เจาะลึก อาหารอะไรที่มี Tocopherol สูง

อาหารอะไรที่มี Tocopherol สูง

อาหารอะไรที่มี Tocopherol สูง เป็นคำถามที่หลายคน อาจยังไม่ค่อยได้หยุดคิด ทั้งที่โทโคฟีรอลเป็นสารอาหารที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด และมักซ่อนอยู่ในอาหาร ที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวัน การเริ่มต้นทำความเข้าใจเรื่องนี้ ช่วยให้เห็นคุณค่าของโภชนาการ กับการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน

  • โทโคฟีรอลคืออะไร?
  • ประโยชน์ของโทโคฟีรอล
  • อาหารที่มีโทโคฟีรอลสูง

สารโทโคฟีรอลคืออะไร?

โทโคฟีรอลคือสารประเภทวิตามินอี ที่ละลายในไขมัน เป็นสารอาหารสำคัญ ที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหาร เพราะร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดยมันทำหน้าที่ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆ จากความเสียหาย ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ เช่นแสงแดด และมลภาวะ

โทโคฟีรอลมีหลายรูปแบบ ที่พบได้ทั้งในอาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคืออัลฟาโทโคฟีรอล ซึ่งร่างกายสามารถใช้ได้ตรงที่สุด ในร่างกายมันช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวหนัง และช่วยให้ระบบเซลล์ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทสำคัญ ในการดูแลสุขภาพโดยรวมอีกด้วย (23 กันยายน 2014) [1]

ประวัติโทโคฟีรอล การค้นพบครั้งแรก

โทโคฟีรอลมีประวัติการค้นพบ ที่เริ่มต้นในช่วงต้นทศวรรษ 1920 เมื่อสองนักวิจัยชื่อ Herbert M. Evans และ Katherine Scott Bishop พบว่ามีปัจจัยสำคัญในอาหาร ที่ช่วยให้หนูทดลองตั้งท้องได้ แม้ว่าหนูจะได้รับสารอาหารอื่นครบถ้วนแล้ว ซึ่งสิ่งนี้ ไม่ได้มาจากวิตามิน ที่รู้จักในขณะนั้น

และจึงเป็นจุดเริ่มต้น ของการระบุวิตามินตัวใหม่ ที่ต่อมาถูกตั้งชื่อว่าโทโคฟีรอล เนื่องจากคำว่า tokos ในภาษากรีกหมายถึง การให้กำเนิดและ pherein หมายถึงพาเอาไป ซึ่งสื่อถึงการช่วยให้ตั้งครรภ์ได้สำเร็จในหนูทดลองในปี 1922 จากนั้นในช่วงกลางทศวรรษ 1930 นักวิทยาศาสตร์รวมทั้ง Evans และคณะ

ได้แยกสารโทโคฟีรอล ออกมาเป็นครั้งแรก ในรูปบริสุทธิ์ จากน้ำมันจมูกข้าวสาลี และกำหนดสูตรโครงสร้างทางเคมีของมัน อย่างละเอียดขึ้น ในปลายทศวรรษนั้น ทำให้เข้าใจบทบาท และโครงสร้างของโทโคฟีรอล ในเชิงวิทยาศาสตร์ได้มากขึ้น ก่อนจะมีการสังเคราะห์ขึ้น ในห้องปฏิบัติการในช่วงปี 1938 (20 ธันวาคม 2025) [2]

ประโยชน์ของโทโคฟีรอล คืออะไร?

  • ช่วยต้านอนุมูลอิสระ โทโคฟีรอลช่วยปกป้องเซลล์ จากความเสียหาย ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ลดการเสื่อมของเซลล์ และเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย
  • ดูแลผิวพรรณ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ลดความแห้งกร้าน และช่วยปกป้องผิว จากผลกระทบ ของแสงแดด และมลภาวะ
  • สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ
  • ช่วยปกป้องไขมันดีในร่างกาย โทโคฟีรอลช่วยป้องกันการเกิดออกซิเดชัน ของไขมันในเลือด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของการดูแลสุขภาพหัวใจ
  • สนับสนุนการทำงานของเซลล์ประสาท และกล้ามเนื้อ ช่วยให้การสื่อสารของเซลล์ และการทำงานของกล้ามเนื้อ

อาหารอะไร ที่มีโทโคฟีรอลสูง?

