
จัดอันดับ อาหารอะไรที่มี Vitamin B6 สูง
- Fiona
- 15 views

อาหารอะไรที่มี Vitamin B6 สูง เป็นประเด็นที่หลายคน เริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น เพราะเมื่อยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ และการทำงานของร่างกายในแต่ละวัน ไพริดอกซีนเป็นสารอาหาร ที่มีบทบาทสำคัญ ต่อการใช้พลังงานจากอาหาร การทำงานของสมอง และระบบประสาท รวมถึงการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- ไพริดอกซีนคืออะไร?
- ประโยชน์วิตามินB6
- อาหารที่มีไพริดอกซีนสูง
วิตามินB6 หรือไพริดอกซีน คืออะไร?
วิตามิน B6 คือวิตามินในกลุ่มบี ที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ ในการทำงานพื้นฐานหลายด้าน โดยรูปแบบที่ร่างกายนำไปใช้จริง เรียกว่าไพริดอกซีน วิตามินชนิดนี้ มีบทบาทสำคัญ ในการเปลี่ยนอาหารที่เรากิน ให้กลายเป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายใช้โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวมถึงมีส่วนช่วย ในการสร้างสารสื่อประสาท ที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความจำ และการทำงานของสมอง นอกจากนี้ไพริดอกซีน ยังมีความสำคัญ ต่อระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกัน และการสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยให้การส่งสัญญาณ ของเส้นประสาท เป็นไปอย่างปกติ
และสนับสนุนการทำงานของฮอร์โมนบางชนิด ร่างกายไม่สามารถสร้างไพริดอกซีนเองได้ จึงจำเป็นต้องได้รับจากอาหาร ในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบต่างๆ ของร่างกาย ทำงานได้อย่างสมดุล และเป็นปกติ
ประวัติไพริดอกซีน การค้นพบครั้งแรก
ไพริดอกซีนถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1934 เมื่อ Paul György นักวิจัยชาวฮังการี ระบุสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถรักษาโรคผิวหนัง ในหนูทดลอง และจัดเป็นวิตามินกลุ่ม B ซึ่งต่อมาได้รับการตั้งชื่อว่าไพริดอกซีน เนื่องจากมีโครงสร้าง คล้ายกับสาร Puridine การแยกสารบริสุทธิ์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1938
เมื่อ Samuel Lepkovsky แยกไพริดอกซีนออกจากรำข้าวสำเร็จ และในปีต่อมา ก็ได้กำหนดโครงสร้าง และสังเคราะห์ขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้ไพริดอกซีน กลายเป็นสารอาหารที่รู้จัก และสามารถผลิต เชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายทศวรรษ 1930 การค้นพบและพัฒนานี้ เป็นก้าวสำคัญ ในการทำความเข้าใจบทบาทของวิตามินชนิดนี้ (9 ธันวาคม 2025) [1]
ประโยชน์ไพริดอกซีนคืออะไร?
- ช่วยปรับอารมณ์ และส่งเสริมสุขภาพจิต ไพริดอกซีนมีบทบาท ในการสร้างสารสื่อประสาท ที่ควบคุมอารมณ์ เช่นเซโรโทนิน และโดพามีน ซึ่งอาจช่วยลดอาการซึมเศร้า และความวิตกกังวล ได้ในบางคน
- ส่งเสริมการทำงานของสมอง มีส่วนช่วยในการทำงานของสมอง และลดระดับโฮโมซิสเทอีน ซึ่งเชื่อมโยงกับความเสี่ยง ต่อโรคสมองเสื่อม
- ป้องกันและรักษาอาการโลหิตจาง ไพริดอกซีนมีส่วนช่วย ในการสร้าง Hemoglobin ในเม็ดเลือดแดง ซึ่งจำเป็นต่อการลำเลียงออกซิเจนทั่วร่างกาย
- บรรเทาอาการคลื่นไส้ ในหญิงตั้งครรภ์ การได้รับไพริดอกซีน ในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยลดอาการคลื่นไส้ และอาเจียน ในช่วงตั้งครรภ์ได้
- ลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ ไพริดอกซีนช่วยลดระดับ Homocysteine ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยง ต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด
- อาจช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิด การได้รับเพียงพอ อาจสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยง ต่อมะเร็งบางชนิด เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่
- ส่งเสริมสุขภาพดวงตา การลดระดับ Homocysteine อาจช่วยลดความเสี่ยง ต่อปัญหาสายตา ที่เกี่ยวกับอายุ
- ช่วยลดการอักเสบ ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ บางการศึกษาพบว่า ไพริดอกซีนสามารถช่วยลดการอักเสบ ในผู้ที่มีภาวะนี้ได้บางส่วน
ที่มา: 9 Health Benefits of Vitamin B6 (1 ตุลาคม 2018) [2]
อาหารอะไรที่มีไพริดอกซีนสูง?

