แก้วสำหรับ เวิฟ คลีโค้ เคล็ดลับการเลือกแก้วแชมเปญ

แก้วสำหรับ เวิฟ คลีโค้

การเลือก แก้วสำหรับ เวิฟ คลีโค้ เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยยกระดับรสชาติและประสบการณ์การดื่ม แก้วแต่ละทรงส่งผลต่อฟอง กลิ่น และรสชาติของแชมเปญอย่างชัดเจน การใช้แก้วที่เหมาะสมจะช่วยให้ Aroma และรสชาติซับซ้อนของ Veuve Clicquot ปรากฏเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงหรูหรา หรือการดื่มเพื่อผ่อนคลายก็ได้รสชาติที่ดีที่สุด

  • แก้วคุณภาพสูงยกระดับรสชาติและความนุ่มของแชมเปญ
  • รูปทรงแก้วมีผลต่อความสวยงามและประสบการณ์การดื่ม
  • แก้วทรง Tulip ช่วยเก็บกลิ่นและคลี่รสชาติเต็มที่

เรื่องราว Madame Clicquot หญิงแห่งวงการแชมเปญ

มาดาม คลิกโกต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ Barbe-Nicole Ponsardin และแกรนด์ดามแห่งชองปาญ คือหญิงม่ายผู้กล้าหาญที่พลิกฟื้นธุรกิจแชมเปญของสามีที่กำลังซบเซาให้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก เป็นที่รู้จักในฐานะ Grande Dame of Champagne ผู้สร้างตำนานและเปิดทางให้ผู้หญิงในวงการธุรกิจ

เธอเกิดเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 1777 ในเมืองแร็งส์ ประเทศฝรั่งเศส เธอเป็นบุตรสาวของบิดาผู้มั่งคั่งคือ Ponce Jean Nicolas Philippe Ponsardin ซึ่งเป็นผู้ผลิตสิ่งทอและนักการเมือง ได้แต่งงานในปี ค.ศ. 1798 ขณะอายุ 21 ปี ต่อมาสามีเสียชีวิตอย่างกะทันหันในปี 1805 เมื่อเธออายุ 27 ปี ทำให้เธอต้องรับผิดชอบกิจการเพียงลำพัง (27 ตุลาคม 2025) [1]

  • ปี 1816 ได้คิดค้นโต๊ะหมุนตะกอน (riddling table) เพื่อช่วยให้ตะกอนในขวดตกตะกอนที่คอขวด ทำให้แชมเปญใสขึ้นและมีรสชาติที่ดีขึ้น
  • ปี1818 สร้างสรรค์แชมเปญ Rosé แบบผสมครั้งแรก โดยการผสมไวน์แดงเข้าไปในไวน์ขาว ทำให้เกิดรสชาติและสีชมพูที่เป็นเอกลักษณ์
  • ปี 1810 สร้างแชมเปญวินเทจ รุ่นแรกที่รู้จักกันในประวัติศาสตร์
    ใช้ฉลากสีเหลืองทอง (Yellow Label) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่โดดเด่นและหรูหรามาจนถึงทุกวันนี้

การเลือกแก้ว สำหรับดื่มแชมเปญ

การเลือกแก้วที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้คุณภาพของแชมเปญเอง เพราะรูปทรงของแก้วส่งผลโดยตรงต่อ กลิ่น, รสชาติ, ฟอง, และ ประสบการณ์การดื่ม โดยรวม หากเลือกแก้วถูกประเภท คุณจะได้สัมผัสมิติของแชมเปญได้อย่างครบถ้วนมากขึ้นอย่างชัดเจน

แก้วแชมเปญแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

1.แก้วแชมเปญทรง Flute ทางเลือกคลาสสิกสำหรับฟองสวยและสดชื่น

แก้วแชมเปญมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วง ปี 1920 โดยมีหลายรูปแบบ เช่น แก้วแชมเปญทรงเรียว ที่เป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลาย แก้วแชมเปญจะมีรูปทรงคล้ายกัน แต่ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปตามจุดประสงค์การใช้งาน

