
เถาแตงกวา ให้ผลกินได้ ปลูกง่าย โตเร็ว
- OTP
- 12 views

เถาแตงกวา ให้ผลกินได้ ด้วยเถาที่เลื้อยแข็งแรง สามารถให้ผลสดกรอบอร่อยได้ตลอดฤดูกาล ผลแตงกวาไม่เพียงเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารไทยหลากหลายเมนู แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ช่วยบำรุงสุขภาพและเติมความสดชื่นให้กับร่างกาย จึงเป็นพืชที่ควรมีไว้ในทุกครัวเรือน
- ความสำคัญของแตงกวาในไทย ข้อมูลทั่วไป
- การปลูกและการดูแลรักษา
- การใช้ประโยชน์จากผลแตงกวา
- คุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของแตงกวา
ความสำคัญของแตงกวาในไทย
เถาแตงกวาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พืชสามารถเลื้อยขึ้นค้างหรือรั้วได้อย่างมั่นคง และเป็นแหล่งสร้างผลผลิตที่กินได้ เถาที่แข็งแรงช่วยให้แตงกวาออกผลดกและมีคุณภาพดี เหมาะสำหรับการปลูกทั้งในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์
พ.ศ. 2470–2490: แตงกวาเริ่มปลูกทั่วไปในครัวเรือนชนบท ใช้ผลสดกินกับน้ำพริกและอาหารไทย ถือเป็นผักพื้นบ้านที่ปลูกง่ายและเก็บกินได้ต่อเนื่อง ต่อมาปีพ.ศ. 2500–2530 แตงกวากลายเป็นพืชเศรษฐกิจในหลายพื้นที่ มีการพัฒนาสายพันธุ์เพื่อให้ผลดกและทนโรค ตลาดสดและตลาดค้าส่งเริ่มมีแตงกวาจำหน่ายอย่างแพร่หลาย
พ.ศ. 2540–ปัจจุบัน แตงกวาได้รับการบันทึกเชิงวิชาการและพัฒนาในระบบเกษตรอินทรีย์ มีการแปรรูป เช่น แตงกวาดอง น้ำแตงกวา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ยังคงเป็นผักยอดนิยมทั้งในครัวเรือนและตลาดส่งออก
ข้อมูลทั่วไปของแตงกวา
- ชื่อวิทยาศาสตร์: Cucumis sativus L.
- ชื่อสามัญ: Cucumber
- ชื่อไทย: แตงกวา
- เป็นพืชในวงศ์ CUCURBITACEAE เช่นเดียวกับบวบและฟัก
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
- ราก: มีรากแก้วแตกแขนงจำนวนมาก แผ่กว้างและหยั่งลึกได้ถึง 1 เมตร
- ลำต้น: เป็นเถาเลื้อย มีขนปกคลุมทั่วไป ข้อยาว 10–20 เซนติเมตร มีหนวดเกาะที่ข้อ
- ใบ: ใบเดี่ยว ก้านใบยาว 5–15 เซนติเมตร ใบหยาบมีขน มีมุมใบ 3–5 มุม ปลายใบแหลม เส้นใบ 5–7 เส้น
- ดอก: มีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียในต้นเดียวกัน
- ดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยว กลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ กลีบดอกสีเหลือง 5 กลีบ
- ดอกเพศผู้เป็นดอกเดี่ยวหรือเป็นกลุ่ม สีเหลืองสด
- ผล: ทรงกระบอกเรียวยาว สีเขียวอ่อนถึงเข้ม ผิวมีปุ่มหรือร่องเล็ก ๆ เนื้อผลฉ่ำน้ำ กรอบ มีเมล็ดจำนวนมาก
ที่มา: แตงกวา (29 ตุลาคม 2025) [1]
การปลูกและการดูแลรักษา

การปลูกแตงกวา
- เลือกพันธุ์: แตงกวาผลสั้นหรือพันธุ์ที่ตลาดต้องการ เช่น เบลล่า อายุเก็บเกี่ยวสั้น 30–35 วัน
- ฤดูกาล: ปลูกได้ตลอดปี แต่ควรเลือกช่วงที่มีแสงแดดเพียงพอและหลีกเลี่ยงพื้นที่น้ำขัง
- การเตรียมแปลง: ขนาดแปลงกว้างประมาณ 1 เมตร ระยะปลูกระหว่างหลุม 40–50 ซม. ระหว่างแถว 80–90 ซม.
- การหยอดเมล็ด: หยอดเมล็ด 2–3 เมล็ดต่อหลุม เมื่อกล้าแข็งแรงให้ถอนแยกเหลือ 1–2 ต้น
- ค้างพยุง: ใช้ค้างสูงประมาณ 2 เมตร เพื่อให้เถาเลื้อยและผลตรง ไม่เน่าเสีย (11 พฤศจิกายน 2025) [2]
การดูแลรักษา
- การให้น้ำ: รดน้ำสม่ำเสมอ วันละ 1–2 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงต้นอ่อนและติดผล
- การใส่ปุ๋ย: รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก และปุ๋ยสูตร 15-15-15 คลุกดินให้เข้ากัน ใส่เสริมทุก 20–30 วัน
- การตัดแต่ง: เลือกตัดกิ่งแขนงที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้เถาแข็งแรงและผลดก
- การป้องกันโรคแมลง: ระวังเพลี้ยอ่อน หนอนเจาะผล และโรครา ควรใช้วิธีธรรมชาติ เช่น น้ำหมักชีวภาพ หรือการควบคุมทางชีวภาพ
การใช้ประโยชน์จากผลแตงกวา
- บริโภคสด: กินคู่กับน้ำพริก สลัด หรืออาหารไทย เพิ่มความสดชื่นและกรอบอร่อย
- ประกอบอาหาร: ใช้ทำแกงจืด ผัดแตงกวา หรือใส่ในเมนูต่าง ๆ ได้หลากหลาย เช่นเดียวกันกับ เถาฟักทอง ผลกินได้ ที่ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลาย
- แปรรูป: ทำแตงกวาดอง น้ำแตงกวา หรือใช้ในอาหารนานาชาติ
- คุณค่าทางโภชนาการ: มีวิตามินซี แคลเซียม และไฟเบอร์ ช่วยบำรุงสุขภาพและระบบขับถ่าย
- ใช้ด้านความงาม: น้ำแตงกวาหรือชิ้นแตงกวาสดช่วยบำรุงผิว ลดความหมองคล้ำและความร้อนบนผิวหน้า
คุณค่าทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของแตงกวา
ด้านเศรษฐกิจ
- พืชเศรษฐกิจสำคัญ: แตงกวาเป็นผักที่ตลาดต้องการสูง ปลูกง่าย โตเร็ว เก็บเกี่ยวได้ภายใน 30–40 วัน
- สร้างรายได้ต่อเนื่อง: เกษตรกรสามารถปลูกหมุนเวียนได้หลายรอบต่อปี ทำให้มีรายได้สม่ำเสมอ
- การแปรรูปเพิ่มมูลค่า: เช่น แตงกวาดอง น้ำแตงกวา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ช่วยขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ด้านสิ่งแวดล้อม
- ปลูกง่าย ใช้ทรัพยากรน้อย: ต้องการน้ำและปุ๋ยไม่มากเมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจอื่น
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: สามารถปลูกแบบอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี และช่วยรักษาสมดุลระบบนิเวศ
- ลดการใช้วัสดุสังเคราะห์: ผลแตงกวาและเปลือกยังสามารถนำไปใช้ในงานเกษตรหรือผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่ย่อยสลายได้
เคล็ดลับเพิ่มเติมในการเลือกและเก็บรักษาแตงกวา
วิธีเลือกแตงกวาสด
- เลือกผลที่ สีเขียวสด ไม่มีรอยช้ำหรือจุดเหลืองมากเกินไป
- ผลต้องมี ผิวตึง กรอบแน่น เมื่อบีบเบา ๆ จะรู้สึกแข็ง ไม่เหี่ยว
- ขนาดกลาง ๆ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพราะจะมีรสชาติหวานกรอบที่สุด (23 ตุลาคม 2025) [3]
วิธีเก็บรักษาให้คงความกรอบ
- เก็บใน ตู้เย็นช่องผัก โดยห่อด้วยพลาสติกบางหรือกระดาษ เพื่อรักษาความชื้น
- ไม่ควรล้างก่อนเก็บ เพราะน้ำจะทำให้ผิวแตงกวาเน่าเร็ว ควรล้างเฉพาะตอนจะใช้
- แตงกวาสามารถเก็บได้นาน 5–7 วัน หากเก็บในอุณหภูมิ 10–12 °C
สรุป เถาแตงกวา ให้ผลกินได้ ประโยชน์มากมาย
สรุป เถาแตงกวา ให้ผลกินได้ เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย โตเร็ว และให้ผลสดกรอบอร่อยตลอดฤดูกาล ผลแตงกวามีคุณค่าทางโภชนาการสูง ใช้ได้ทั้งกินสด แปรรูป และประกอบอาหารหลากหลายเมนู นอกจากสร้างรายได้แล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะปลูกไว้ทั้งในครัวเรือนและเชิงพาณิชย์
ผลแตงกวามีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร?
อุดมด้วยวิตามินซี แคลเซียม และไฟเบอร์ที่ช่วยบำรุงสุขภาพ มีน้ำมาก ทำให้ร่างกายสดชื่นและช่วยระบบขับถ่าย เป็นผักแคลอรีต่ำ เหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก
ทำไมแตงกวาจึงเป็นผักสวนครัวที่นิยมปลูก?
- แตงกวาปลูกง่าย โตเร็ว และให้ผลผลิตต่อเนื่องภายใน 30–40 วัน
- สามารถปลูกได้ทั้งในแปลงดินและกระถาง เหมาะกับทุกครัวเรือน
- ผลแตงกวาสดกรอบ ใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


