
โนอาห์ The Energizer พลังงานที่ทำให้เกมรับมีชีวิต
- Harry P
- 11 views

โนอาห์ The Energizer โจอาคิม โนอาห์ (Joakim Noah) อาจดูเป็นแค่เซนเตอร์หัวฟู ฟอร์มชู้ตแปลกๆ ที่ไม่ค่อยโผล่มาในไฮไลต์การทำแต้มเท่าไหร่ แต่ถ้าย้อนกลับไปดูยุคเหล็กของ Chicago Bulls จะเห็นชัดเลยว่า ทุกครั้งที่ทีมมีเอกลักษณ์ “ดุ แข็ง แทบไม่ยอมให้ใครทำแต้มง่ายๆ” ชื่อของโนอาห์จะซ้อนทับอยู่กับภาพนั้นเสมอ
- โปรไฟล์ของโจอาคิม โนอาห์คร่าวๆ
- สไตล์การเล่นเด่นๆของโนอาห์
- เหตุการณ์ที่ทำให้โจอาคิม โนอาห์ทั้งถูกชื่นชม และถูกวิจารณ์
จากบ้านที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมสู่ Florida และ Chicago
โจอาคิม โนอาห์เกิดปี 1985 ที่ New York ในครอบครัวที่ไม่ธรรมดา พ่อคือ Yannick Noah แชมป์เทนนิส French Open และไอดอลของฝรั่งเศส แม่คือ Cecilia Rodhe อดีตนางงามสวีเดนที่หันไปเป็นศิลปิน ทำให้ตั้งแต่เด็ก เขาเติบโตท่ามกลางศิลปะ ดนตรี กีฬา และมุมมองโลก ที่หลากหลายกว่าค่าเฉลี่ยของเด็กอเมริกันทั่วไป
เขาใช้ชีวิตส่วนหนึ่งในฝรั่งเศส ได้สัญชาติฝรั่งเศส และสุดท้ายเลือกเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศสในระดับนานาชาติ สิ่งเหล่านี้ซ้อนทับกัน จนทำให้โนอาห์ไม่ได้เป็นนักกีฬา ที่มองโลกแบบ “สนามคือทุกอย่าง” แต่เห็นภาพโลก การเมือง และสังคมชัดกว่าหลายคน ตั้งแต่ยังเล่นไม่จบอาชีพด้วยซ้ำ
ในระดับมหาวิทยาลัย โนอาห์เล่นให้ Florida Gators ภายใต้ Billy Donovan และเป็นแกนของทีมชุดแชมป์ NCAA สองปีติด ตรงนั้นไม่ได้ให้แค่ถ้วยแชมป์ แต่สอนว่าถ้าอยากชนะจริง ทุกคนต้องลดอีโก้ และนั่นคือเมล็ดพันธุ์ของ “The Energizer” ก่อนเข้าสู่ NBA กับ Chicago Bulls ในดราฟต์ปี 2007 ในฐานะดราฟต์อันดับ 9 (30 ธันวาคม 2025) [1]
เมื่อพลังงานกลายเป็นระบบ ยุคเหล็กของบูลส์ภายใต้โนอาห์
ปีแรกๆกับชิคาโก บูลส์อาจยังไม่ชัดว่าโนอาห์ จะโตไปเป็นอะไรในเชิงเกมรุก ฟอร์มชู้ตกลางๆ ฟรีโทรว์ไม่นิ่ง และไม่ได้มีเกมโพสต์ที่สวย แบบเซนเตอร์คลาสสิก แต่สิ่งที่โผล่มาอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกคือ hustle, รีบาวด์ดุดัน, การสื่อสาร และความจริงจังกับทุกเพลย์จนคนดูรู้สึกได้ และเมื่อ Tom Thibodeau เข้ามารับตำแหน่งเฮดโค้ช
โนอาห์ก็เหมือนถูกวางลงในระบบ ที่ถูกสร้างมาเพื่อเขาพอดีๆ บูลส์กลายเป็นทีมที่ตั้งต้นจากฝั่งรับเป็นหลัก และโนอาห์คือสมองกลางของแนวป้องกัน ทั้งคุมการหมุนโซน สั่งสวิตช์ ปิดช่องไดรฟ์ และเป็น “เสียง” ที่ดังที่สุดในฝั่งของตัวเอง ในฤดูกาล 2013-14 คือพีคที่ทุกอย่างประกอบร่างจนชัดเจน
โนอาห์ลงเล่น 80 เกม เฉลี่ยแต้มระดับเลขสองหลัก รีบาวด์เกิน 11 ครั้งต่อเกม แอสซิสต์กว่า 5 ครั้งต่อเกม พร้อมทั้งบล็อก และสตีลในระดับที่เซนเตอร์ไม่ค่อยทำกัน ตัวเลขเหล่านี้ทำให้เขาคว้ารางวัล Defensive Player of the Year, ติด All-NBA First Team และจบซีซันด้วยการเป็นหนึ่งในผู้เล่น ที่มีคะแนนโหวต MVP สูงสุดของลีก
