ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง ที่นิยมใช้

ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง

ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง ไม้ไม่ใช่เพียงวัสดุจากธรรมชาติ แต่ยังเป็นองค์ประกอบ ที่เพิ่มเสน่ห์และเอกลักษณ์ ให้กับงานเครื่องประดับ ด้วยลวดลาย สีสัน และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เช่น Ebony, Rosewood, ไม้สัก เป็นต้น บทความนี้จะพาไปรู้จักไม้หลากหลายชนิด ที่นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ พร้อมคุณสมบัติ และความหมายที่น่าสนใจ

  • ประเภทไม้ที่นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ
  • ไม้เนื้อแข็งหายาก ไม้ต่างประเทศและไม้พื้นบ้านประยุกต์
  • ความนิยมของเครื่องประดับไม้ ตัวอย่างงานเครื่องประดับไม้
  • การดูแลรักษาเครื่องประดับไม้

 ประเภทไม้ที่นิยมใช้ในงานเครื่องประดับ

ไม้เป็นวัสดุธรรมชาติ ที่ให้ความอบอุ่นและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ลวดลายและสีสันของไม้แต่ละชนิด ช่วยสร้างเสน่ห์ที่แตกต่างจากวัสดุอื่น เป็นวัสดุที่เบา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะกับงานแฟชั่นเชิงยั่งยืน ความแตกต่างจากวัสดุอื่น เช่น โลหะหรือหิน

  • โลหะให้ความแข็งแรงและความหรูหรา แต่ขาดความอบอุ่นแบบไม้
  • หินมีความทนทาน และสีสันเฉพาะ แต่มีน้ำหนักมากกว่า
  • ไม้จึงโดดเด่นด้วยความเบา ความเป็นธรรมชาติ และการปรับแต่งที่ง่ายกว่า

โดยประเภทของไม้ที่นิยมในงานเครื่องประดับ ก็จะมีประเภทไม้เนื้อแข็งหายาก ไม้ต่างประเทศและไม้พื้นบ้านประยุกต์ดังต่อไปนี้

ไม้เนื้อแข็งหายากและไม้ต่างประเทศ

ไม้เนื้อแข็งหายากและไม้ต่างประเทศ ซึ่งมีความแข็งแรง ลวดลายสวยงาม และบางชนิดมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ที่ทำให้มีคุณค่าทางวัฒนธรรม และเศรษฐกิจสูง เป็นไม้ที่นิยมในงานคราฟต์ และเครื่องประดับหรูหรา เนื่องจากมีสีเข้ม ลวดลายเด่น และบางชนิดมีกลิ่นหอม ที่ใช้ทั้งในงานศิลป์และน้ำหอม เช่น

  • Agarwood (ไม้กฤษณา) มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เกิดจากการติดเชื้อราที่ต้น Aquilaria ใช้ทำเครื่องหอม เครื่องประดับเชิงพิธีกรรม
  • Ebony (ไม้มะเกลือ) สีดำสนิท เนื้อละเอียด ให้ความเรียบโก้ดูโมเดิร์น ใช้ทำเครื่องดนตรี แหวน กำไล สร้อยคอ
  • ไม้พะยูง มีลวดลายและสีสันสวยงาม (น้ำตาลเข้มถึงแดงอมม่วง) เหมาะกับงานที่ต้องการความหรูหรา และลวดลายธรรมชาติ ใช้ทำแหวน กำไล สร้อยคอ แข็งแรง ใช้งานได้ทนทาน นอกจากจะเป็นไม้มงคลแล้วยังเชื่อกันว่า การสวมใส่กำไลไม้พะยูง เปรียบเสมือนการให้กำไรชีวิตกับผู้สวมใส่ (5 มีนาคม 2024) [1]
  • Rosewood สีสวย มีคุณภาพเสียงดี ใช้ในกีตาร์ เครื่องดนตรี และงานตกแต่ง
  • Sandalwood (ไม้จันทน์) มีกลิ่นหอม ใช้ในพิธีกรรม เครื่องหอม เครื่องประดับ

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม ไม้พันธุ์ใด แข็งแรงที่สุด

ไม้พื้นบ้านประยุกต์

ไม้พื้นบ้านประยุกต์ ซึ่งหาได้ง่ายในภูมิภาคเอเชีย มีความเบาและทนทาน นิยมใช้ในงานเครื่องประดับเชิงแฟชั่น และงานคราฟต์ร่วมสมัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเช่น ไม้ไผ่, ไม้สัก

  • Teak (ไม้สัก) มีคุณสมบัติเป็นไม้ที่แข็งแรง ไม่ขึ้นรา ไม่มีมอดแมลงมาทำลาย (26 กุมภาพันธ์ 2024) [2] ทนทาน มีน้ำมันธรรมชาติ กำไล สร้อยคอ งานแกะสลัก ใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัย, เครื่องประดับเชิงคราฟต์, เฟอร์นิเจอร์
  • ไม้ไผ่ เบา ทนทาน หาได้ง่าย ราคาย่อมเยา ใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัย, เครื่องประดับเชิงคราฟต์, เฟอร์นิเจอร์

ความนิยมของเครื่องประดับไม้

ยุคดั้งเดิม (โบราณ–ศตวรรษที่ 19)

  • ใช้ไม้พื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ไม้สัก ในงานพิธีกรรมและเครื่องประดับเชิงวัฒนธรรม
  • ไม้หอมอย่างกฤษณาและจันทน์ ถูกนำมาใช้ทั้งในเครื่องหอมและเครื่องประดับ

ยุคสากล (ศตวรรษที่ 20)

  • ไม้ต่างประเทศ เช่น Ebony, Rosewood, Sandalwood เริ่มนิยมในตลาดโลก
  • ใช้ในงานคราฟต์หรูหรา เครื่องดนตรี และเครื่องประดับที่เน้นความหรูและเอกลักษณ์

ยุคร่วมสมัย (ศตวรรษที่ 21–ปัจจุบัน)

  • การออกแบบผสมวัสดุ (ไม้ + โลหะ/เรซิน/หิน) ได้รับความนิยม
  • เครื่องประดับไม้ถูกนำมาประยุกต์ในแฟชั่นร่วมสมัย เน้นความยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ไม้พื้นบ้าน เช่น ไม้ไผ่ ไม้สัก ถูกนำมาใช้ในงานดีไซน์เชิงแฟชั่น และงานคราฟต์ที่เข้าถึงง่าย

ตัวอย่างงานเครื่องประดับไม้

ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง
  • แหวนไม้
    • ใช้ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะฮอกกานี, ไม้สัก, หรือไม้หายากอย่างโคโคโบโล
    • ดีไซน์เรียบง่าย หรือแกะสลักลวดลายดอกไม้/เรขาคณิต
    • เคลือบเรซินใสเพื่อเพิ่มความทนทานและความเงางาม
  • สร้อยคอและกำไลไม้
    • ลูกปัดไม้กลมเรียงต่อกันเป็นเส้นยาว
    • กำไลไม้แกะสลักเป็นชิ้นเดียว หรือแบบเปิดปรับขนาดได้
    • ผสมสีไม้ต่างชนิดในชิ้นเดียวเพื่อเพิ่มความโดดเด่น
  • เครื่องประดับผสมวัสดุอื่น (ไม้ + โลหะ/เรซิน/หิน)
    • ไม้ + โลหะ: ตัวเรือนแหวนทำจากเงินหรือทองแดง ฝังไม้เป็นแผ่นบาง
    • ไม้ + เรซิน: ผสมเศษไม้กับเรซินใสหรือเรซินสี เกิดลวดลายคล้ายอัญมณี
    • ไม้ + หินธรรมชาติ: ฝังหินกึ่งมีค่า เช่น เทอร์ควอยซ์, อเมทิสต์ ลงบนฐานไม้

การดูแลรักษาเครื่องประดับไม้

วิธีทำความสะอาด

  • ใช้ ผ้านุ่มหรือแปรงขนนุ่ม ปัดฝุ่นเป็นประจำ
  • หากมีคราบสกปรก ใช้ ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดเบา ๆ
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมากเกินไปหรือสารเคมีแรง ๆ เช่น แอลกอฮอล์หรือแอมโมเนีย เพราะอาจทำให้ผิวไม้เสียหาย

 การเก็บรักษาให้คงทน

  • เก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเท ไม่ชื้นจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการวางในที่โดนแสงแดดจัด เพราะอาจทำให้ไม้ซีดหรือแตกร้าว
  • หากเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็ก ควรเก็บในกล่องบุผ้านุ่มเพื่อป้องกันรอยขีดข่วน (26 กุมภาพันธ์ 2026) [3]

 การเคลือบหรือขัดเงาเพื่อยืดอายุ

  • เคลือบด้วย น้ำมันไม้ธรรมชาติ เช่น น้ำมันลินสีด หรือน้ำมันมะกอก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและป้องกันการแตกร้าว
  • ใช้ แว็กซ์ไม้หรือเรซินใส เคลือบผิวเพื่อเพิ่มความเงางามและกันน้ำ
  • ขัดเงาเป็นระยะด้วยผ้านุ่ม เพื่อรักษาความสวยงามของเนื้อไม้

สรุป ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง มีคุณค่าโดดเด่น

สรุป ไม้ที่ใช้ในงานเครื่องประดับ มีอะไรบ้าง มีการใช้ทั้ง ไม้เนื้อแข็งหายาก เช่น กฤษณา พะยูง ที่แข็งแรงและมีคุณค่าทางวัฒนธรรมสูง รวมถึงไม้ต่างประเทศอย่าง Ebony, Rosewood ซึ่งโดดเด่นด้วยสีเข้ม ลวดลายสวย มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และไม้พื้นบ้านประยุกต์ เช่น ไม้ไผ่และไม้สัก ก็ถูกนำมาใช้ในงานแฟชั่นร่วมสมัยที่เข้าถึงง่ายและยั่งยืน

เก็บรักษาเครื่องประดับไม้ที่ไหนดีที่สุด?

การเก็บรักษาเครื่องประดับไม้ที่ดีที่สุดคือ เก็บในที่แห้งและอากาศถ่ายเท เพื่อป้องกันความชื้นที่ทำให้ไม้บวม และแตกง่าย ควรหลีกเลี่ยงการวางในที่โดนแสงแดดจัด เพราะอาจทำให้สีซีดหรือแตกร้าว และหากเป็นชิ้นเล็กควรเก็บในกล่องบุผ้านุ่ม เพื่อป้องกันรอยขีดข่วน และคงความสวยงามของเนื้อไม้

การผสมไม้กับโลหะหรือเรซินมีข้อดีอย่างไร?

การผสมไม้กับโลหะ หรือเรซินมีข้อดีตรงที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรง และความทนทานให้กับเครื่องประดับไม้ พร้อมทั้งสร้างความโดดเด่นด้านดีไซน์ ด้วยการตัดกันของเนื้อไม้กับวัสดุที่เงางาม หรือโปร่งใส อีกทั้งยังทำให้ชิ้นงานดูร่วมสมัย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เหมาะกับทั้งงานแฟชั่น และงานหรูหราที่ต้องการความแตกต่างค่ะ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน
Picture of OTP
OTP

แหล่งอ้างอิง