แนะนำ 9 ต้นไม้ปลูกในน้ำ

9 ต้นไม้ปลูกในน้ำ

9 ต้นไม้ปลูกในน้ำ ไม่ใช่แค่เรื่องสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่ต้องการความสะอาดและดูแลง่าย
บทความนี้รวม 9 ต้นไม้ยอดฮิตที่สามารถปลูกในน้ำได้จริง พร้อมวิธีดูแลและข้อควรระวัง เหมาะทั้งมือใหม่และสายแต่งบ้านที่อยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวแบบไม่เลอะเทอะ

  • ความนิยมของการปลูกต้นไม้ในน้ำ
  • ไม้ใบยอดนิยม ปลูกง่ายในน้ำ
  • ไม้ใบตั้งตรง ทรงสวย และไม้ใบใหญ่สายแต่งบ้าน
  • การดูแลต้นไม้ปลูกในน้ำ และข้อดี

ความนิยมของการปลูกต้นไม้ในน้ำ

  • ยุคเริ่มต้นทดลอง (ก่อนปี 2010): การปลูกต้นไม้ในน้ำเริ่มจากกลุ่มคนรักต้นไม้ ที่ต้องการทางเลือกใหม่ในการดูแลต้นไม้ในบ้าน โดยเฉพาะไม้ใบอย่างพลูด่าง และลิ้นมังกรที่สามารถอยู่ในน้ำได้ดี แม้ยังไม่เป็นที่นิยมในวงกว้าง แต่เริ่มมีการทดลองในกลุ่มเล็ก ๆ (7 มกราคม 2025) [1]
  • ยุคไลฟ์สไตล์คนเมือง (2010–2020): เมื่อการใช้ชีวิตในเมืองเริ่มมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ การปลูกต้นไม้ในน้ำจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะดูแลง่าย ไม่เลอะเทอะ และเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมือง โดยเฉพาะในคอนโดหรือห้องพักขนาดเล็ก (4 สิงหาคม 2025) [2]
  • ยุคโซเชียลมีเดียและเทรนด์แต่งบ้าน (2020–ปัจจุบัน): กระแสการแต่งบ้านแนวมินิมอล และการแชร์ภาพบน Instagram, Pinterest และ TikTok ทำให้ต้นไม้ปลูกในน้ำ เช่น มอนสเตอร่า เดหลี และฟิโลบราซิล กลายเป็นไอเท็มยอดนิยมที่ทั้งสวย และดูแลง่าย

ไม้ใบยอดนิยม ปลูกง่ายในน้ำ

  • พลูด่าง ปลูกในน้ำดีไหม
    พลูด่าง (Epipremnum aureum) เป็นไม้เลื้อยยอดนิยมที่ปลูกในน้ำได้ดีมาก เหมาะกับมือใหม่เพราะโตไวและทนทาน เพียงแค่นำกิ่งที่มีข้อแช่ในน้ำสะอาด รากจะเริ่มงอกภายใน 5–7 วันและสามารถเติบโตได้แม้ในห้องแอร์หรือแสงน้อย ใบมีลวดลายเขียว–เหลืองสวยงาม ช่วยฟอกอากาศได้ดี ควรเปลี่ยนน้ำทุก 7–10 วันเพื่อป้องกันรากเน่าและตะไคร่สะสม
  • ฟิโลบราซิล เลี้ยงในน้ำได้ไหม
    ฟิโลบราซิล (Philodendron hederaceum ‘Brasil’) เป็นไม้ใบเลื้อยที่มีลวดลายเขียว–เหลืองสดใส ใบรูปหัวใจดูโดดเด่นเมื่อนำมาเลี้ยงในน้ำ รากจะเริ่มงอกใน 7–10 วันและเติบโตได้ดีในแสงรำไร หากได้รับแสงเพียงพอ ใบจะมีลายชัดเจนขึ้น เหมาะกับการวางตกแต่งในแจกันใสบนโต๊ะทำงานหรือมุมบ้านที่มีแสงธรรมชาติ
  • ฟิโลก้านส้ม เลี้ยงในน้ำได้ไหม
    ฟิโลก้านส้ม (Philodendron billietiae) แม้จะเลี้ยงในน้ำได้ แต่ต้องดูแลมากกว่าพลูด่างหรือฟิโลบราซิลเล็กน้อย จุดเด่นคือก้านสีส้มสดและใบยาวทรงหัวลูกศรที่ดูแปลกตา หากใช้กิ่งที่มีรากอากาศ รากจะเริ่มงอกใน 10–14 วัน ควรวางในที่แสงรำไรและเปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอเพื่อป้องกันรากเน่า ใบจะซีดหากแสงน้อยเกินไป
  • พลูฉลุ แช่น้ำได้ไหม
    พลูฉลุ (Monstera adansonii) เป็นไม้เลื้อยใบฉลุที่สามารถแช่น้ำได้ โดยเฉพาะกิ่งที่มีข้อและรากอากาศ รากจะเริ่มงอกใน 7–10 วันเมื่อแช่ในน้ำสะอาดและวางในที่แสงรำไร ใบฉลุสวยแปลกตาเหมาะกับการตกแต่งบ้าน แต่ต้องหมั่นเปลี่ยนน้ำและหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด เพราะใบอาจไหม้และรากเน่าได้ง่าย

 ไม้ใบตั้งตรง ทรงสวย

  • ลิ้นมังกร ปลูกในน้ำได้ไหม
    ลิ้นมังกร (Sansevieria trifasciata) เป็นไม้ใบตั้งตรงที่ปลูกในน้ำได้ดี โดยเฉพาะพันธุ์ใบแข็งอย่างลิ้นมังกรดาบหรือพันธุ์แคระ เพียงตัดใบแล้วแช่ในน้ำสะอาด รากจะเริ่มงอกภายใน 10–14 วันลิ้นมังกรทนต่อแสงน้อยและอากาศแห้งได้ดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติฟอกอากาศและเชื่อกันว่าเสริมมงคลเรื่องโชคลาภและการเงิน ควรเปลี่ยนน้ำทุก 10–14 วัน
  • เดหลี ระบบน้ำดีไหม
    เดหลี (Peace Lily หรือ Spathiphyllum spp.) เป็นไม้ใบตั้งตรงที่มีดอกสีขาวสวยงาม สามารถเลี้ยงในน้ำได้ โดยเฉพาะต้นที่มีรากแข็งแรงจากการปลูกในดินมาก่อน รากจะปรับตัวในน้ำได้ภายใน 7–10 วัน ชอบแสงรำไรและความชื้นสูง ควรเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ และเติมปุ๋ยน้ำสูตรอ่อนทุก 2–3 สัปดาห์ในช่วงออกดอกเพื่อบำรุงให้ใบเขียวสดและดอกออกสม่ำเสมอ
  • กวักมรกต ปลูกในน้ำได้ไหม
    กวักมรกต (Zamioculcas zamiifolia) แม้จะนิยมปลูกในดินมากกว่า แต่สามารถเลี้ยงในน้ำได้เช่นกัน โดยเฉพาะการปักชำจากก้านใบหรือหน่อ รากจะเริ่มงอกภายใน 14–21 วันและเติบโตช้าแต่ทนทาน กวักมรกตชอบแสงรำไรถึงแสงน้อย และไม่ต้องการน้ำมาก จึงเหมาะกับการเลี้ยงในน้ำแบบไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย เพียงเติมน้ำเมื่อระดับลดลง และหลีกเลี่ยงการแช่ลึกจนโคนต้นเปียกชื้นเกินไป

ไม้ใบใหญ่สายแต่งบ้าน

  • มอนสเตอร่า ปลูกในน้ำได้ไหม
    มอนสเตอร่า (Monstera deliciosa) ปลูกในน้ำได้ โดยเฉพาะกิ่งที่มีรากอากาศ รากจะงอกภายใน 7–10 วัน ชอบแสงรำไร ไม่ควรโดนแดดจัด เหมาะกับแจกันใสที่โชว์ราก ควรเปลี่ยนน้ำทุก 5–7 วัน และเติมปุ๋ยน้ำสูตรอ่อนทุก 2–3 สัปดาห์เพื่อเร่งการเติบโต
  • ยางอินเดีย ปลูกในน้ำดีไหม
    ยางอินเดีย (Ficus elastica) ปักชำในน้ำได้แม้โตช้ากว่าไม้ชนิดอื่น รากเริ่มงอกใน 14–21 วัน ชอบแสงปานกลางถึงมาก แต่ไม่ควรโดนแดดตรง ๆ ควรเปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์ และเช็ดใบให้สะอาดเพื่อคงความเงางาม เหมาะกับการตกแต่งบ้านสไตล์เรียบหรู

การดูแลต้นไม้ปลูกในน้ำ

  • ใช้น้ำสะอาด: น้ำกรองหรือน้ำพักคลอรีน 24 ชม. เหมาะที่สุด
  • เปลี่ยนน้ำสม่ำเสมอ: ทุก 7–10 วัน พร้อมล้างรากและภาชนะ
  • แสง: วางในที่แสงรำไร หลีกเลี่ยงแดดจัด
  • ปุ๋ยน้ำ: เติมสูตรอ่อนทุก 2–3 สัปดาห์ในช่วงเติบโต
  • ภาชนะ: ใช้แจกันใสปากแคบเพื่อพยุงต้นและโชว์ราก
  • สังเกตราก: รากแข็งแรงควรเป็นสีขาว หากดำหรือเน่าให้ตัดทิ้ง
  • ข้อดี: สะอาด ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับคนไม่มีเวลาดูแล

ข้อดีของการปลูกต้นไม้ในน้ำ

ดูแลง่าย ไม่เลอะเทอะ: ไม่ต้องใช้ดิน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องดินหกหรือแมลงในดิน เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาดูแลมาก
ประหยัดพื้นที่ เหมาะกับคนอยู่คอนโดหรือห้องเล็ก: การปลูกในน้ำใช้พื้นที่น้อยกว่าการปลูกในดิน และสามารถวางตกแต่งได้ทุกมุมของบ้าน เช่น โต๊ะทำงาน หน้าต่าง หรือห้องน้ำ
ช่วยฟอกอากาศและเพิ่มความชื้น: ต้นไม้ปลูกในน้ำสามารถดูดซับสารพิษ เช่น ฟอร์มาลดีไฮด์ และคาร์บอนมอนอกไซด์ได้ดี โดยต้นไม้ 1 ต้นสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 9–15 กิโลกรัมต่อปี และช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศได้อย่างเหมาะสม
สังเกตรากได้ชัดเจน: การปลูกในภาชนะใสช่วยให้เห็นการเจริญเติบโตของราก ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ชอบสังเกตพัฒนาการของพืช และยังช่วยให้ตรวจสอบสุขภาพของรากได้ง่ายขึ้น
ตกแต่งบ้านได้สวยงาม: ต้นไม้ในน้ำเมื่อจัดวางในแจกันหรือขวดแก้วใส จะช่วยเพิ่มความสดชื่นและความมีชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ภายในบ้าน โดยเฉพาะในสไตล์มินิมอลหรือโมเดิร์น
ที่มา: ต้นไม้ปลูกในน้ำได้ไม่ต้องใช้ดิน ทางเลือกใหม่สำหรับคนรักต้นไม้ในพื้นที่จำกัดได้หรือไม่? (20 มิถุนายน 2025) [3]

สรุป 9 ต้นไม้ปลูกในน้ำ ดูแลง่าย เหมาะกับมือใหม่

9 ต้นไม้ปลูกในน้ำ

สรุป 9 ต้นไม้ปลูกในน้ำ ต้นไม้ปลูกในน้ำเป็นทางเลือกที่ทั้งสวย สะอาด และดูแลง่าย เหมาะกับคนเมือง และผู้เริ่มต้น จากพลูด่างถึงมอนสเตอร่า แต่ละต้นมีเสน่ห์ และความต้องการที่ต่างกัน แค่เลือกให้เหมาะกับพื้นที่ และแสง ก็เพิ่มความสดชื่นให้บ้านได้ไม่ยากเลยค่ะ

ใช้น้ำประปาได้ไหมถ้าจะปลูกต้นไม้ในน้ำ?

สามารถใช้ได้ แต่ควรพักน้ำไว้ 24 ชั่วโมงก่อนใช้ เพื่อให้คลอรีนระเหยออก ลดผลกระทบต่อราก หากเป็นไปได้ ควรใช้น้ำกรองหรือน้ำฝนจะดีที่สุด

ต้นไม้ปลูกในน้ำอยู่ได้นานแค่ไหน?

หากดูแลดี ต้นไม้สามารถอยู่ในน้ำได้นานหลายเดือนถึงหลายปี บางชนิดสามารถเติบโต และแตกยอดใหม่ได้ในน้ำ
แต่ควรหมั่นสังเกตสุขภาพราก และใบอย่างสม่ำเสมอ

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน
Picture of OTP
OTP

แหล่งอ้างอิง