เซนเตอร์สมองกล มาร์ค กาซอล บิ๊กแมนสายใช้สมอง

เซนเตอร์สมองกล มาร์ค กาซอล

เซนเตอร์สมองกล มาร์ค กาซอล (Marc Gasol) จากเด็กอ้วนในโรงเรียนที่เมมฟิส สู่การเป็นหัวใจของยุค Grit & Grind และต่อยอดไปถึงการคว้าแหวนกับแร็ปเตอร์ส ก่อนจะกลับไปเป็นประธานสโมสร ที่ตัวเองก่อตั้งในสเปน เส้นทางของเซนเตอร์สมองกลคนนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะบาสเกตบอล แต่คือวิธีคิดต่ออาชีพ และชีวิตทั้งก้อน

  • โปรไฟล์ของมาร์ค กาซอลโดยย่อ
  • ความสำคัญของกาซอลในการได้แชมป์ของแร็ปเตอร์สปี 2019
  • บทบาทของมาร์ค กาซอลในฐานะประธานสโมสร Bàsquet Girona

จากเด็กอ้วนในเมมฟิส สู่สมองกลางของทีม NBA

มาร์ค กาซอลเกิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 1985 ที่บาร์เซโลนา แต่ช่วงวัยรุ่นย้ายตามครอบครัวมาอยู่ที่เมมฟิส และเข้าเรียนที่ Lausanne Collegiate School ภาพจำของเขาในตอนนั้นคือ “เด็กอ้วนสูงโย่ง” ที่ยังหาฟอร์มของตัวเองไม่เจอ แต่จุดเริ่มต้นแบบนั้นกลับกลายเป็นแรงผลักให้เขา ต้องพึ่งพาอย่างอื่นนอกจากร่างกาย ตั้งแต่การอ่านเกม

การใช้มุม การเข้าใจจังหวะของทีม และหลังจากกลับไปเล่นอาชีพในยุโรป ทั้งกับบาร์เซโลนา และ Girona เขาถูกดราฟต์ในอันดับที่ 48 ปี 2007 โดยลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ก่อนที่สิทธิ์ของเขา จะถูกใส่เข้าไปในดีลเทรดครั้งใหญ่ ที่ส่งพี่ชายอย่างเปา กาซอล ไปเลเกอร์ส ส่วนตัวเขาเอง ถูกส่งไปเมมฟิส กริซลีส์ ทีมเล็กในตลาดเล็กๆ

ที่กำลังมองหาเสาหลักระยะยาว ในเมมฟิส มาร์ค กาซอลไม่ได้ถูกปั้นให้เป็นซูเปอร์สตาร์ แต่เขาค่อยๆเติบโตจากเซนเตอร์คลาสสิกที่เน้นโพสต์ เล่นช้า ใช้ร่างกายบังตำแหน่ง ไปสู่บิ๊กแมนที่คุมทั้งจังหวะเกมรับ และเกมรุก จากคนตัวใหญ่ในโพสต์ กลายเป็นสมองกลางของทั้งทีม แบบที่ไม่ค่อยมีใครทำได้ในยุคนั้น (10 พฤศจิกายน 2025) [1]

Grit & Grind และเซนเตอร์ที่เป็นภาษากลางของทั้งทีม

เซนเตอร์สมองกล มาร์ค กาซอล

ยุค Grit & Grind ของเมมฟิส ถูกจดจำในฐานะทีมที่เล่นหนัก และไม่กลัวใคร แต่ถ้าซูมให้ลึกลงไปในรายละเอียด เกมรับของพวกเขาไม่ได้มีแค่ความแข็งแรง มันมีโครงสร้าง มีระบบ และมีมาร์ค กาซอลคอยอ่านเกมอยู่ตรงกลาง ปีที่ชื่อของเขาขึ้นถึงจุดสูงสุดด้านเกมรับคือฤดูกาล 2012-13 ที่เขาได้รางวัล Defensive Player of the Year

ทั้งที่สถิติบล็อกต่อเกมไม่ได้โดดเด่น แบบสายป้องกันห่วงชื่อดัง จุดที่ทำให้โค้ช และนักวิเคราะห์มองเห็นค่าของเขา คือการยืนตำแหน่ง การอ่านทาง การสื่อสาร และการทำให้เพื่อนร่วมทีมทุกคนอยู่ในที่ที่ควรอยู่ จนกลายเป็นเกมรับแบบ All-Around Defense ที่ครอบคลุมทั้งคน ทั้งพื้นที่ และจังหวะของคู่แข่ง

แต่ความสำเร็จของเขาก็มาพร้อมกับดราม่า ในแบบที่แฟนบาสคุ้นเคย เมื่อปีเดียวกับที่ได้ DPOY เขากลับถูกโหวตไปอยู่แค่ All-Defensive Second Team เพราะระบบการโหวตที่แตกต่างกัน เหตุการณ์นี้กลายเป็นเคสคลาสสิก ที่ทำให้วงการบาสต้องตั้งคำถามต่อว่า “เราประเมินเกมรับจากอะไรแน่ จากสายตา สถิติ หรือ narrative ที่เราชิน”