  • แก้วแชมเปญทรงเรียว (Flute): เป็นรูปแบบคลาสสิก มีรูปทรงสูงเรียว ช่วยรักษาความซ่าและกระตุ้นการกระจายตัวของฟองอากาศจากตรงกลางแก้ว ตัวอย่างเช่น Riedel Vinum
  • แก้วแชมเปญทรงทิวลิป (Tulip): เป็นรูปแบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ มีลักษณะเป็นดอกทิวลิป ช่วยรักษาความซ่าของแชมเปญได้ดีกว่า Flute
  • แก้วแชมเปญทรงสี่เหลี่ยม (Square): เป็นรูปทรงสมัยใหม่ ไม่มีก้านแก้ว ทำให้ฟองอากาศกระจายตัวช้าลง

แก้วแชมเปญใช้ เป็นแก้วที่ช่วยให้ผู้ดื่มสัมผัสกลิ่นหอมและ รสชาติ แชมเปญ ได้อย่างชัดเจนที่สุด การจับแก้วที่ก้านแก้วหรือฐานแก้วจะช่วยควบคุมอุณหภูมิของแชมเปญให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมยิ่งขึ้น

2. แก้วแชมเปญทรง Tulip แก้วที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำที่สุด

แก้วมีหลายรูปทรงที่ออกแบบให้เข้ากับแชมเปญ โดยแก้วส่วนใหญ่มีก้านยาวและรูปทรงเรียว แก้วแบบครีม็อง (Crémant) มีส่วนกลางที่กว้างกว่าและส่วนบนที่แคบกว่า รูปทรงของแก้วช่วย กักเก็บกลิ่นหอม รักษาความซ่า และส่งต่อไปยังผู้ดื่ม อีกทั้งยังมี รอยบากที่ขอบแก้ว เพื่อให้ฟองอากาศไม่หยุดนิ่งและแพร่ออกไปได้ง่าย

ควรจับแก้วแชมเปญที่ ส่วนก้านหรือฐานแก้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการถ่ายเทความร้อนจากมือไปยังเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับการถือแก้วไวน์

3.แก้วแชมเปญทรง คูเป้

เป็นแก้วแชมเปญแบบดั้งเดิมที่ออกแบบมาเพื่อเสิร์ฟไวน์ฟองฟู่ที่ชื่นชอบโดยเฉพาะ ได้รับความนิยมในอังกฤษในช่วงต้นศตวรรษที่ 1800 และเป็นหนึ่งในแก้วแชมเปญที่เก่าแก่ที่สุด เป็นแก้วแชมเปญที่มีชามกว้างและตื้น ก้านแก้วสั้นสง่างาม รูปทรงกลมมนเป็นเอกลักษณ์ มีตำนานเล่าว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระทรวงของนางมารี อองตัวแน็ต พระราชินีแห่งฝรั่งเศสผู้ทรงพระเยาว์ในศตวรรษที่ 18

การใช้งาน:

  • รูปทรงที่ก้นตื้นและกว้างช่วยให้คุณมองเห็นฟองอากาศที่ลอยฟุ้งกระจายอย่างสนุกสนานรอบแก้ว
  • แม้ว่าดีไซน์ของคูปจะทำให้ฟองอากาศกระจายตัวได้ง่ายขึ้น แต่รูปนี้ก็ยังได้รับความนิยมช่วยเพิ่มความอลังการให้กับการดื่มของคุณ

ข้อแนะนำในการดื่ม: เมื่อดื่มจากแก้วคูป ควรถือแก้วที่ขอบแก้วหรือที่ก้านแก้วด้านบน ซึ่งจะช่วยให้แชมเปญเย็นตัวลงอย่างเหมาะสม ช่วยเพิ่มรสชาติโดยรวมและความเพลิดเพลินของสปาร์กลิงไวน์ของคุณ