ข้อจำกัด ความเจ็บปวด และช่วงเวลาที่ผิดที่ผิดเวลา
แน่นอนว่าโนอาห์ ไม่ได้เป็นผู้เล่นที่ไร้ข้อจำกัด เกมรุกของเขา ไม่เคยถูกมองว่าเป็นจุดขายอันดับหนึ่ง ฟอร์มชู้ตกลางๆ และฟรีโทรว์ที่ไม่คงที่ทำให้บางช่วงเวลา คู่แข่งกล้าเล่นทิ้งบนเส้นบางจุด และเมื่อเกมเริ่มช้าลง บูลส์ก็ต้องหาคนอื่นมารับหน้าที่จบสกอร์แทน อาการบาดเจ็บของโนอาห์เริ่มรุมเร้า หลังจากผ่านช่วงพีคไปแล้ว
ความเร็วในการเคลื่อนที่ และการสไลด์ข้างในเกมรับเริ่มไม่เหมือนเดิม พื้นที่ที่เขาคุมได้เริ่มแคบลง จากเดิมที่เคยไล่บังวงนอกได้ด้วย กลายเป็นต้องยืนลึกลง เพื่อประคองร่างกาย ช่วงปลายทางในบูลส์ จึงค่อยๆแปรสภาพเป็นการต่อสู้กับตัวเอง มากกว่าการไล่ชนกับคู่แข่ง และการย้ายไป New York Knicks ในปี 2016 ด้วยสัญญาก้อนใหญ่
ในช่วงที่ร่างกายไม่คืนมาในระดับเดิม ปัญหาเรื่องโทษแบน และบริบทของทีม ที่ยังหาทิศทางตัวเองไม่เจอ ทำให้โนอาห์ถูกมองว่า เป็นหนึ่งในสัญญาที่ล้มเหลวของยุคหนึ่ง ทั้งที่ในอีกมุมหนึ่ง นั่นอาจเป็นเคสคลาสสิกของการจ่ายเงิน ให้กับนักกีฬาพลังงานสูง ในจังหวะที่ร่างกายไม่พร้อมรองรับบทบาทเดิมอีกแล้ว (6 ธันวาคม 2017) [2]
จาก Noah’s Arc สู่ Bulls Ambassador

หลังจากเส้นทาง NBA เริ่มชะลอลง โนอาห์หันไปโฟกัสกับ Noah’s Arc Foundation ซึ่งตั้งร่วมกับแม่ โดยใช้กีฬา และศิลปะเป็นสะพานให้เด็กจากชุมชนที่เปราะบาง ได้มีพื้นที่ปลอดภัย มีเสียงของตัวเอง และมีโอกาสสร้างเส้นทางชีวิตที่ต่างไปจากวงจรเดิม กิจกรรมของ Noah’s Arc ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ใน Chicago
แต่เชื่อมไปถึง Yaoundé เมืองของพ่อในแคเมอรูนด้วย เขาใช้ชื่อ และเครือข่ายของตัวเองดึงทรัพยากรเข้ามา ทั้งจากฝั่งกีฬา และศิลปะ เพื่อให้พลังงานที่เคยใช้ในเกมบาส กลายเป็นพลังที่เปลี่ยนชีวิตจริงของคนตัวเล็กๆ ในเมืองที่เขาผูกพัน และต่อมาในปี 2021 บูลส์เชิญโนอาห์กลับมาทำพิธีรีไทร์ ในฐานะบูลส์อย่างเป็นทางการ
พร้อมแต่งตั้งให้เขาเป็น Bulls Ambassador นอกจากนี้โนอาห์ยังเป็นหนึ่งในกลุ่มตำนาน อดีตออลสตาร์ NBA ที่ร่วมลงทุนใน NBA Africa โครงสร้างลีก และโครงการบาสเกตบอลในทวีปแอฟริกา ซึ่งเป็นอีกก้าวที่สะท้อนว่า เขามองเกมนี้เกินกว่าขอบเส้นของสนาม มองมันเป็นเครื่องมือสร้างโอกาสในระดับทวีปได้จริง
ท่าทีต่อโลก และการเลือกยืนข้างตัวเอง
โนอาห์เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ไม่ค่อยเลือกคำพูดให้ “ปลอดภัยที่สุด” เสมอไป เห็นได้จากเหตุการณ์ที่ New York Knicks ไปทำแคมป์ที่ West Point แล้วเขาปฏิเสธการไปร่วมงานเลี้ยงในฐานทัพทหาร เพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางการทำสงคราม แม้จะยืนยันว่าไม่ได้เกลียดทหาร แต่ไม่อยากเฉลิมฉลองระบบที่ส่งเด็กหนุ่มไปเสี่ยงชีวิต
