
เยซู ชัทเทิลส์เวิร์ธ การชู้ตที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ NBA
- Harry P
- 1 views

เยซู ชัทเทิลส์เวิร์ธ เรย์ อัลเลน (Ray Allen) ไม่ได้เป็นแค่ชื่อจากหนัง He Got Game แต่คือภาพแทนของนักบาสที่ “เชื่อในพิธีกรรม ความสม่ำเสมอ และการเตรียมตัว” แม้ต้องแลกด้วยการถูกมองว่าเย็นชา เห็นแก่ตัว หรือไม่ซื่อสัตย์ต่อทีมเก่า บทความนี้จะตั้งคำถามว่า ในโลกของ NBA วันนี้ อัลเลนคือบทเรียน ที่เรายังเข้าใจเขาไม่ครบหรือเปล่า
- เส้นทางของเรย์ อัลเลนจากซูเปอร์สตาร์ สู่ฟันเฟืองแชมป์
- ข้อถกเถียงนอกสนามของอัลเลน ที่ยังถูกพูดถึงจนวันนี้
- ความเป็นมืออาชีพของเรย์ อัลเลนที่บางครั้งทำให้ดูห่างเหิน
ก่อนที่เรย์ อัลเลนจะเป็น “นักบุญแห่งเส้นสามแต้ม”
เรย์ อัลเลนเข้าลีกในปี 1996 จากมหาวิทยาลัย UConn ด้วยภาพของชู้ตติ้งการ์ดที่ครบเครื่อง ทั้งชู้ตระยะกลาง พุ่งเข้าหาห่วง และเล่นเกมเปลี่ยนจังหวะได้เอง ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นแค่ตัวจบ จากเส้นสามแต้มอย่างเดียว ช่วงแรกกับ Milwaukee Bucks เขาคือแกนหลักเกมรุก ตัวทำแต้มอันดับต้นๆ ของลีกในตำแหน่งการ์ด
เขาได้รับเลือกเป็นออลสตาร์หลายครั้ง ชู้ตเฉลี่ยแต้มระดับ 20+ ต่อเกมต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในนักชู้ตสามแต้ม ที่ทั้งปริมาณสูง และประสิทธิภาพดีในยุคนั้น แต่ถ้าดูแค่ตัวเลขจะยังไม่เห็นทั้งหมด สิ่งที่ทำให้เขาต่างออกไปคือ จังหวะเท้ากับฟอร์มการชู้ต ที่ทำซ้ำได้แทบจะเหมือนเดิมทุกครั้ง
เมื่อย้ายมา Seattle SuperSonics อัลเลนเข้าสู่ช่วงที่หลายคนมองว่าเป็น “พีคของซูเปอร์สตาร์” เขาเป็นคนที่สร้างช็อตเอง ดึงฟาวล์เอง อ่านเกมเอง เป็นทั้งสกอร์เรอร์ และผู้นำในสนามในเวลาเดียวกัน ช่วงเวลานี้คือหลักฐานชัดเจนว่า ถ้าเขาอยากเล่นแบบ “ผู้นำทีมคนเดียว” เขาก็ทำได้ไม่แพ้การ์ดระดับท็อปในยุคนั้น (8 กุมภาพันธ์ 2022) [1]
ชื่อเล่นจากหนังสู่ชีวิตจริงของคนที่เชื่อในพิธีกรรม

ชื่อเล่น “เยซูชัทเทิลส์เวิร์ธ” มาจากบทบาทที่เขาแสดงในหนัง He Got Game ของ Spike Lee ที่ให้เรย์ อัลเลนรับบทเป็นดาวรุ่งมัธยมปลาย ที่ทั้งเก่ง และถูกคาดหวังเกินกว่าคนธรรมดาจะรับไหว มันน่าสนใจตรงที่ ชื่อในหนัง กลับกลายมาเป็นนิยามในชีวิตจริงของเขาด้วย เพราะในโลกจริง อัลเลนคือคนที่เชื่อใน “พิธีกรรมส่วนตัว” อย่างสุดทาง
เขามีรูทีนการซ้อมของตัวเอง มีจังหวะการเตรียมตัวก่อนเกมที่ตายตัว การชู้ตก่อนแข่งทุกลูก มีลำดับของมัน ไม่ใช่แค่ซ้อมเยอะ แต่คือซ้อมแบบเดิมให้ได้เหมือนกันทุกวัน มันคือความศรัทธาในคำว่า “ถ้าทำถูกทุกขั้นตอน ช็อตที่ออกมาจะทรยศเราได้น้อยที่สุด” และนี่คือรากฐานของความแม่น ที่คนทั้งลีกยอมรับ (1 พฤษภาคม 2018) [2]
เยซู ชัทเทิลส์เวิร์ธ กับวินัยที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมอึดอัด
ด้านที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้เห็นคือ วินัยแบบไม่ยอมต่อรองของอัลเลน ทำให้บรรยากาศในทีมบางช่วง “ตึง” ได้เหมือนกัน เขาไม่ใช่คนที่ใช้ห้องแต่งตัว เป็นเวทีเล่นตลก หรือคนที่ทำทุกอย่างตามอารมณ์ แต่เป็นคนที่ทำตัวเหมือนเกมเพิ่งเริ่มทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นเกมฤดูกาลปกติ หรือนัดชิง
สำหรับเพื่อนร่วมทีมบางคน นี่คือมาตรฐานมืออาชีพที่น่าชื่นชม แต่สำหรับบางคน มันก็ทำให้รู้สึกว่าเขา “อยู่โลกของตัวเอง” มากไปหน่อย เขาดูเหมือนคนที่เลือกจะคุยกับรูทีนตัวเอง มากกว่าจะคุยกับบรรยากาศในห้องแต่งตัว จนบางคนรู้สึกว่าเขา เว้นระยะห่างโดยไม่ตั้งใจ
ทั้งที่ความจริงแล้ว เขาแค่เชื่อว่าหน้าที่ของตัวเอง คือการเตรียมร่างกาย และจิตใจให้พร้อมที่สุด ในทุกคืนที่ลงสนาม มุมนี้น่าสนใจเพราะมันตั้งคำถามว่า ในทีมหนึ่งทีม เราต้องการคนที่ทำทุกอย่างเป๊ะ เพื่อให้เกมชนะ หรือเราต้องการคนที่ยืดหยุ่น เพื่อให้ทุกคนสบายใจ และในกรณีของอัลเลน เขาเลือกข้างแรกอย่างชัดเจน
จากพระเอกสู่ฟันเฟือง การยอมลดบทบาทในเซลติกส์

เมื่อย้ายมา Boston Celtics ในปี 2007 พร้อมกับการรวมตัวของ Big 3 (พอล เพียร์ซ – เควิน การ์เน็ต – เรย์ อัลเลน) สิ่งแรกที่เขาต้องทำ ไม่ใช่การชู้ตให้เยอะขึ้น แต่คือการ “ชู้ตให้น้อยลง แต่แม่นกว่าเดิม” เขาไม่ได้เป็นตัวถือบอลหลัก ไม่ได้เล่น pick-and-roll เท่าเมื่อก่อน หน้าที่หลักกลายเป็น ตัวเปิดพื้นที่ให้ระบบทีมทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
ในมุมแท็กติก การที่เรย์ อัลเลนวิ่งอ้อมสกรีนวนไปมารอบสนาม ทำให้เกมรุกของเซลติกส์ยากต่อการป้องกันมาก เขาดึงตัวประกบออกไปไกลจากเพนต์ ทำให้เพียร์ซเล่นเกมหนึ่งต่อหนึ่งง่ายขึ้น ทำให้การ์เน็ตมีพื้นที่กลางระยะ และเปิดทางให้การ์ดอย่าง ราจอน รอนโด ใช้จังหวะจ่ายได้เต็มที่
การย้ายไปไมอามี การตัดสินใจที่ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจ
จุดแตกหักที่แฟนบาสพูดถึงกันมากที่สุด คือการที่เรย์ อัลเลนย้ายจากบอสตัน เซลติกส์ ไปไมอามี ฮีทในช่วงซัมเมอร์ปี 2012 ขณะที่ความเป็นคู่แข่งระหว่างสองทีม ยังเดือดจัด และเซลติกส์เอง ก็เพิ่งผ่านยุคไล่ล่าความสำเร็จ ด้วยแกนหลักชุดเดิมมาอย่างหนัก แฟนเซลติกส์บางส่วน มองว่านี่คือการ “หักหลัง” ไปอยู่กับทีมที่เพิ่งเขี่ยตัวเองตกรอบ
ขณะที่เพื่อนร่วมทีมเก่าบางคน ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ แบบไม่ค่อยอ่อนโยนเท่าไหร่ แต่ถ้ามองจากมุมของคนทำงานอาชีพหนึ่ง การเลือกไปอยู่ทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์สูงกว่า อยู่ในระบบที่ใช้ความสามารถตัวเองได้เต็มที่ และรู้สึกว่าตัวเอง ยังมีอะไรให้ทำในเส้นทางนั้น มันก็เป็นการตัดสินใจที่มีเหตุผลมาก
โดยเฉพาะเมื่อมองว่าช่วงปลายยุคเซลติกส์ที่เรย์ อัลเลนเริ่มถูกพูดถึง ในฐานะคนที่อาจหมดช่วงพีคไปแล้วด้วยซ้ำ คำถามจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าเขา “ถูกหรือผิด” แต่อยู่ที่ว่า เราคาดหวังให้มืออาชีพในโลกกีฬา เลือกหัวใจของแฟนๆ หรือเลือกเส้นทางอาชีพของตัวเองกันแน่ (11 กันยายน 2017) [3]
ช็อตที่กลบทุกอย่าง และทำให้เราลืมตัวตนที่แท้จริง
ถ้าเอ่ยชื่อเรย์ อัลเลน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงภาพเดียวแทบจะพร้อมกันคือ ช็อตสามแต้มมุมขวาในเกม 6 รอบชิงชนะเลิศปี 2013 ที่ช่วยยืดลมหายใจให้ไมอามี ฮีท และเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ NBA ไปตลอดกาล แน่นอนว่าช็อตนั้นยิ่งใหญ่ และสำคัญต่อเส้นทางแชมป์ของฮีท อย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ก่อนจะมาเป็นตำนานลูกเดียวคนนั้น ก่อนจะกลายเป็น “มือปืนรับจ้าง” ในสายตาใครหลายคน เขาเคยเป็นซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของทีม เคยเป็นคีย์แมนเกมบุก ที่แบกสกอร์ทั้งเกม และเหนือสิ่งอื่นใด เขาคือภาพแทนของคำว่า “วินัยที่พร้อมจ่ายทุกอย่าง เพื่อความแม่น”
บทสรุป ชื่อเรย์ อัลเลนที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ทุกคนรัก
สุดท้ายแล้ว เยซู ชัทเทิลส์เวิร์ธ “เรย์ อัลเลน” ไม่ได้เป็นนักบาสที่ใครๆ จะรู้สึกผูกพันแบบอบอุ่นเหมือนบางตำนาน เขาไม่ได้เป็นคนที่สร้างโมเมนต์ฮาๆในห้องแต่งตัว ไม่ได้เป็นคนที่พูดคำคมยาวๆหลังกล้องเสมอไป แต่เขาคือคนที่ทำสิ่งเดิมให้ถูกต้อง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเกมเชื่อใจเขาได้ ในวินาทีที่ทุกอย่างเสี่ยงที่สุด
ทำไมเรย์ อัลเลนถึงได้ฉายาว่าเยซู ชัทเทิลส์เวิร์ธ ?
ฉายานี้มาจากบทบาท ที่เขาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง He Got Game ซึ่งเขารับบทเป็นดาวรุ่งมัธยมปลายชื่อ Jesus Shuttlesworth (คำว่า Jesus อ่านเหมือนคำว่า “พระเยซู” ในภาษาไทย) ต่อมาแฟนบาส และสื่อก็นำชื่อนี้มาใช้เรียกเขาในโลกจริง เพราะมันสะท้อนทั้งความนิ่ง ความศรัทธาในเกม และภาพของมือชู้ตที่ “ศักดิ์สิทธิ์”
ก่อนย้ายไปเป็นมือปืนล่าแหวน อัลเลนเป็นนักบาสแบบไหน ?
เขาเคยเป็นซูเปอร์สตาร์ตัวหลักของทีมกับ Milwaukee Bucks และ Seattle SuperSonics ทำแต้มเฉลี่ยระดับ 20+ ต่อเกมหลายฤดูกาล เล่นได้ทั้งเกมบุกทะลุห่วง ชู้ตระยะกลาง และสร้างช็อตเองจากการดึงฟาวล์ และเล่น pick-and-roll เอง ไม่ได้เป็นแค่ “ผู้รอรับบอลแล้วชู้ตสามแต้ม” อย่างเดียวแบบที่หลายคนจดจำ
- Tags: กีฬา