- Chickpea มีไพริดอกซีน ประมาณ 1.1 มก. ต่อ 1 ถ้วยตวง เป็นแหล่งพืชที่ให้ไพริดอกซีนสูงมาก เหมาะสำหรับคนที่ทานมังสวิรัติ หรืออยากเพิ่มไฟเบอร์ในมื้ออาหาร
- ตับวัวมีไพริดอกซีนประมาณ 0.9 มก. ต่อ 3 ออนซ์ ตับวัวจัดว่าเป็นหนึ่งในแหล่งวิตามินB6 ที่สูงที่สุด พร้อมกับธาตุเหล็ก และวิตามินเออีกด้วย
- ทูน่ามีไพริดอกซีนประมาณ 0.9 มิลลิกรัมต่อปริมาณ 3 oz ปลาทูน่าไม่เพียงมีโปรตีนสูง แต่ยังเป็นแหล่งไพริดอกซีน ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ และระบบประสาท
- ปลาแซลมอนมีไพริดอกซีนประมาณ 0.6 มิลลิกรัมต่อปริมาณ 3 oz แซลมอนให้ทั้งกรดไขมันโอเมก้า 3 และไพริดอกซีน ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และการทำงานของสมอง
- อกไก่มีไพริดอกซีนประมาณ 0.5 mg. ต่อปริมาณ 3 oz เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ที่ยังมีไพริดอกซีน เพื่อสนับสนุนการเผาผลาญพลังงาน
- มันฝรั่ง 1 ถ้วยตวงมีไพริดอกซีนประมาณ 0.4 มิลลิกรัม มันฝรั่งทั้งเปลือก เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรต และไพริดอกซีนที่ดี
- ไก่งวง 3 ออนซ์มีไพริดอกซีนประมาณ 0.4 มิลลิกรัม ให้โปรตีนพร้อมไพริดอกซีน ในปริมาณพอเหมาะ
- กล้วย 1 ผล มีไพริดอกซีน 0.4 milligram ผลไม้ยอดนิยม ที่ช่วยเติมไพริดอกซีน พร้อมให้พลังงานอย่างรวดเร็ว
- เนื้อวัว 3 ออนซ์มีไพริดอกซีน 0.3 milligram เป็นแหล่งไพริดอกซีน ที่ช่วยเสริมธาตุเหล็ก และโปรตีน
ที่มา: VitaminB6 (16 มิถุนายน 2023) [3]
ไพริดอกซีนควรได้รับต่อวันเท่าไหร่?
ปริมาณไพริดอกซีนที่ควรได้รับต่อวัน ในผู้ใหญ่ทั่วไป ร่างกายต้องการไพริดอกซีนในปริมาณไม่มาก แต่ต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ระบบเผาผลาญพลังงาน ระบบประสาท และการสร้างเม็ดเลือดแดงทำงานได้ตามปกติ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักต้องการไพริดอกซีนประมาณวันละ 1.3–1.7 มิลลิกรัม
ไพริดอกซีนมีผลข้างเคียงอะไร?
- ชาหรือเสียวปลายมือปลายเท้า เมื่อได้รับไพริดอกซีนมากเกินไป เป็นเวลานาน อาจรบกวนการทำงานของเส้นประสาท ทำให้รู้สึกชา เจ็บแปลบบริเวณมือและเท้า ซึ่งมักค่อยๆเป็นมากขึ้น หากยังได้รับในปริมาณสูงต่อเนื่อง
- กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการทรงตัวผิดปกติ ไพริดอกซีนในปริมาณสูง อาจส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อ ทำให้รู้สึกอ่อนแรง เดินไม่มั่นคง หรือเคลื่อนไหวไม่คล่องเหมือนเดิม
- ความไวต่อแสงเพิ่มขึ้น บางคนอาจมีอาการตาไวต่อแสงมากขึ้น แสบตา หรือรู้สึกไม่สบายตา เมื่ออยู่ในที่มีแสงจ้า หลังได้รับไพริดอกซีนปริมาณสูง
- คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือไม่สบายท้อง อาจเกิดอาการระคายเคืองทางระบบทางเดินอาหาร เช่นคลื่นไส้ ปวดท้อง หรือแน่นท้อง โดยเฉพาะเมื่อรับประทาน ในรูปแบบอาหารเสริมขนาดสูง
- ผื่นคันหรืออาการทางผิวหนัง ในบางรายอาจเกิดผื่น คัน หรืออาการแพ้เล็กน้อย ซึ่งมักพบไม่บ่อย และแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
สรุปแล้ว อาหารอะไรที่มี วิตามิน B6 สูง
ไพริดอกซีนหรือวิตามินB6 เป็นสารอาหารสำคัญ ที่มีบทบาทต่อการเผาผลาญพลังงาน การทำงานของสมอง ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน แหล่งอาหารที่ให้ไพริดอกซีนสูง พบได้ทั้งจากพืชและสัตว์ เช่นถั่วลูกไก่ ตับวัว ปลาทูน่า ปลาแซลมอน อกไก่ เนื้อไก่งวง มันฝรั่ง กล้วย และเนื้อวัว
ควรทานวิตามินB6 คู่กับอะไร?
ไพริดอกซีนจะทำงานได้ดี เมื่อได้รับร่วมกับวิตามินบีชนิดอื่นๆ โดยเฉพาะวิตามินบีรวม เพราะวิตามินบีกลุ่มนี้ ช่วยกันในกระบวนการเผาผลาญพลังงาน และการทำงานของระบบประสาท นอกจากนี้ การทานไพริดอกซีน ควบคู่กับอาหารที่มีโปรตีน จะช่วยให้ร่างกายนำไพริดอกซีนไปใช้ในการย่อย และสร้างกรดอะมิโนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ใครที่ควรทานวิตามินB6 เป็นพิเศษ?
ผู้ที่รับประทานอาหารไม่หลากหลาย ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานหนัก หรือมีความเครียดสะสม ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร รวมถึงผู้ที่รับประทานอาหารโปรตีนสูงเป็นประจำ เพราะร่างกายต้องใช้ไพริดอกซีนมากขึ้น ในการเผาผลาญสารอาหาร กลุ่มคนที่มีอาการอ่อนล้า เหนื่อยง่าย หรือมีปัญหาด้านระบบประสาทก็ควรทานเพิ่ม
- Tags: สุขภาพ


