Keyword คืออะไร ? ทำความเข้าใจพื้นฐาน SEO ก่อนเริ่มจริง

Keyword คืออะไร

Keyword คืออะไร คือหนึ่งในคำถามแรกที่คนมักค้นหาก่อนทำ บทความ SEO และเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญกว่าที่หลายคนคิด คีย์เวิร์ดไม่ใช่แค่คำที่ใส่ลงไปในบทความ แต่คือสะพานเชื่อมระหว่างสิ่งที่คนต้องการรู้ กับเนื้อหาที่เว็บไซต์นำเสนอ

  • คีย์เวิร์ดคืออะไร และมีกี่ประเภท?
  • วิธีหาคีย์เวิร์ด และเครื่องมือที่ใช้ค้นหา
  • คำแนะนำในการเลือกใช้คีย์เวิร์ด

Keyword คืออะไร?

คีย์เวิร์ด คือคำหรือกลุ่มคำที่ผู้ใช้พิมพ์ลงในช่องค้นหา เพื่อหาคำตอบ ข้อมูล หรือทางเลือกบางอย่างบนอินเทอร์เน็ต (17 ตุลาคม 2023) [1] ในมุมของการทำ SEO คีย์เวิร์ดทำหน้าที่เป็นตัวบอก Google ว่าเนื้อหาหน้านั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร และควรนำไปแสดงต่อผู้ใช้กลุ่มใด

การเข้าใจความหมายของคีย์เวิร์ดจึงไม่ใช่แค่การรู้ว่าคำนี้แปลว่าอะไร แต่ต้องเข้าใจบริบท วิธีใช้งาน และเป้าหมายของการค้นหาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำเหล่านั้นด้วย

คีย์เวิร์ดคืออะไรในมุมของ Google

สำหรับ Google คีย์เวิร์ดเป็นหนึ่งในสัญญาณที่ใช้ทำความเข้าใจเนื้อหา ระบบจะวิเคราะห์คำหลัก คำที่เกี่ยวข้อง และบริบทโดยรอบ เพื่อประเมินว่าหน้านั้นตอบโจทย์คำค้นหาหรือไม่

จากข้อมูลพบว่ามากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผลการค้นหาบนหน้าแรก มาจากเนื้อหาที่มีความสอดคล้องกับเจตนาการค้นหา มากกว่าการใส่คีย์เวิร์ดซ้ำจำนวนมาก นั่นหมายความว่า Google มองคีย์เวิร์ดในเชิงความหมาย ไม่ใช่เพียงการนับจำนวนคำ

คีย์เวิร์ดคืออะไรในมุมของคนค้นหา

ในฝั่งของผู้ค้นหา คีย์เวิร์ดคือเครื่องมือสื่อสารความต้องการ คนส่วนใหญ่ไม่ได้พิมพ์คำแบบสุ่ม แต่เลือกคำที่คิดว่าจะพาไปเจอคำตอบเร็วที่สุด คำค้นอย่าง “คีย์เวิร์ดคืออะไร” สะท้อนว่าผู้ค้นหาต้องการความเข้าใจพื้นฐาน ไม่ใช่สูตรหรือเทคนิคขั้นสูง หากเนื้อหาไม่ตรงระดับความต้องการ ต่อให้ข้อมูลดีแค่ไหน ก็มีโอกาสสูงที่ผู้ใช้จะกดออกภายในไม่กี่วินาที

คีย์เวิร์ดสำคัญกับ SEO ยังไง

Keyword คืออะไร

คีย์เวิร์ดเป็นจุดเริ่มต้นของทุกกระบวนการ SEO ตั้งแต่การวางโครงสร้างเว็บไซต์ การเขียนบทความ ไปจนถึงการวัดผลลัพธ์ หากเลือกคีย์เวิร์ดผิด ทิศทางของเนื้อหาทั้งหมดจะผิดตามไปด้วย งานวิจัยด้านพฤติกรรมผู้ใช้ระบุว่า ผู้ใช้งานกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จะคลิกเฉพาะผลลัพธ์ในหน้าแรกเท่านั้น

