกจัดเข้าในตารางธาตุอย่างเป็นระบบมากขึ้น (4 ธันวาคม 2025) [1]
โซเดียมประโยชน์คืออะไร?
- ช่วยควบคุมสมดุลน้ำในร่างกาย โซเดียมมีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของของเหลว ทั้งในและนอกเซลล์ ช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำ หรือบวมน้ำจนเกินไป
- ช่วยการทำงานของระบบประสาท การส่งสัญญาณประสาท ต้องอาศัยโซเดียม ในการกระตุ้น และส่งผ่านกระแสไฟฟ้า ทำให้สมองและระบบประสาท สื่อสารกันได้อย่างปกติ
- ช่วยให้กล้ามเนื้อหดและคลายตัวได้ดี โซเดียมทำงานร่วมกับแร่ธาตุอื่น ในการควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ หากขาดอาจทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือเป็นตะคริว
- ช่วยรักษาความดันโลหิตในระดับเหมาะสม ในปริมาณที่พอดี โซเดียมช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดี และช่วยพยุงความดันเลือดไม่ให้ต่ำเกินไป
- ช่วยในการดูดซึมสารอาหารบางชนิด ลำไส้ต้องใช้โซเดียมในการดูดซึมสารอาหารอย่างกลูโคส และกรดอะมิโนเข้าสู่ร่างกาย
อาหารประเภทไหนบ้างที่มีโซเดียมสูง?

- บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ให้โซเดียมสูงมาก ประมาณ 1,400–1,700 มิลลิกรัมต่อ 1 ห่อ โซเดียมส่วนใหญ่มาจากผงปรุงรส และเครื่องปรุงที่ให้มาในซอง กินง่าย แต่อาจได้โซเดียมเกินโดยไม่รู้ตัว
- อาหารแปรรูปประเภทเนื้อสัตว์ เช่นแฮม เบคอน ไส้กรอก มีโซเดียมเฉลี่ย 700–1,200 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค เพราะใช้เกลือในการถนอมอาหาร และเพิ่มรสชาติ ยิ่งผ่านการรมควันหรือหมัก ยิ่งมีโซเดียมสูง
- ซุปสำเร็จรูปและอาหารกระป๋อง โซเดียมอยู่ที่ประมาณ 600–1,000 มิลลิกรัมต่อ 1 ถ้วย ใช้เกลือเพื่อให้รสเข้มข้นและยืดอายุการเก็บ
- ซอสปรุงรสและน้ำสลัดสำเร็จรูป เพียง 1 ช้อนโต๊ะอาจมีโซเดียม 150–300 มิลลิกรัม และมักใช้มากกว่าหนึ่งช้อนโดยไม่รู้ตัว เป็นแหล่งโซเดียมแฝง ที่พบได้บ่อยในมื้ออาหาร
- อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน เช่นพิซซ่าแช่แข็ง หรืออาหารกล่อง หนึ่งมื้ออาจให้โซเดียม 700–1,200 มิลลิกรัม เพราะปรุงรสไว้ล่วงหน้าให้รสจัด กินสะดวกแต่ควรระวังปริมาณ
- ขนมขบเคี้ยวรสเค็ม เช่นมันฝรั่งทอด โซเดียมประมาณ 200–400 มิลลิกรัมต่อหนึ่งซองเล็ก แม้ปริมาณอาหารไม่มาก แต่โซเดียมสะสมได้เร็วถ้ากินเพลิน
- อาหารดองและหมักเกลือ เช่นผักดอง ไข่เค็ม ปลาเค็ม โซเดียมอยู่ในระดับสูงมาก เพราะใช้เกลือเป็นหลักในการถนอมอาหาร แม้กินปริมาณน้อยก็ได้โซเดียมสูง
- ชีสหลายชนิด ให้โซเดียมประมาณ 200–450 มิลลิกรัมต่อหนึ่งชิ้นหรือหนึ่งเสิร์ฟ ใช้เกลือทั้งในกระบวนการผลิตและการบ่ม
- ขนมปังและเบเกอรี ต่อชิ้นอาจมีโซเดียม 150–300 มิลลิกรัม แม้รสไม่เค็มจัด แต่ถ้ากินหลายชิ้นในวันเดียว โซเดียมก็สะสมสูงได้
ที่มา: 30 Foods High in Sodium and What to Eat Instead (23 กุมภาพันธ์ 2023) [2]
โซเดียม ปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน
โดยทั่วไป ร่างกายต้องการโซเดียมในปริมาณไม่มากนัก ประมาณไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งเพียงพอต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายแล้ว ปริมาณนี้มักได้จากอาหารตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องเติมเกลือเพิ่ม ในชีวิตจริง หลายคนมักได้รับโซเดียมเกินกว่าปริมาณที่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว
ผลข้างเคียงของโซเดียมคืออะไร?
