
เพนกวินเจนทู นักว่ายน้ำปากส้ม แห่งแอนตาร์กติกา
- J. Kanji
- 6 views

เพนกวินเจนทู นักว่ายน้ำปากส้ม โดดเด่นด้วยแถบสีขาวบนหัว ปาก และเท้าสีส้มสด เบื้องหลังความน่ารัก คือชีวิตที่ต้องปรับตัว และเอาตัวรอด ในสภาพอากาศสุดขั้ว ของแอนตาร์กติกา ซึ่งเต็มไปด้วยพฤติกรรม และเรื่องราวที่น่าสนใจ กว่าที่เห็นภายนอก อีกทั้งยังสะท้อนการเปลี่ยนแปลง ของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
- ลักษณะเด่นและความสามารถ ของเพนกวินเจนทู
- แหล่งอาศัย อาหาร และการปรับตัวในสภาพหนาวจัด
- ภัยคุกคาม และสถานะการอนุรักษ์เพนกวินเจนทู
ลักษณะเด่นของเพนกวินเจนทู ที่ไม่เหมือนใคร
Gentoo penguin (Pygoscelis papua) เป็นเพนกวินขนาดกลาง ความสูงประมาณ 51–90 ซม. มีจุดเด่นสำคัญคือ “แถบสีขาว” ที่ลากจากตาข้างหนึ่ง ไปอีกข้างหนึ่ง เหมือนใส่ที่คาดผม ทำให้ดูจำง่ายมาก อีกอย่างคือจะมี “ปาก และเท้าสีส้มสด” ที่ตัดกับลำตัวสีดำ-ขาวอย่างชัดเจน เวลาเดินจึงดูเหมือน ใส่รองเท้าสีฉูดฉาด ไว้ตลอดเวลา
นอกจากนี้ เจนทูยังขึ้นชื่อเรื่อง ความไวในน้ำมาก ถึงขนาดถูกจัดว่า เป็นเพนกวินที่ว่ายน้ำเร็ว ที่สุดในโลก บางครั้งพุ่งได้เร็วกว่า 36 กม./ชม. ทำให้สามารถหนีผู้ล่า ได้ฉิวเฉียด หรือไล่ตะครุบปลาขนาดเล็กได้ทันใจ ความเร็วนี้เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้เจนทูแม้จะไม่ได้ตัวใหญ่ที่สุด แต่เอาตัวรอดเก่งมาก (4 ธันวาคม 2025) [1]
แหล่งอาศัยและพื้นที่ ที่เจนทูเลือกสร้างบ้าน
เพนกวินเจนทูอาศัยอยู่ในเขต แอนตาร์กติกา และหมู่เกาะรอบ ๆ เช่น หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เกาะเซาท์จอร์เจีย และคาบสมุทรแอนตาร์กติกา พวกมันชอบพื้นที่ที่มี “ชายฝั่งเปิดโล่ง” และมีลมแรง แต่ไม่หนาวที่สุด เท่าบริเวณแอนตาร์กติกาตอนใน เจนทูยังชอบตั้งรังบนพื้นที่กรวด หรือดินมากกว่าบนน้ำแข็ง
เพราะหินกรวดช่วยระบายน้ำ จากหิมะที่ละลาย และช่วยป้องกันไข่ไม่ให้เปียก หรือเย็นจนเกินไป ข้อมูลจากงานสำรวจ ประชากรเพนกวินเจนทู ในหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ปี 2018 รายงานว่าประชากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ชายฝั่งบางส่วน สะท้อนสภาพแวดล้อมที่ยังเอื้ออำนวยต่อการทำรัง และหาอาหาร
ความน่าสนใจคือ กลุ่มเจนทูบางประชากร มีการย้ายจุดทำรัง ตามสภาพอากาศ และความพร้อมของอาหารในแต่ละปี ทำให้เราพบว่า บางอาณานิคม มีขนาดใหญ่ขึ้น หรือลดลงไปอย่างเห็นได้ชัด ตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง โดยธรรมชาติ ซึ่งสะท้อนว่าชีวิตของเจนทู ผูกพันกับระบบนิเวศรอบตัว อย่างใกล้ชิดมาก
อาหารที่เจนทู และบทบาทของมัน ในห่วงโซ่อาหาร
อาหารหลักของเพนกวินเจนทูคือ คริลล์ ปลา และปลาหมึกขนาดเล็ก โดยเฉพาะคริลล์ที่เป็นเหมือน “หัวใจของระบบนิเวศ แอนตาร์กติกา” เพราะเป็นอาหาร ให้สัตว์หลายชนิด ตั้งแต่วาฬ เช่น วาฬฮัมพ์แบ็ค แมวน้ำ นกทะเล ไปจนถึงเพนกวินหลากชนิด รวมถึงเจนทูด้วย เมื่อมีคริลล์มาก เพนกวินก็มักจะเลี้ยงลูก ได้สำเร็จมากขึ้น
แต่ถ้าปริมาณคริลล์ลดลง อัตราการรอดของลูก ก็จะลดลงตามไปด้วย งานวิจัยปี 2019 พบว่าเพนกวินเจนทู ปรับอาหารเมื่อคริลล์ลดลง ส่งผลให้เพนกวินเจนทู ขยายประเภทอาหารเพิ่มขึ้น เช่น รวมปลาหมึก และปลา เข้าไปในเมนูมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณสำคัญ ของการเปลี่ยนแปลง ในระบบนิเวศทางทะเล (2 ธันวาคม 2019) [2]
เจนทูเป็นนักล่าที่ว่องไว เวลาออกล่ามักดำน้ำลึกลงไป 50–200 เมตร และดำน้ำได้หลายครั้งต่อวัน การกินอาหารหลายประเภท ทำให้เจนทูปรับตัวได้ดี ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นความสามารถ ที่ช่วยให้พวกมันอยู่รอดได้ ในพื้นที่โหดร้ายแห่งนี้
การปรับตัวของเพนกวินเจนทู ในสภาพแวดล้อมหนาวจัด

ชีวิตในแอนตาร์กติกาไม่ได้ง่าย แต่เพนกวินเจนทู มีอาวุธลับหลายอย่าง ที่ช่วยให้พวกมันอยู่รอดได้ดี ในสภาพแวดล้อมหนาวจัด อย่างไม่น่าเชื่อ เช่น
- ขนหลายชั้น ช่วยกันลม และกักเก็บความร้อน เหมือนใส่เสื้อหลายชั้น ตลอดเวลา
- ไขมันหนาใต้ผิวหนัง ทำหน้าที่เป็นฉนวนอีกชั้น ทำให้สามารถอยู่ในน้ำเย็นจัดได้นาน
- เท้าที่มีเนื้อเยื่อพิเศษ ช่วยให้เดินบนหิมะ หรือน้ำแข็งโดยไม่ถูกแช่แข็ง
- การยืนรวมฝูง เพื่อแบ่งปันความอบอุ่น โดยเฉพาะในวันที่ลมแรงมาก
อีกพฤติกรรมหนึ่ง ที่น่าสนใจคือ การกระโดดพุ่งบนผิวน้ำ (porpoising) ที่ช่วยให้เพนกวินหายใจ และเพิ่มความเร็ว ขณะว่ายน้ำคล้ายโลมา ถือว่าเป็นเทคนิคเอาตัวรอด ที่มีประสิทธิภาพมาก
พฤติกรรมการผสมพันธุ์ และการเลี้ยงลูก
เพนกวินเจนทูเป็นนกที่มีนิสัย “รักเดียวใจเดียว” ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ คู่หนึ่งมักจะอยู่ด้วยกันไปหลายปี ผู้ตัวผู้จะเก็บหินมาวางให้ตัวเมีย เหมือนเป็นของขวัญ พอใจหรือไม่พอใจ ก็รู้ได้ทันทีจากท่าทาง ของตัวเมีย ถ้าตัวเมียยอมรับ พวกมันจะสร้างรังหินด้วยกัน และผลัดกันกกไข่ 1–2 ฟองจนกว่าจะฟัก
ช่วงเลี้ยงลูกถือเป็นช่วงที่อบอุ่นที่สุด ในชีวิตเพนกวินเลยก็ว่าได้ พ่อแม่ทั้งคู่จะผลัดกันล่าอาหาร และกลับมาป้อนลูก โดยลูกจะอยู่ใกล้รัง ตลอดช่วงแรกจนขนเริ่มขึ้นแน่น จากนั้นจึงเข้าฝูงอนุบาล ที่เรียกว่า “crèche” เพื่อรอเติบโต และเรียนรู้การหาอาหารด้วยตัวเอง การที่พ่อแม่ทุ่มเททั้งเวลา และพลังงาน ทำให้โอกาสรอดของลูกเจนทู เพิ่มขึ้นมาก
สถานภาพ และภัยคุกคาม ที่เพนกวินเจนทูต้องเผชิญ
แม้เพนกวินเจนทู จะไม่ใช่เพนกวิน ที่ใกล้สูญพันธุ์ที่สุด แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัย จากภัยคุกคาม ข้อมูลอัปเดตของ IUCN ในปี 2020 ระบุว่าเพนกวินเจนทู ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Least Concern (2020) [3] แต่จำนวนประชากรในบางพื้นที่ เริ่มผันผวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากหลายปัจจัย เช่น
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น
- การลดลงของคริลล์ จากอุณหภูมิน้ำทะเล ที่สูงขึ้น
- การประมงอุตสาหกรรม ที่ทับซ้อนพื้นที่หากิน ของเพนกวิน
- ผู้ล่าตามธรรมชาติ เช่น สคัว นกนางแอ่นทะเล หรือสิงโตทะเลบางชนิด
แม้ในหลายพื้นที่ เพนกวินเจนทูยังมีจำนวนมาก แต่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ของระบบนิเวศแอนตาร์กติกา ที่รวดเร็วขึ้น ทำให้การอนุรักษ์เพนกวินกลุ่มนี้ ยังจำเป็นต้องได้รับความสนใจ อย่างใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม
เพนกวินเจนทู นักว่ายน้ำปากส้ม กับบทสรุป
เพนกวินเจนทู นักว่ายน้ำปากส้ม เป็นเพนกวินที่ทั้งโดดเด่น และปรับตัวเก่ง ในสภาพอากาศสุดขั้ว พวกมันมีบทบาทสำคัญ ต่อระบบนิเวศแอนตาร์กติกา ทั้งในฐานะผู้ล่าคริลล์ และปลา อีกทั้งยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลง ของสภาพแวดล้อม ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชีวิตของเพนกวินเจนทู เต็มไปด้วยความน่าสนใจ และคุณค่าที่ควรอนุรักษ์
เพนกวินเจนทูอาศัยอยู่ที่ไหนมากที่สุด ?
ส่วนใหญ่อาศัยในคาบสมุทรแอนตาร์กติกา หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ และเกาะเซาท์จอร์เจีย ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์ และมีพื้นที่กรวด เหมาะสำหรับทำรัง นอกจากนี้ยังพบในหมู่เกาะย่อย แถบซับแอนตาร์กติกาด้วย โดยพื้นที่เหล่านี้ ช่วยให้เจนทูเข้าถึงแหล่งอาหารได้ง่าย และปลอดภัยมากขึ้น
เพนกวินเจนทูกินอะไรเป็นหลัก ?
อาหารหลักประกอบด้วยคริลล์ ปลา และปลาหมึกขนาดเล็ก พวกมันสามารถ ปรับอาหารได้ตามฤดูกาล และความอุดมสมบูรณ์ของเหยื่อ ทำให้เป็นหนึ่งในเพนกวิน ที่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีมาก อีกทั้งการปรับอาหารนี้ ยังช่วยเพิ่มโอกาสรอด ในปีที่เหยื่อบางชนิด ลดลงอย่างมาก
- Tags: สัตว์