คีย์เวิร์ดไม่ใช่แค่ “คำ” แต่คือ “ความตั้งใจของผู้ค้นหา”

คีย์เวิร์ดแต่ละคำมีเจตนาซ่อนอยู่ บางคำต้องการข้อมูล บางคำต้องการเปรียบเทียบ และบางคำพร้อมตัดสินใจซื้อ การเข้าใจเจตนานี้ช่วยให้เลือกมุมเขียนได้ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น คำว่าคีย์เวิร์ด คืออะไร เป็นคีย์เวิร์ดเชิงข้อมูล หากนำเสนอในเชิงขายหรือโปรโมต จะไม่สอดคล้องกับความคาดหวังของผู้ค้นหา และส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้งานหน้าเว็บโดยตรง

ถ้าเลือกคีย์เวิร์ดผิด ต่อให้เขียนดีแค่ไหนก็พัง

บทความที่เขียนดีแต่ไม่ติดอันดับ มักมีปัญหาที่การเลือกคีย์เวิร์ด เช่น เลือกคำที่คนไม่ค้น หรือเลือกคำที่การแข่งขันสูงเกินไปสำหรับเว็บไซต์ใหม่ ข้อมูลจากการวิเคราะห์เว็บไซต์จำนวนมากพบว่า บทความส่วนใหญ่ไม่สร้างทราฟฟิก เพราะใช้คีย์เวิร์ดที่ไม่ตรงกับพฤติกรรมการค้นหาจริง

ประเภทของ Keyword ที่คนทำ SEO ควรรู้

คีย์เวิร์ดไม่ได้มีรูปแบบเดียว การแยกประเภทช่วยให้วางแผนเนื้อหาได้แม่นยำขึ้น และลดความเสี่ยงในการเลือกคีย์เวิร์ดผิดกลุ่ม แต่ละประเภทมีบทบาทต่างกัน และเหมาะกับเป้าหมายที่ไม่เหมือนกัน

Short-tail keyword คืออะไร?

Short-tail keyword คือคีย์เวิร์ดสั้นๆ มักมี 1–2 คำ ส่วนใหญ่มีความหมายกว้างๆ (11 พฤศจิกายน 2025) [2] และมีปริมาณการค้นหาสูง แต่การแข่งขันก็สูงตามไปด้วย ตัวอย่างเช่นคำว่า “SEO” หรือ “Keyword” คีย์เวิร์ดกลุ่มนี้เหมาะกับเว็บไซต์ที่มีความแข็งแรงสูง และต้องการสร้างการรับรู้ในวงกว้าง

ตัวอย่าง Short-tail keyword

  1. รองเท้า
  2. ร้านอาหาร
  3. นักฟุตบอล
  4. รถยนต์
  5. โทรศัพท์

Long-tail keyword คืออะไร?

Long-tail keyword เป็นคีย์เวิร์ดที่ยาวและเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น “คีย์เวิร์ด คืออะไร สำหรับมือใหม่” แม้จำนวนการค้นหาจะน้อยกว่า แต่มีโอกาสติดอันดับสูง (11 มีนาคม 2025) [3] และมักได้ผู้เข้าชมที่ตรงกลุ่มมากกว่า จากสถิติพบว่า Long-tail keyword สร้างทราฟฟิกรวมกันมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของการค้นหาทั้งหมด

ตัวอย่าง Long-tail keyword

  1. รองเท้า adidas
  2. ร้านอาหาร ในกรุงเทพ
  3. นักฟุตบอล ทีมแมนยู
  4. รถยนต์ Honda
  5. โทรศัพท์ iPhone

คีย์เวิร์ดเชิงข้อมูล คีย์เวิร์ดเชิงเปรียบเทียบ และคีย์เวิร์ดเชิงซื้อ

  • คีย์เวิร์ดเชิงข้อมูล เหมาะกับบทความให้ความรู้และสร้างความน่าเชื่อถือ
  • คีย์เวิร์ดเชิงเปรียบเทียบ เหมาะกับช่วงก่อนตัดสินใจ
  • คีย์เวิร์ดเชิงซื้อ เหมาะกับหน้าสินค้าหรือบริการ