ผลข้างเคียง ผลเสีย โซเดียม และผลกระทบต่อสุขภาพ หากได้รับมากเกินไป
- ความดันโลหิตสูง และเสี่ยงโรคหัวใจ การรับโซเดียมมากเกินไปทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณเลือดในร่างกายสูงขึ้น และทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญ ที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจล้มเหลว
- บวมน้ำและอาการบวมตามร่างกาย เมื่อน้ำถูกดึงเข้าไปในเนื้อเยื่อมากเกินไป คุณอาจรู้สึกว่ามือ เท้า ใบหน้า หรือแขนขาบวม การบวมน้ำแบบนี้มักเกิดขึ้น หลังทานอาหารที่มีโซเดียมสูง
- รู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ โซเดียมทำให้สมดุลของของเหลวในร่างกายเปลี่ยนไป จึงกระตุ้นให้รู้สึกอยากดื่มน้ำมากขึ้น เพื่อพยายามลดความเข้มข้นของโซเดียม
- ปัสสาวะบ่อยขึ้น ร่างกายพยายามขับโซเดียมออกทางไต ทำให้บางคนต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะหลังจากดื่มน้ำเพื่อชดเชยความกระหาย
- ปวดหัวและอ่อนเพลีย การเปลี่ยนแปลงของสมดุลน้ำ และความดันเลือด อาจทำให้เกิดอาการปวดหัว เหนื่อยล้า หรือรู้สึกไม่สดชื่น
- ปัญหาเกี่ยวกับไต การทำงานของไต ต้องหนักขึ้น เมื่อต้องขจัดโซเดียมส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคไตเรื้อรัง หรือลักษณะความผิดปกติอื่นๆ
- น้ำหนักขึ้นจากการกักเก็บน้ำ ในระยะสั้น น้ำหนักตัวอาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้นจากโซเดียม ที่มากเกินความจำเป็น
- เสี่ยงโรคเรื้อรังอื่นๆ การรับโซเดียมในปริมาณสูงอย่างต่อเนื่อง มีความเชื่อมโยง กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อย่างเช่นโรคกระดูกพรุน นิ่ว หรือแม้แต่การพัฒนาโรคมะเร็งกระเพาะอาหารในระยะยาว
ที่มา: How Does Salt Affect Your Body? (20 มิถุนายน 2022) [3]
สรุปแล้ว อาหารอะไรที่มี Sodium สูง
อาหารที่มีโซเดียมสูง เป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ เพราะแม้จะเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ แต่ก็ได้รับเกินได้ง่ายจากอาหารรอบตัว โดยเฉพาะบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูปอย่างแฮม เบคอน ไส้กรอก ซุปและอาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส น้ำสลัดสำเร็จรูป อาหารแช่แข็ง ขนมขบเคี้ยว อาหารหมักดอง และชีส
ได้รับโซเดียมเท่าไหร่ ถึงเป็นอันตราย?
เมื่อได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวันอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะเริ่มมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะความดันโลหิตสูง เนื่องจากโซเดียมทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจและหลอดเลือดทำงานหนักขึ้น หากได้รับในปริมาณสูงมากเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไต
ใครที่ควรระวังโซเดียมเป็นพิเศษ?
ผู้ที่ควรระวังโซเดียมมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคไต ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภาวะบวมน้ำ หรือปัญหาเกี่ยวกับระบบไหลเวียนเลือด รวมถึงคนที่ชอบกินอาหารแปรรูป หรืออาหารรสจัดเป็นประจำ กลุ่มนี้ควรใส่ใจปริมาณโซเดียมในแต่ละวันเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว
- Tags: สุขภาพ