เมื่อเซนเตอร์กลายเป็นสมองของเกมบุก

ถ้าบอกว่าเซนเตอร์คนหนึ่ง จบอาชีพด้วยค่าเฉลี่ย 14.0 แต้ม 7.4 รีบาวด์ และ 3.4 แอสซิสต์ต่อเกม หลายคนอาจมองว่าเป็น “ตัวเลขกลางๆ” แต่สำหรับกาซอลตัวเลขเหล่านี้ คือหลักฐานว่าบทบาทของเขา ไม่เคยจำกัดอยู่แค่การทำแต้ม และรีบาวด์ โค้ชหลายคนใช้เขาเป็น high-post hub จุดศูนย์กลางที่เกมบุกเริ่มจากคนสูง 2.11 เมตร ตรงเส้นฟาวล์

เขายืนรับบอล หันหน้าเข้าหาห่วง อ่านการเคลื่อนที่ของเพื่อนร่วมทีม แล้วตัดสินใจว่าจะส่งไปที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น handoff ให้การ์ดวิ่งอ้อม รับ-ส่ง แล้วดึงตัวคุมบอลหลุดจากจังหวะ หรือจ่าย backdoor ให้เพื่อนที่สอดเข้าพื้นที่ว่าง ในมุมนี้มาร์ค กาซอลจึงไม่ใช่แค่เซนเตอร์ แต่คือ “เพลย์เมกเกอร์ตัวสูง” รุ่นก่อนที่โลกจะได้รู้จักคำว่า Jokic ball

เขาทำให้หลายทีมเริ่มเห็นว่า เกมบุกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการ์ดเสมอไป ถ้าเรามีบิ๊กที่คิดเกม และจ่ายบอลได้ดีพอ สำหรับเซนเตอร์ หรือฟรอนต์คอร์ท ที่อาจจะไม่ได้มีสปริงขาโดดเด่นเหมือนรุ่นใหม่ๆ สิ่งที่กาซอลสอนเราคือ คุณยังมีพื้นที่ในเกมเสมอ ถ้าคุณอ่านเกมได้เร็วพอ และทำให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้น ด้วยการจ่ายบอล และการยืนตำแหน่งที่ฉลาด

เมื่อซูเปอร์สตาร์ยอมลด usage เพื่อแหวนแชมป์

ในโตรอนโต แร็ปเตอร์ส ฤดูกาล 2018-19 เราได้เห็นอีกเวอร์ชันของมาร์ค กาซอลที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือเวอร์ชันของผู้เล่นที่ “ยอมลดทุกอย่าง” เพื่อสิ่งเดียวคือแชมป์ หลังถูกเทรดไปแร็ปเตอร์สระหว่างฤดูกาล เขาต้องปรับตัวจากการเป็นเสาหลักของเมมฟิส มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่มีสตาร์เต็มทีม

การทำแต้มของเขาลดลง usage หดลง แต่ impact ในเชิง spacing เกมรับ และการตัดสินใจในเกมใหญ่ กลับเพิ่มขึ้นอย่างเงียบๆ กาซอลช่วยดึงเซนเตอร์คู่แข่งออกมานอกวง ทำให้เลนไดรฟ์ของ Leonard และ Lowry เปิดกว้างขึ้น เขาอ่านเพลย์ของคู่แข่งในซีรีส์สำคัญ โดยเฉพาะการเจอกับ Bucks ที่ต้องรับมือกับ Giannis Antetokounmpo

การยืนตำแหน่ง การช่วยซ้อน และการสื่อสารของเขา ทำให้ระบบรับของแร็ปเตอร์สมี “แกนกลางที่คิดตลอดเวลา” สิ่งที่น่าสนใจคือ ตลอดเส้นทางนั้น ไม่มีใครพูดถึงเขาในฐานะซูเปอร์สตาร์ของทีม แต่แทบไม่มีใครเถียงว่า ถ้าไม่มีกาซอล แชมป์ปีนั้นอาจไม่ได้มาง่ายอย่างที่เห็น (24 มิถุนายน 2019) [2]

เมื่อสมองกลถูกร้อยเข้ากับเครือข่ายอัจฉริยะ

เซนเตอร์สมองกล มาร์ค กาซอล

ถ้าเมมฟิสคือที่ที่มาร์คถูกหล่อหลอมให้เป็นผู้นำ ทีมชาติสเปนก็คือพื้นที่ที่เขาได้เล่น ในเครือข่ายของอัจฉริยะหลายคนพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Pau Gasol, Juan Carlos Navarro, Ricky Rubio หรือ Sergio Llull ในระบบทีมชาติสเปน เขาไม่ได้ต้องเป็นพระเอกทุกเกม แต่คือฟันเฟืองสำคัญ ในโครงสร้างที่ชนะทั้งแชมป์โลกปี 2006 และ 2019