ที่มา: คู่มือการเลือกแก้วแชมเปญประเภทต่างๆ (18 กรกฎาคม 2024) [2]

ความแตกต่าง ของแก้วไวน์แต่ละชนิด

การดื่มไวน์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของไวน์เพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ภาชนะที่ใช้ดื่ม โดยเฉพาะ “แก้วไวน์” ซึ่งถูกออกแบบให้มีรูปทรงหลากหลาย ทั้งกว้าง แคบ สูง เตี้ย ปากกว้าง ปากแคบ หรือโถแก้วที่มีขนาดต่างกัน หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องของความสวยงาม แต่ในความเป็นจริง รูปทรงของแก้วไวน์ส่งผลโดยตรงต่อกลิ่น รสชาติ ฟอง ความนุ่มนวล และประสบการณ์การดื่มโดยรวม

แก้วที่ดีควรมีลักษณะ ต้องใสเพื่อให้เห็นสีของไวน์ได้อย่างชัดเจน ก้านแก้ว (Stem) ต้องสูงเพื่อป้องกันความร้อนจากมือผู้ดื่ม ไม่ให้ความร้อนจากมือไปทำให้ไวน์มีอุณหภูมิสูงขึ้น ตัวแก้ว (Bowl) ส่วนนี้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของไวน์ ขอบแก้ว (Rim) ส่วนนี้จะช่วยให้ไวน์แสดงองค์ประกอบทางรสชาติออกมาต่างกัน
การเลือกแก้วให้เหมาะสมกับไวน์ จะช่วยให้ไวน์แสดงรสชาติที่ดีขึ้น (18 กันยายน 2023) [3]

1. ความแตกต่างของกลิ่น (Aroma) ต้องการพื้นที่ที่ต่างกัน
2. การสัมผัสอากาศ (Aeration) ส่งผลต่อรสชาติ
3. รูปทรงปากแก้วควบคุมการไหลของไวน์
4. การรักษาอุณหภูมิของไวน์แต่ละประเภท
5. ไวน์มีฟองต้องการแก้วที่รักษาคาร์บอนไดออกไซด์
6. แก้วแต่ละแบบช่วยเน้นจุดเด่นของไวน์แต่ละชนิด

การเลือกแก้วแชมเปญ มีผลต่อรสชาติหรือไม่

แก้วสำหรับ เวิฟ คลีโค้

การเลือกแก้วแชมเปญส่งผลต่อรสชาติอย่างชัดเจน เพราะรูปทรงของแก้วมีผลต่อการกักเก็บกลิ่น การพุ่งของฟอง และการรับรสโดยรวม แก้วฟลูตรักษาฟองได้ดีแต่กระจายกลิ่นน้อย ในขณะที่แก้วทิวลิปและแก้วไวน์ขาวช่วยปลดปล่อยอโรมาได้มากกว่า จึงเหมาะกับแชมเปญคุณภาพสูง แก้วที่เลือกสามารถเปลี่ยนทั้งความหอม ความซับซ้อน และความสดชื่นของแชมเปญได้จริง

1. รูปทรงแก้วควบคุมการปล่อยกลิ่น (Aroma)
2. ปากแก้วกำหนดวิธีที่ไวน์ไหลเข้าปาก
3. พื้นที่ภายในแก้วมีผลต่อเนื้อสัมผัส (Texture) และฟอง
4. แชมเปญระดับพรีเมียมรสชาติดีขึ้นในแก้ว “ไวน์ขาว”
5. กลิ่นเท่ากับ ครึ่งหนึ่งของรสชาติ

ทำไม ถึงแนะนำแก้วทรง Tulip มากกว่า Flute?

แนะนำให้ใช้แก้วทรง Tulip แทน Flute เพราะรูปทรง Tulip ช่วยเก็บกลิ่น (Aroma) ของแชมเปญให้เข้มข้นกว่า ทำให้สามารถดมกลิ่นยีสต์, brioche และผลไม้สุกได้ชัดเจนขึ้น

ทั้งทรงโค้งกว้างตรงกลางช่วยให้รสชาติของ Veuve Clicquot ที่มีโครงสร้างจาก Pinot Noir คลี่ออกทั่วลิ้นได้ดีกว่า Flute และยังทำให้ฟองละเอียดสวยค่อยๆ ลอยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับสไตล์ที่เน้นความสมดุลระหว่างความเข้มข้นของรสชาติและกลิ่นหอมซับซ้อนของแบรนด์

แก้วแชมเปญ สำหรับสายถ่ายรูป อะไรเข้ากันที่สุด?

สำหรับสายถ่ายรูป แก้วแชมเปญที่เข้ากับโทนแบรนด์สีเหลืองของ Veuve Clicquot ควรเป็น แก้วทรงใส เรียบหรู และโปร่งแสง เช่น Tulip หรือ Flute แบบบางเฉียบ เพราะจะช่วยให้สีเหลืองของแบรนด์เด่นชัด และสะท้อนแสงสวยเมื่อรินแชมเปญ ฟองแชมเปญจะลอยเป็นเส้นสวย เพิ่มมิติให้ภาพดูมีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ การเลือกแก้วที่มีขาตรงและโค้งเล็กน้อย จะช่วยให้ถ่ายภาพง่าย จัดมุมสวย และเข้ากับธีมสีเหลืองโดยไม่บดบังความหรูหราและความสว่างของ Veuve Clicquot

สรุปแก้วสำหรับ เวิฟ คลีโค้ แบบไหนหอมฟองสวยที่สุด

แก้วสำหรับ เวิฟ คลีโค้ ควรเน้นแก้วทรง Tulip ที่ช่วยเก็บกลิ่นและคลี่รสชาติได้เต็มที่ ขอบแก้วแคบและช่วงกลางโค้งช่วยฟองละเอียดสวย พร้อมเผยรสชาติและกลิ่นซับซ้อนของแบรนด์ได้ชัดเจน สำหรับสายถ่ายรูป แก้วใสเรียบหรูจะช่วยให้โทนสีเหลืองของ Veuve Clicquot เด่นชัดและถ่ายภาพสวยงาม เหมาะทั้งการดื่มและการสร้างบรรยากาศหรูหรา

แก้วสำหรับดื่ม แชมเปญมีกี่แบบ?

แก้วสำหรับดื่มแชมเปญมี 3 แบบหลัก ได้แก่ Flute, Tulip และ Coupe โดย Flute เป็นแก้วสูง ปากแคบ ฟองอยู่ได้นานแต่เก็บกลิ่นได้น้อย Tulip ปากแคบ กลางแก้วโค้ง ช่วยเก็บ Aroma และคลี่รสชาติเต็มที่ เหมาะกับแชมเปญคุณภาพสูง ส่วน Coupe เป็นแก้วกว้างแบน ดีไซน์คลาสสิก ฟองหายเร็วและกลิ่นเบา เหมาะกับงานปาร์ตี้หรือบรรยากาศสนุกสนาน

ทำไมแก้วคุณภาพสูง ถึงช่วยทำให้ อร่อยขึ้น?

แก้วคุณภาพสูงช่วยทำให้รสชาติ อร่อยขึ้นเพราะวัสดุและการออกแบบส่งผลต่อกลิ่น รสชาติ และฟอง แก้วคริสตัลบางใสช่วยให้ฟองละเอียดสวยและคงตัวนานกว่า ขอบแก้วที่เรียบเนียนช่วยให้รสชาติไหลเข้าปากอย่างนุ่มนวล และทรงแก้วที่เหมาะสมช่วยเก็บ อโรมา ของแชมเปญ ทำให้กลิ่นยีสต์ ผลไม้ และโน้ตขนมปังชัดเจนมากขึ้น การใช้แก้วคุณภาพสูงจึงยกระดับประสบการณ์การดื่มทั้งรสชาติและกลิ่น

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง

บทความที่น่าสนใจ