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาถูกชื่นชม และถูกวิจารณ์ในเวลาเดียวกัน แต่ก็สะท้อนบุคลิกที่ค่อนข้างชัดเจนว่า โนอาห์ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ “นักกีฬาอาชีพในระบบธุรกิจ” เขามีชุดความคิดทางสังคม และการเมืองของตัวเอง และพร้อมจะยืนข้างสิ่งที่เชื่อ แม้จะเสี่ยงต่อการถูกเข้าใจผิดก็ตาม (30 กันยายน 2016) [3]
สิ่งที่คนเล่นบาส โค้ช และแฟนกีฬา เรียนรู้ได้จากโนอาห์
สำหรับคนเล่นบาส: โนอาห์คือหลักฐานว่าคุณ ไม่จำเป็นต้องทำแต้มเยอะที่สุด เพื่อจะมีค่าที่สุดให้ทีมได้ เกมรับที่ซื่อสัตย์ พลังงานที่ไม่ตกง่าย การสื่อสารเสียงดัง การยอมทำงานสกปรก และการยกเพดานเพื่อนด้วยการจ่ายบอลให้เล่นง่ายขึ้น ล้วนเป็นทักษะที่สร้างอาชีพให้เขา ในลีกที่เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ด้านสกอร์
สำหรับโค้ช และผู้บริหาร: ทีมของโนอาห์คือบทเรียนเรื่องการสร้างระบบ ที่ให้คุณค่ากับบทบาทแบบนี้อย่างจริงจัง บูลส์ยุค Thibodeau แสดงให้เห็นชัดว่า ถ้าคุณมอบความไว้วางใจและกรอบงานที่ชัดเจนให้ “ตัวกลางเกมรับ + ผู้นำด้านพลังงาน” ผลตอบแทนที่ได้อาจคุมสภาพทั้งวัฒนธรรมการเล่น และมาตรฐานของทีมได้ยาวนานกว่าที่คิด
สำหรับแฟนกีฬา: เรื่องของโนอาห์ชวนให้เรามองนักบาสให้ลึกกว่าบ็อกซ์สกอร์ กับไฮไลต์สั้นๆ บางครั้งคนที่เปลี่ยนบรรยากาศทั้งเกม อาจไม่ใช่คนที่ทำแต้มเยอะที่สุด แต่เป็นคนที่ไม่ยอมปล่อยให้ความเข้มข้นของทีม หล่นหายไปแม้แต่วินาทีเดียว และยังมีแรงเหลือเอาไปใช้กับชุมชน และโลกจริงข้างนอกสนามด้วย
บทสรุป พลังงานที่ไม่เคยดับของโนอาห์
ท้ายที่สุดแล้ว โนอาห์ The Energizer เรื่องราวของโจอาคิม โนอาห์คือคำอธิบายวิธีที่เขาใช้ชีวิตทั้งใน และนอกสนาม พลังงานที่เคยทำให้ United Center เดือดในค่ำคืนเพลย์ออฟ ยังคงถูกส่งต่อไปในรูปแบบของโปรเจกต์ชุมชน เด็กที่ได้โอกาสใหม่ และทวีปที่กำลังสร้างเส้นทางบาสของตัวเอง ขึ้นมาใหม่ทีละก้าว
โนอาห์เคยได้รางวัลอะไรสำคัญบ้างใน NBA ?
ไฮไลต์หลักคือการได้รางวัล Defensive Player of the Year, ติด All-NBA First Team และมีชื่อในทีม All-Defensive หลายครั้ง รวมถึงการเป็น All-Star สองสมัย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าลีกเอง ก็ยอมรับอิมแพ็กของเขาที่เกินกว่าบทบาท “ตัวประกอบสายพลัง” ทั่วไป
หลังเลิกเล่นแล้ว โนอาห์ทำอะไรอยู่ ?
หลังจากเส้นทาง NBA ชะลอลง โนอาห์หันไปโฟกัสกับ Noah’s Arc Foundation ที่ใช้กีฬา และศิลปะช่วยเด็กในชุมชน ทั้งใน Chicago และเมืองของพ่อที่แคเมอรูน พร้อมทั้งทำหน้าที่ Bulls Ambassador และมีส่วนร่วมในโปรเจกต์อย่าง NBA Africa เพื่อผลักดันบาสเกตบอลในทวีปแอฟริกา
- Tags: กีฬา