อาหารอะไรที่มี Tocopherol สูง
  • น้ำมันจมูกข้าวสาลี เป็นแหล่งโทโคฟีรอล จากธรรมชาติ ที่สูงที่สุด โดยให้ประมาณ 20 มิลลิกรัมต่อ 1 ช้อนโต๊ะ หรือมากกว่าความต้องการต่อวัน น้ำมันชนิดนี้ เหมาะกับการใช้แทนน้ำมันอื่นๆ แต่ควรหลีกเลี่ยงความร้อนสูง เพราะอาจทำให้วิตามินอีลดลงได้
  • Almond อัลมอนด์ประมาณ 23 เม็ดหรือ 1 ออนซ์ ให้โทโคฟีรอลราว 7.3 มิลลิกรัม เป็นถั่วที่กินง่าย อิ่มนาน และช่วยเติมวิตามินอีให้ร่างกายได้ดี ในชีวิตประจำวัน
  • Sunflower Seed เมล็ดทานตะวัน 1 ออนซ์ ให้โทโคฟีรอลประมาณ 7.4 มิลลิกรัม หรือราวครึ่งหนึ่ง ของความต้องการต่อวัน เหมาะสำหรับโรยสลัด ซีเรียล
  • Pine Nut เมล็ดสนปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ให้โทโคฟีรอลประมาณ 3 milligram แม้จะใช้ในปริมาณไม่มาก แต่ก็ช่วยเพิ่มวิตามินอีให้มื้ออาหารได้ดี โดยเฉพาะในเมนู Pesto หรือเบเกอรี่
  • Avocado อะโวคาโดครึ่งผล ให้โทโคฟีรอลประมาณ 20% ของความต้องการต่อวัน นอกจากวิตามินอีแล้ว ยังมีไขมันดี และสารอาหารอื่น ที่ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวม
  • เนยถั่ว เนยถั่วประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ให้โทโคฟีรอลประมาณ 18% ของความต้องการต่อวัน ควรเลือกแบบธรรมชาติ ไม่เติมน้ำตาล หรือสารปรุงแต่ง เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่
  • ปลา ปลาที่มีโทโคฟีรอลค่อนข้างสูง เช่น Salmon Atlantic ให้โทโคฟีรอลประมาณ 4 มิลลิกรัมต่อหนึ่งชิ้น และปลา Rainbow trout ให้โทโคฟีรอลราว 2 มิลลิกรัมต่อหนึ่งชิ้น ช่วยเสริมการทำงาน ของไขมันดีในร่างกาย
  • Red Bell Pepper พริกหวานสีแดงสด 1 ผลขนาดกลาง แบบดิบ ให้โทโคฟีรอลประมาณ 2 milligram หากนำไปปรุงสุก ปริมาณวิตามินอี จะลดลงได้ ประมาณครึ่งหนึ่ง

ที่มา: Top Foods High in Vitamin E (17 ตุลาคม 2024) [3]

ปริมาณโทโคฟีรอล ที่ควรได้รับต่อวัน?

โดยทั่วไป ผู้ใหญ่ควรได้รับโทโคฟีรอล ประมาณ 15 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งสามารถได้จากอาหารตามปกติ เช่นถั่ว เมล็ดพืช น้ำมันพืช และผักผลไม้บางชนิด ปริมาณนี้ เพียงพอต่อการดูแล การทำงานพื้นฐานของร่างกาย และการปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ ส่วนการรับประทาน ในรูปแบบอาหารเสริม ไม่ควรได้รับเกิน 1,000 มิลลิกรัมต่อวัน

ผลข้างเคียงของโทโคฟีรอล คืออะไร?

  • ทานมากเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยง เลือดออกง่าย โดยเฉพาะเมื่อได้รับในรูปแบบอาหารเสริม ปริมาณสูงต่อเนื่อง
  • อาจมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หรือปวดท้อง มักพบเมื่อรับประทาน เกินความจำเป็นของร่างกาย
  • เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย หรือปวดศีรษะ อาจเกิดขึ้นได้ในบางคน ที่ไวต่อวิตามินอี
  • รบกวนการแข็งตัวของเลือด หากทานในปริมาณสูง เป็นเวลานาน อาจส่งผล ต่อระบบการแข็งตัวของเลือด

อาหารอะไรที่มีโทโคฟีรอลสูง กล่าวโดยสรุป

อาหารที่มีโทโคฟีรอลสูง สามารถพบได้จากวัตถุดิบธรรมชาติที่ใกล้ตัว และนำมาปรับใช้ในมื้ออาหารประจำวันได้ไม่ยาก ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันจมูกข้าวสาลี ซึ่งเป็นแหล่งที่สูงที่สุด รองลงมาคืออัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดสน อะโวคาโด เนยถั่ว ปลาอย่างแซลมอน และเทราต์ รวมถึงพริกหวานสีแดง

ไม่ควรทานโทโคฟีรอลคู่กับอะไร

ไม่ควรทานโทโคฟีรอล ในปริมาณสูง ร่วมกับยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่นยาละลายลิ่มเลือด เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยง เลือดออกง่าย นอกจากนี้ การทานร่วมกับอาหารเสริม หรือวิตามินอื่น ที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด ในปริมาณสูงพร้อมกัน อาจทำให้ผลข้างเคียงมากขึ้นได้

ใครที่ควรทานโทโคฟีรอลเป็นพิเศษ

ผู้ที่ควรทานโทโคฟีรอลเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่รับประทานไขมันต่ำมาก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีปัญหาการดูดซึมไขมัน ผู้ที่ต้องเผชิญกับมลภาวะ หรือความเครียดสูง รวมถึงผู้ที่ต้องการดูแลผิวพรรณ และสุขภาพโดยรวม การได้รับโทโคฟีรอล จากอาหารธรรมชาติ อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์เต็มที่

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง