
แนะนำ ไม้ชนิดใด นิยมทำเฟอร์นิเจอร์หรู วิธีดูแล
- OTP
- 9 views

ไม้ชนิดใด นิยมทำเฟอร์นิเจอร์หรู เฟอร์นิเจอร์หรูไม่ได้มีคุณค่าเพียงแค่การใช้งาน แต่ยังสะท้อนรสนิยม และความประณีตของเจ้าของบ้าน หนึ่งในปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้เฟอร์นิเจอร์ดูโดดเด่นคือ “ไม้” ซึ่งแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บทความนี้จะพาไปรู้จักไม้ยอดนิยม ที่ถูกเลือกใช้ในการสร้างเฟอร์นิเจอร์หรู พร้อมคุณสมบัติที่ทำให้แตกต่าง
- ความหมายของเฟอร์นิเจอร์หรู
- 5 ไม้ยอดนิยมสำหรับเฟอร์นิเจอร์หรู
- การเลือกไม้ให้เหมาะกับสไตล์บ้าน
- การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้หรู
ความหมายของเฟอร์นิเจอร์หรู
เฟอร์นิเจอร์หรูหมายถึง งานที่ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ดีไซน์ประณีต และมักใช้ไม้แท้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และศิลป์ เหตุผลที่ไม้แท้ยังคงเป็นวัสดุยอดนิยม ก็เพราะความทนทานต่อการใช้งาน และสภาพแวดล้อม ลวดลายและสีที่เป็นธรรมชาติไม่ซ้ำกัน รวมถึงความรู้สึกอบอุ่น และหรูหรา ที่วัสดุสังเคราะห์ไม่สามารถทดแทนได้
หากมองย้อนตามไทม์ไลน์การใช้ไม้ในเฟอร์นิเจอร์หรู เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เริ่มจาก ยุคโบราณ (ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 18) ที่ไม้มะฮอกกานี และไม้สักถูกใช้ในราชสำนัก และบ้านชนชั้นสูง เพื่อแสดงฐานะ และอำนาจ ต่อมาใน ยุคอุตสาหกรรม (คริสต์ศตวรรษที่ 19–20) ไม้โอ๊คและไม้เชอร์รี่เริ่มนิยมในยุโรป และอเมริกา เน้นความแข็งแรง และดีไซน์คลาสสิก
และใน ยุคปัจจุบัน (คริสต์ศตวรรษที่ 21) มีการผสมผสานไม้แท้กับวัสดุสมัยใหม่ เช่น โลหะและกระจก พร้อมกระแสการใช้ไม้จากแหล่งยั่งยืน (Sustainable Wood) เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดรักษ์โลก และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
5 ไม้ยอดนิยมสำหรับเฟอร์นิเจอร์หรู
- ไม้สัก (Teak Wood) – ทนทานต่อปลวก แมลงและความชื้นสูง ลายไม้สีทองสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ บ้านจะดูภูมิฐาน และมีความคลาสสิคอายุการใช้งานยาวนาน เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ทั้งใน และนอกบ้าน (29 ตุลาคม 2025) [1]
- ไม้โอ๊ค (Oak Wood) – แข็งแรง หนักแน่น รองรับน้ำหนักได้ดี ลายไม้ชัดเจน มีทั้งสีขาวและสีแดง ให้ความรู้สึกคลาสสิก และโมเดิร์น นิยมใช้ในเฟอร์นิเจอร์สไตล์ยุโรป และงานหรูหรา ที่ต้องการความมั่นคง (27 พฤษภาคม 2025) [2]
- ไม้เมเปิ้ล (Maple Wood) – เนื้อไม้ละเอียด สีอ่อน ดูเรียบง่าย เหมาะกับงานออกแบบสมัยใหม่ และโมเดิร์น สามารถขัดเงาได้เรียบเนียน ให้ผิวสัมผัสหรูหรา
- ไม้มะฮอกกานี (Mahogany Wood) – โทนสีแดงเข้ม สะท้อนความหรูหราแบบคลาสสิก เนื้อไม้แข็งแรงและทนทาน เป็นที่นิยมในเฟอร์นิเจอร์โบราณ และงานแกะสลัก
- ไม้เชอร์รี่ (Cherry Wood) – โทนสีอบอุ่น ลายไม้สวยงามเป็นธรรมชาติ เมื่อใช้งานไป สีจะเข้มขึ้น เพิ่มเสน่ห์เฉพาะตัว เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการบรรยากาศหรูหรา และนุ่มนวล
คุณสมบัติที่ทำให้ไม้เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์หรู
- ความทนทานต่อปลวกและความชื้น: ไม้สักมีน้ำมันธรรมชาติในเนื้อไม้ ที่ช่วยป้องกันแมลง และความชื้น ทำให้มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 30–50 ปี โดยแทบไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก
- ลวดลายและสีที่เป็นเอกลักษณ์: ไม้ที่มีลวดลายสวยที่สุด คือแบบไหน ตัวอย่างเช่น ไม้โอ๊คมีลายไม้ชัดเจน และเป็นธรรมชาติ นิยมใช้ในยุโรปและอเมริกา โดยเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊ค สามารถคงความสวยงามได้มากกว่า 20 ปี แม้ใช้งานหนัก
- ความหายาก และมูลค่าทางเศรษฐกิจ: เช่นไม้มะค่าและไม้ประดู่ เป็นไม้เนื้อแข็งที่มีความแข็งแรงสูงมาก สามารถรับน้ำหนักได้มากกว่า 500–700 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จึงมักถูกใช้ทำโต๊ะไม้แผ่นเดียว หรือเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ ที่ต้องการความหรูหรา และแข็งแกร่ง
การเลือกไม้ให้เหมาะกับสไตล์บ้าน
บ้านสไตล์คลาสสิก
- เหมาะกับไม้โทนสีเข้ม เช่น ไม้มะฮอกกานี, ไม้โอ๊ค
- ให้บรรยากาศหรูหรา หนักแน่น และมีความสง่างาม
- เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ ที่ต้องการความคลาสสิก และภาพลักษณ์ระดับสูง
บ้านสไตล์โมเดิร์น
- เหมาะกับไม้สีอ่อน เช่น ไม้เมเปิ้ล, ไม้เชอร์รี่
- ให้ความรู้สึกเรียบง่าย ร่วมสมัย และอบอุ่น
- เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ ที่เน้นความเรียบหรู และดีไซน์ร่วมสมัย
เทรนด์การออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้หรูยุคใหม่
การผสมผสานไม้แท้กับวัสดุอื่น
- เฟอร์นิเจอร์หรูยุคใหม่ มักใช้การออกแบบ ที่ผสมผสานไม้แท้กับวัสดุสมัยใหม่ เช่น โลหะ กระจก หรือหินอ่อน
- แนวทางนี้ช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความอบอุ่นของไม้ และความทันสมัยของวัสดุอื่น
- ตัวอย่างเช่น โต๊ะไม้โอ๊คที่มีโครงเหล็ก หรือชั้นวางไม้เมเปิ้ลที่ตกแต่งด้วยกระจกใส
การใช้ไม้ที่มาจากแหล่งยั่งยืน (Sustainable Wood)
- ผู้บริโภคยุคใหม่ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ
- เฟอร์นิเจอร์หรู จึงนิยมใช้ไม้ที่ได้รับการรับรองจากองค์กร เช่น FSC (Forest Stewardship Council)
- ปัจจุบันตลาดเฟอร์นิเจอร์ ที่ใช้ไม้จากแหล่งยั่งยืนเติบโตเฉลี่ย 7–8% ต่อปีทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในกลุ่มผู้บริโภคระดับพรีเมียม
การดูแลรักษาเฟอร์นิเจอร์ไม้หรู

- เช็ดทำความสะอาดสม่ำเสมอ: ใช้ผ้าแห้งหรือผ้าไมโครไฟเบอร์ ไม่ควรใช้ผ้าเปียกมากเกินไป
- หลังจากทำความสะอาดแล้ว ควรรักษาความเงางามของผิวไม้ด้วยการ ทาแว็กซ์ให้ทั่ว โดยใช้แปรงหรือผ้าสะอาดถูให้สม่ำเสมอ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 30–60 นาที แล้วเช็ดเบา ๆ อีกครั้ง เฟอร์นิเจอร์จะคงความสวยและเงางามได้นานหลายเดือน (23 เมษายน 2020) [3]
- หลีกเลี่ยงความชื้นและน้ำขัง: ไม้แท้ทนทานกว่าไม้อัด/MDF แต่ควรป้องกันไม่ให้สัมผัสน้ำโดยตรง เพราะอาจทำให้บวมและเสื่อมสภาพเร็ว
- เคลือบผิวไม้เป็นระยะ: ใช้น้ำยาเคลือบเงา หรือแว็กซ์เพื่อป้องกันรอย และเพิ่มความเงางาม
- หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนจัด: ป้องกันการซีดจางหรือการหด–ขยายตัวของเนื้อไม้
- ตรวจสอบและป้องกันปลวก/มอด: ไม้สักมีน้ำมันธรรมชาติช่วยป้องกัน แต่ไม้ชนิดอื่นควรใช้สารเคมีเสริม
สรุป ไม้ชนิดใด นิยมทำเฟอร์นิเจอร์หรู มีคุณสมบัติเด่นครบ
สรุป ไม้ชนิดใด นิยมทำเฟอร์นิเจอร์หรู นิยมใช้ไม้แท้ เช่น ไม้สัก, ไม้โอ๊ค, ไม้เมเปิ้ล, ไม้มะฮอกกานี และไม้เชอร์รี่ ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นทั้งความทนทาน และลวดลายเฉพาะตัว แนวโน้มยุคใหม่เน้นการผสมผสานไม้กับวัสดุอื่น และเลือกใช้ไม้จากแหล่งยั่งยืน เพื่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม การดูแลรักษาที่ถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเฟอร์นิเจอร์ไปได้อีกนาน
ทำไมไม้สักถึงได้รับความนิยมสูงในการทำเฟอร์นิเจอร์หรู?
เพราะมีน้ำมันธรรมชาติในเนื้อไม้ ที่ช่วยป้องกันปลวก และความชื้น ทำให้ทนทานและอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี นอกจากนี้ยังมีลวดลาย และสีทองสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ สร้างภาพลักษณ์หรูหรา และสง่างาม จึงเป็นไม้ที่ทั้งสวยงาม แข็งแรง และคุ้มค่าต่อการลงทุน ในตลาดเฟอร์นิเจอร์ระดับพรีเมียม
เฟอร์นิเจอร์ไม้แท้กับไม้ประกอบ (MDF/ไม้อัด) ต่างกันอย่างไร?
- เฟอร์นิเจอร์ไม้แท้มีราคาสูงกว่า แต่ให้ความทนทาน และอายุการใช้งานยาวนานหลายสิบปี เหมาะกับการลงทุนในระยะยาว
- ส่วนไม้ประกอบ (MDF/ไม้อัด) มีราคาถูกกว่าและน้ำหนักเบา แต่ไม่ทนชื้นและเสื่อมสภาพเร็วกว่า
- ดังนั้นไม้แท้จึงเหมาะกับงานหรู และใช้งานหนัก ขณะที่ไม้ประกอบเหมาะกับงานตกแต่งภายใน ที่ต้องการประหยัดงบประมาณ
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


