
ไม้พันธุ์ใด แข็งแรงที่สุด ในไทย
- OTP
- 0 views

ไม้พันธุ์ใด แข็งแรงที่สุด ในบรรดาไม้ไทยทั่วไป ไม้เต็ง, ไม้รัง และไม้มะค่าโมง จัดว่าแข็งและรับน้ำหนักได้สูงมาก แต่ละพันธุ์ไม้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน ทั้งความแข็ง ความเหนียว และความทนทานต่อสภาพแวดล้อม คำถามที่น่าสนใจคือ ไม้พันธุ์ใดกันแน่ที่แข็งแรงที่สุด และถูกเลือกใช้ในงานสำคัญที่สุดของมนุษย์
- เกณฑ์การวัดความแข็งแรงของไม้
- คุณสมบัติของ ไม้เต็ง, ไม้รัง, ไม้แดง, ไม้ประดู่ และไม้มะค่าโมง
เกณฑ์การวัดความแข็งแรงของไม้
- ค่า Janka Hardness Test (การทดสอบความแข็ง): ใช้ทดสอบแรงกด ที่ทำให้ลูกเหล็กฝังครึ่งหนึ่งในเนื้อไม้ เป็นมาตรฐานสากลที่นิยมใช้
- ความทนทานต่อแรงดัดและแรงกด: วัดความสามารถของไม้ ในการรับแรงโครงสร้าง เช่น เสา คาน หรือพื้น
- ความทนทานต่อปลวก ความชื้น และสภาพอากาศ ประเมินความคงทนของไม้ เมื่อใช้งานจริงในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ
เกณฑ์การวัด ไม้พันธุ์ใดแข็งแรงที่สุดในไทย ดูได้ตามหลักการเดียวกันกับ ไม้พันธุ์ใด ที่เบาที่สุด
ไม้เต็ง (Shorea obtusa)
เป็นไม้เด่นของ “ป่าเต็งรัง” สะท้อนภูมินิเวศแห้งแล้ง และความทนทานของชุมชนชนบท ช่วงก่อนทศวรรษ 1980 ใช้แพร่หลายในงานโครงสร้างชนบท ก่อนการจำกัดสัมปทานป่าไม้ ไม้เต็งมีความหนาแน่น: ~900–1,100 กก./ลบ.ม. (ไม้แห้ง), ความแข็ง (Janka): ~1,600–1,800 lbf อายุการใช้งานภายนอก: 15–25 ปี (ขึ้นกับสภาพแวดล้อม)
จุดเด่น แข็งและเหนียวมาก รับแรงอัด/แรงกระแทกดี ทนปลวก และเชื้อราในระดับดี หาได้ในป่าเต็งรังภาคอีสาน/ภาคเหนือ ข้อจำกัดคือ มีน้ำหนักมาก ทำงานช่างยาก ต้องใช้เครื่องมือกำลังสูง แตก/บิดงอได้ หากอบแห้งไม่เหมาะสม
การใช้งานจริงคือ มักใช้กับงานโครงสร้างที่ไม่ต้องการความสวยงามมาก เช่นใช้ทำเสา, คาน, พื้น, วงกบ, โครงสร้างสะพานไม้, เสาไฟ/หมอนรางรถไฟ (ในอดีต) มักใช้งานภายนอกเป็นหลัก (29 ตุลาคม 2013) [1]
ไม้รัง (Shorea siamensis)
เป็นองค์ประกอบหลักของป่าเต็งรัง เชื่อมโยงกับวิถีเกษตรกรรม และการหาของป่า หลังปี 1989 การปิดป่าสัมปทานในไทย ทำให้การใช้ไม้รังเชิงพาณิชย์ลดลง และหันไปใช้ไม้ปลูก/วัสดุทดแทนมากขึ้น ไม้รังมีความหนาแน่น: ~850–1,000 กก./ลบ.ม., ความแข็ง: ~1,400–1,700 lbf
จุดเด่น เป็นไม้เนื้อแข็งอันดับหนึ่งคู่กับไม้เต็ง ที่มีความแข็งแรงทนทาน หนัก ทนแรงอัดดี เหมาะกับงานที่ต้องการความมั่นคง ข้อจำกัดคือ ผิวหยาบ ไสแต่งยาก ความคงตัวเชิงมิติ (dimension stability) ปานกลาง
การใช้งานจริงคือ ใช้ทำโครงสร้างบ้านชนบท เสาโรงเรือน งานกลางแจ้งที่ไม่ต้องการผิวสวยมาก ส่วนประกอบของยานพาหนะ เครื่องมือกสิกรรมต่าง ๆ สะพาน เรือ เป็นต้น (16 กันยายน 2020) [2]
ไม้แดง (Xylia xylocarpa)
ยุคอาคารไม้เรือนไทยภาคเหนือ-อีสาน ไม้แดงเป็นวัสดุหลักของเรือนฐานะดี สีแดงสื่อถึงพลัง อำนาจ และความมั่นคง นิยมในอาคารราชการ หรือศาสนสถานบางแห่ง ไม้แดงมีความหนาแน่น: ~900–1,100 กก./ลบ.ม., ความแข็ง: ~2,000 lbf (จัดว่าแข็งมาก) มีความทนทานตามธรรมชาติ สูง
จุดเด่น แข็ง เหนียว ทนปลวก/ความชื้นดีมาก สีแดงเข้มสวยงาม ข้อจำกัดคือ หนักและราคาแพง
เจาะ/ตอกตะปูยาก ต้องพรีดริล
การใช้งานจริงคือ ใช้ทำพื้น บันได วงกบ ประตู-หน้าต่าง และงานโครงสร้าง ที่ต้องการอายุใช้งานยาว
ไม้ประดู่ (Pterocarpus macrocarpus)
เป็นไม้มงคล เชื่อมโยงกับคำว่า “ประดู่” ที่พ้องกับความเจริญรุ่งเรือง ใช้ในงานศิลปหัตถกรรม ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ความนิยมเฟอร์นิเจอร์ไม้จริง ส่งผลให้ไม้ประดู่เป็นที่ต้องการสูง ไม้ประดู่ มีความหนาแน่น: ~800–950 กก./ลบ.ม., ความแข็ง: ~1,700–1,900 lbf อายุการใช้งานนานมากถึง 15 ปีขึ้นไป
จุดเด่น เป็นไม้เนื้อแข็งมีกลิ่นหอม แข็งแรงแต่ทำงานง่ายกว่าไม้เต็ง/แดง ลายไม้สวย สีส้ม-น้ำตาลเข้ม และทนปลวกดี ข้อจำกัดคือ อาจมีการหดตัว/แตกร้าวหากอบไม่ดี ราคาเพิ่มสูงจากความนิยม
การใช้งานจริงคือ เหมาะใช้ทำงานเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง พื้นไม้ ของใช้ภายในครัวเรือนและเครื่องดนตรีไทยบางประเภท เป็นต้น (2016) [3]
ไม้มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa)
เป็นไม้มงคล เชื่อว่าเสริมความมั่นคง แข็งแกร่ง พบในอาคารสำคัญ/บ้านฐานะดี ในยุคหลังการจำกัดตัดไม้ มะค่าโมงจากไม้เก่ารื้อถอน (reclaimed wood) ได้รับความนิยมสูง ไม้มะค่าโมง มีความหนาแน่น: ~900–1,050 กก./ลบ.ม., ความแข็ง: ~2,100 lbf อายุใช้งานภายนอก: 20–30+ ปี (ดูแลเหมาะสม)
จุดเด่น แข็งมาก ทนปลวกและเชื้อราสูง ลายไม้เด่น สีน้ำตาลทองถึงน้ำตาลเข้ม ข้อจำกัดคือ ต้องควบคุมการอบแห้งอย่างดี หนักและราคาแพง ในตลาดไม้จริงของไทย ปัจจุบันราคาพื้นไม้มะค่าแปรรูปจะอยู่ระหว่าง 1,550 – 3,400 บาทต่อตารางเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทสำหรับไม้เนื้อแข็งที่ใช้ในงานพื้นบันได หรือพื้นไม้จริง (สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2026)
การใช้งานจริงคือ ใช้ทำพื้นไม้ระดับพรีเมียม โต๊ะประชุม โครงสร้างที่ต้องการความทนทานยาวนาน
สรุป ไม้พันธุ์ใด แข็งแรงที่สุด ทนทานตามธรรมชาติ