รวมถึงเหรียญโอลิมปิกอีกหลายสมัย เขาแสดงให้เห็นว่า ผู้เล่นคนหนึ่งสามารถปรับบทบาทของตัวเอง ไปมาระหว่างทีม NBA กับทีมชาติได้ ถ้าเข้าใจหลักการของเกมจริงๆ ไม่ใช่ยึดติดแต่กับจุดที่ตัวเองเคยยืน สำหรับโค้ช และผู้เล่นเยาวชน นี่คืออีกตัวอย่างที่สำคัญว่า การเข้าใจ “ภาษา” ของระบบ สำคัญกว่าการยึดติดกับตำแหน่ง หรือสถิติส่วนตัว

เมื่อสมองกลย้ายจากในคอร์ท ไปสู่ห้องประชุม
อีกภาพหนึ่งที่ทำให้เรื่องของมาร์ค กาซอลน่าสนใจขึ้นไปอีกขั้น คือการที่เขาเลือกกลับไปสโมสรที่ตัวเองก่อตั้งอย่าง Bàsquet Girona ในฐานะทั้งผู้เล่น และประธานสโมสร เขาพาทีมไต่จากลีกรอง ขึ้นสู่ลีกสูงสุดอย่าง ACB ก่อนจะประกาศแขวนรองเท้าอย่างเป็นทางการ แล้วหันไปโฟกัสกับบทบาทประธานเต็มตัว (27 กันยายน 2022) [3]

สำหรับคนที่ไม่ชนะด้วยร่างกาย แต่ชนะด้วยการคิด

  • อ่านเกมก่อนขยับ – ไม่ว่าคุณจะอยู่ในคอร์ท หรือในที่ทำงาน การอ่านสถานการณ์ให้ขาดก่อนออกตัว มักประหยัดแรง และเพิ่มโอกาสสำเร็จมากกว่า การพุ่งชนทุกอย่างด้วยพละกำลัง
  • ทำให้คนอื่นเล่นง่ายขึ้น – กาซอลไม่เคยยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางของสปอตไลต์ แต่เขาทำให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายขึ้นเสมอ คนแบบนี้ แม้จะไม่ขึ้นปกอยู่บ่อยๆ แต่ขาดไม่ได้ในทีมที่อยากชนะจริงจัง
  • ยอมลดเพื่อเป้าหมายที่ใหญ่กว่า – จากเมมฟิสสู่โตรอนโต เขาแสดงให้เห็นว่า การยอมลด usage หรือยอมสละบทบาทเดิมของตัวเอง ไม่ได้แปลว่าคุณด้อยค่าลงเสมอไป บางครั้งมันคือทางลัดสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่า
  • เตรียมชีวิตหลังจบเกมไว้ตั้งแต่วันนี้ – การก่อตั้ง และบริหาร Girona ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจชั่ววูบ แต่มาจากการวางแผนระยะยาว เช่นเดียวกับชีวิตของเรา ที่ไม่ควรรอจนถึง “ควอเตอร์สุดท้าย” แล้วค่อยคิด

บทส่งท้าย คุณอยากถูกจดจำแบบมาร์ค กาซอลหรือเปล่า

ท้ายที่สุด เซนเตอร์สมองกล มาร์ค กาซอล อาจไม่ได้ทิ้งภาพจำในหัวคนดูแบบนักดังก์ หรือมือชู้ตสามแต้มระดับตำนาน แต่เขาทิ้งคำถามสำคัญเอาไว้ว่า เราอยากถูกจดจำจากตัวเลขของเราเพียงอย่างเดียว หรือจากสิ่งที่ทีมทำได้ เมื่อมีเราอยู่ในสนาม และบางที นี่อาจเป็นนิยามที่แท้จริงของคำว่า ผู้เล่นที่ทำให้ทีมดีขึ้น โดยไม่ต้องตะโกน

ถ้าเป็นเซนเตอร์ เราจะเอาแนวคิดเซนเตอร์สมองกลไปใช้ยังไง ?

เริ่มจากการฝึกอ่านเกมแทนการพึ่งพาแต่ความสูง เช่น ดูฟุตเวิร์กของตัวเอง การยืนตำแหน่ง การสื่อสารกับเพื่อน การจ่ายบอลจาก high post และการช่วยซ้อนเกมรับให้ถูกจังหวะ ยิ่งคุณทำให้เพื่อนเล่นง่ายขึ้นเท่าไหร่ คุณยิ่งมีพื้นที่ในทีมมากขึ้น แม้จะไม่ได้เป็นคนที่ตัวเด่นสุดในไฮไลต์ก็ตาม

ตอนนี้มาร์ค กาซอลทำอะไรอยู่ และทำไม Girona ถึงสำคัญ ?

หลังแขวนรองเท้า เขาโฟกัสกับบทบาทประธานสโมสร Bàsquet Girona ที่ตัวเองก่อตั้ง ตั้งแต่การวางโครงสร้างทีมเยาวชน เลือกโค้ช ไปจนถึงการพาทีมเล็กให้ยืนระยะในลีกใหญ่ ACB สำหรับเขา Girona ไม่ใช่แค่สโมสร แต่คือแพลตฟอร์มในการคืนกลับสู่วงการบาสเกตบอลสเปน ในแบบที่เขาออกแบบเองได้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง