
ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง ที่นิยมใช้
- OTP
- 7 views

ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง ไม้ไม่ใช่เพียงวัสดุจากธรรมชาติ แต่ยังเป็นองค์ประกอบ ที่เพิ่มเสน่ห์และเอกลักษณ์ ให้กับงานเครื่องประดับ ด้วยลวดลาย สีสัน และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น Ebony, Rosewood, ไม้สัก เป็นต้น บทความนี้จะพาไปรู้จักไม้หลากหลายชนิด ที่นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ พร้อมคุณสมบัติ และความหมายที่น่าสนใจ
- ประเภทไม้ที่นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ
- ไม้เนื้อแข็งหายาก ไม้ต่างประเทศและไม้พื้นบ้านประยุกต์
- ความนิยมของเครื่องประดับไม้ ตัวอย่างงานเครื่องประดับไม้
- การดูแลรักษาเครื่องประดับไม้
ประเภทไม้ที่นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ
ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ที่ให้ความอบอุ่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายและสีสันของไม้แต่ละชนิด ช่วยสร้างเสน่ห์ที่แตกต่างจากวัสดุอื่น เป็นวัสดุที่เบา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะกับงานแฟชั่นเชิงยั่งยืน ความแตกต่างจากวัสดุอื่น เช่น โลหะหรือหิน
- โลหะให้ความแข็งแรงและความหรูหรา แต่ขาดความอบอุ่นแบบไม้
- หินมีความทนทาน และสีสันเฉพาะ แต่มีน้ำหนักมากกว่า
- ไม้จึงโดดเด่นด้วยความเบา ความเป็นธรรมชาติ และการปรับแต่งที่ง่ายกว่า
โดยประเภทของไม้ที่นิยมในงานเครื่องประดับ ก็จะมีประเภทไม้เนื้อแข็งหายาก ไม้ต่างประเทศและไม้พื้นบ้านประยุกต์ดังต่อไปนี้
ไม้เนื้อแข็งหายากและไม้ต่างประเทศ
ไม้เนื้อแข็งหายากและไม้ต่างประเทศ ซึ่งมีความแข็งแรง ลวดลายสวยงาม และบางชนิดมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ที่ทำให้มีคุณค่าทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสูง เป็นไม้ที่นิยมในงานคราฟต์ และเครื่องประดับหรูหรา เนื่องจากมีสีเข้ม ลวดลายเด่น และบางชนิดมีกลิ่นหอม ที่ใช้ทั้งในงานศิลป์และน้ำหอม เช่น
- Agarwood (ไม้กฤษณา) มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เกิดจากการติดเชื้อราที่ต้น Aquilaria ใช้ทำเครื่องหอม เครื่องประดับเชิงพิธีกรรม
- Ebony (ไม้มะเกลือ) สีดำสนิท เนื้อละเอียด ให้ความเรียบโก้ดูโมเดิร์น ใช้ทำเครื่องดนตรี แหวน กำไล สร้อยคอ
- ไม้พะยูง มีลวดลายและสีสันสวยงาม (น้ำตาลเข้มถึงแดงอมม่วง) เหมาะกับงานที่ต้องการความหรูหรา และลวดลายธรรมชาติ ใช้ทำแหวน กำไล สร้อยคอ แข็งแรง ใช้งานได้ทนทาน นอกจากจะเป็นไม้มงคลแล้วยังเชื่อกันว่า การสวมใส่กำไลไม้พะยูง เปรียบเสมือนการให้กำไรชีวิตกับผู้สวมใส่ (5 มีนาคม 2024) [1]
- Rosewood สีสวย มีคุณภาพเสียงดี ใช้ในกีตาร์ เครื่องดนตรี และงานตกแต่ง
- Sandalwood (ไม้จันทน์) มีกลิ่นหอม ใช้ในพิธีกรรม เครื่องหอม เครื่องประดับ
คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม ไม้พันธุ์ใด แข็งแรงที่สุด
ไม้พื้นบ้านประยุกต์
ไม้พื้นบ้านประยุกต์ ซึ่งหาได้ง่ายในภูมิภาคเอเชีย มีความเบาและทนทาน นิยมใช้ในงานเครื่องประดับเชิงแฟชั่น และงานคราฟต์ร่วมสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่น ไม้ไผ่, ไม้สัก
- Teak (ไม้สัก) มีคุณสมบัติเป็นไม้ที่แข็งแรง ไม่ขึ้นรา ไม่มีมอดแมลงมาทำลาย (26 กุมภาพันธ์ 2024) [2] ทนทาน มีน้ำมันธรรมชาติ กำไล สร้อยคอ งานแกะสลัก ใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัย, เครื่องประดับเชิงคราฟต์, เฟอร์นิเจอร์
- ไม้ไผ่ เบา ทนทาน หาได้ง่าย ราคาย่อมเยา ใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัย, เครื่องประดับเชิงคราฟต์, เฟอร์นิเจอร์
ความนิยมของเครื่องประดับไม้
ยุคดั้งเดิม (โบราณ–ศตวรรษที่ 19)
- ใช้ไม้พื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ไม้สัก ในงานพิธีกรรมและเครื่องประดับเชิงวัฒนธรรม
- ไม้หอมอย่างกฤษณาและจันทน์ ถูกนำมาใช้ทั้งในเครื่องหอมและเครื่องประดับ
ยุคสากล (ศตวรรษที่ 20)
- ไม้ต่างประเทศ เช่น Ebony, Rosewood, Sandalwood เริ่มนิยมในตลาดโลก
- ใช้ในงานคราฟต์หรูหรา เครื่องดนตรี และเครื่องประดับที่เน้นความหรูและเอกลักษณ์
ยุคร่วมสมัย (ศตวรรษที่ 21–ปัจจุบัน)
- การออกแบบผสมวัสดุ (ไม้ + โลหะ/เรซิน/หิน) ได้รับความนิยม
- เครื่องประดับไม้ถูกนำมาประยุกต์ในแฟชั่นร่วมสมัย เน้นความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ไม้พื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ไม้สัก ถูกนำมาใช้ในงานดีไซน์เชิงแฟชั่น และงานคราฟต์ที่เข้าถึงง่าย
ตัวอย่างงานเครื่องประดับไม้

- แหวนไม้
- ใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะฮอกกานี, ไม้สัก, หรือไม้หายากอย่างโคโคโบโล
- ดีไซน์เรียบง่าย หรือแกะสลักลวดลายดอกไม้/เรขาคณิต
- เคลือบเรซินใสเพื่อเพิ่มความทนทานและความเงางาม
- สร้อยคอและกำไลไม้
- ลูกปัดไม้กลมเรียงต่อกันเป็นเส้นยาว
- กำไลไม้แกะสลักเป็นชิ้นเดียว หรือแบบเปิดปรับขนาดได้
- ผสมสีไม้ต่างชนิดในชิ้นเดียวเพื่อเพิ่มความโดดเด่น
- เครื่องประดับผสมวัสดุอื่น (ไม้ + โลหะ/เรซิน/หิน)
- ไม้ + โลหะ: ตัวเรือนแหวนทำจากเงินหรือทองแดง ฝังไม้เป็นแผ่นบาง
- ไม้ + เรซิน: ผสมเศษไม้กับเรซินใสหรือเรซินสี เกิดลวดลายคล้ายอัญมณี
- ไม้ + หินธรรมชาติ: ฝังหินกึ่งมีค่า เช่น เทอร์ควอยซ์, อเมทิสต์ ลงบนฐานไม้
การดูแลรักษาเครื่องประดับไม้
วิธีทำความสะอาด
- ใช้ ผ้านุ่มหรือแปรงขนนุ่ม ปัดฝุ่นเป็นประจำ
- หากมีคราบสกปรก ใช้ ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดเบา ๆ
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไปหรือสารเคมีแรง ๆ เช่น แอลกอฮอล์หรือแอมโมเนีย เพราะอาจทำให้ผิวไม้เสียหาย
การเก็บรักษาให้คงทน
- เก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเท ไม่ชื้นจนเกินไป
- หลีกเลี่ยงการวางในที่โดนแสงแดดจัด เพราะอาจทำให้ไม้ซีดหรือแตกร้าว
- หากเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็ก ควรเก็บในกล่องบุผ้านุ่มเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน (26 กุมภาพันธ์ 2026) [3]
การเคลือบหรือขัดเงาเพื่อยืดอายุ
- เคลือบด้วย น้ำมันไม้ธรรมชาติ เช่น น้ำมันลินสีด หรือน้ำมันมะกอก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันการแตกร้าว
- ใช้ แว็กซ์ไม้หรือเรซินใส เคลือบผิวเพื่อเพิ่มความเงางามและกันน้ำ
- ขัดเงาเป็นระยะด้วยผ้านุ่ม เพื่อรักษาความสวยงามของเนื้อไม้
สรุป ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง มีคุณค่าโดดเด่น
สรุป ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง มีการใช้ทั้ง ไม้เนื้อแข็งหายาก เช่น กฤษณา พะยูง ที่แข็งแรงและมีคุณค่าทางวัฒนธรรมสูง รวมถึงไม้ต่างประเทศอย่าง Ebony, Rosewood ซึ่งโดดเด่นด้วยสีเข้ม ลวดลายสวย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และไม้พื้นบ้านประยุกต์ เช่น ไม้ไผ่และไม้สัก ก็ถูกนำมาใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัยที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืน
เก็บรักษาเครื่องประดับไม้ที่ไหนดีที่สุด?
การเก็บรักษาเครื่องประดับไม้ที่ดีที่สุดคือ เก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเท เพื่อป้องกันความชื้นที่ทำให้ไม้บวม และแตกง่าย ควรหลีกเลี่ยงการวางในที่โดนแสงแดดจัด เพราะอาจทำให้สีซีดหรือแตกร้าว และหากเป็นชิ้นเล็กควรเก็บในกล่องบุผ้านุ่ม เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน และคงความสวยงามของเนื้อไม้
การผสมไม้กับโลหะหรือเรซินมีข้อดีอย่างไร?
การผสมไม้กับโลหะ หรือเรซินมีข้อดีตรงที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความทนทานให้กับเครื่องประดับไม้ พร้อมทั้งสร้างความโดดเด่นด้านดีไซน์ ด้วยการตัดกันของเนื้อไม้กับวัสดุที่เงางาม หรือโปร่งใส อีกทั้งยังทำให้ชิ้นงานดูร่วมสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับทั้งงานแฟชั่น และงานหรูหราที่ต้องการความแตกต่างค่ะ
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