สรุป ไม้พันธุ์ใด แข็งแรงที่สุด โดยรวมในกลุ่มนี้ ไม้มะค่าโมง แข็งแรงที่สุด วัดจากค่าความแข็ง และความทนทานตามธรรมชาติสูงมาก รองลงมาคือ ไม้แดง ที่แข็งและเหนียวมาก เหมาะกับงานรับน้ำหนัก และพื้นไม้ ไม้เต็งและไม้รังแข็งแรงเช่นกัน แต่โดยค่าทางวิศวกรรมเฉลี่ยยังต่ำกว่ามะค่าโมงเล็กน้อย
ไม้ชนิดไหนแข็งแรงที่สุดสำหรับงานก่อสร้าง?
สำหรับงานก่อสร้างที่ต้องการความแข็งแรงสูงสุด ไม้ที่นิยมใช้คือ ไม้เต็ง เพราะเนื้อไม้แน่น แข็งมาก และทนต่อปลวกมอดได้ดี ไม้แดง ก็เป็นอีกชนิดที่แข็งแรงและทนทาน เหมาะกับโครงสร้างหนัก ส่วน ไม้สัก แม้จะไม่แข็งเท่าเต็งหรือแดง แต่ทนทานต่อสภาพอากาศและปลวก จึงนิยมใช้ในงานก่อสร้างและตกแต่งบ้าน
ไม้เนื้อแข็งราคาแพงกว่าจริงหรือ?
โดยทั่วไป ไม้เนื้อแข็งมีราคาสูงกว่าไม้เนื้ออ่อนจริง เพราะโตช้า เนื้อไม้แน่น แข็งแรง และทนทานต่อปลวกมอด จึงเป็นที่ต้องการในงานก่อสร้าง และเฟอร์นิเจอร์คุณภาพสูง
ไม้เนื้ออ่อนโตเร็วกว่า ราคาถูก น้ำหนักเบา และใช้งานง่าย แต่ไม่ทนทานเท่าไม้เนื้อแข็ง ดังนั้นความแตกต่างด้านราคาเกิดจาก ความแข็งแรง อายุการใช้งาน และความหายากของไม้เนื้อแข็ง
- Tags: ต้นไม้

แหล่งอ้างอิง