การแยกประเภทคีย์เวิร์ดรูปแบบต่างๆนี้ ช่วยให้เนื้อหาตรงกับเส้นทางการตัดสินใจของผู้ใช้มากขึ้น และการเลือกใช้ประเภทคีย์เวิร์ด เราควรเลือกใช้ให้ถูกกับกลุ่มผู้ค้นหาที่เราต้องการ

วิธีหา Keyword สำหรับบทความ SEO

การหา Keyword ไม่ใช่การเดาคำจากความรู้สึก แต่เป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยข้อมูลจริง การวิเคราะห์ และการมองพฤติกรรมผู้ใช้ร่วมกัน แหล่งข้อมูลที่ดีช่วยลดความเสี่ยง และทำให้การวางแผนเนื้อหามีความแม่นยำมากขึ้น

วิธีหา Keyword จาก Google Suggest

Google Suggest

Google Suggest คือแหล่งข้อมูลคีย์เวิร์ดที่สะท้อนความต้องการจริงของผู้ค้นหาได้ตรงที่สุด เพราะคำที่ปรากฏขึ้นมาไม่ได้ถูกสร้างจากการคาดเดา แต่เกิดจากพฤติกรรมการค้นหาจำนวนมากในช่วงเวลาหนึ่ง

วิธีใช้งาน Google Suggest ให้ได้ประโยชน์ เริ่มจากการพิมพ์คีย์เวิร์ดหลักแบบยังไม่ต้องกดค้นหา เช่น ร้านอาหาร จากนั้นสังเกตคำแนะนำที่ปรากฏด้านล่าง คำเหล่านี้มักเป็น Long-tail keyword ที่มีความเฉพาะเจาะจงสูง เหมาะกับการนำไปพัฒนาเป็นหัวข้อบทความหรือหัวข้อย่อยได้ทันที

แนวทางการดึงคีย์เวิร์ดจาก Google Suggest ให้ลึกขึ้น สามารถใช้เทคนิคเติมคำต่อท้าย เช่น ใส่ตัวอักษร ก ข หรือคำถามอย่าง ยังไง ดีไหม คืออะไร เพื่อดูคำแนะนำในมุมที่หลากหลาย วิธีนี้ช่วยขยายชุดคีย์เวิร์ดโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องมือเสียเงิน และยังเหมาะกับเว็บไซต์ใหม่ที่ต้องการคีย์เวิร์ดซึ่งแข่งขันไม่สูง

วิธีดู Keyword จากสิ่งที่คนถามจริง

People Also Ask

คำถามจากฟอรัม กลุ่มสนทนา หรือส่วน People Also Ask ช่วยเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับปัญหาที่ผู้ใช้เจอจริง คีย์เวิร์ดลักษณะนี้มักเป็น Long-tail และเหมาะกับการสร้างเนื้อหาที่ตอบคำถามเฉพาะทาง

วิธีหา Keyword จากคู่แข่ง

การดูว่าคู่แข่งใช้คีย์เวิร์ดอะไร ไม่ได้หมายถึงการลอก แต่เป็นการเรียนรู้แนวคิด วิเคราะห์ช่องว่าง และหามุมที่ยังไม่มีใครทำได้ดี ข้อมูลจากบทความด้าน SEO ระบุว่า เว็บไซต์ที่วิเคราะห์คู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ มีโอกาสเพิ่มทราฟฟิกได้เร็วกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ทำการวิเคราะห์ถึง 2 เท่า

เครื่องมือที่ใช้หาคีย์เวิร์ด มีอะไรบ้าง?

การเลือกใช้เครื่องมือหาคีย์เวิร์ดที่เหมาะสม ช่วยให้การทำ SEO มีข้อมูลรองรับมากกว่าการคาดเดา เครื่องมือแต่ละตัวมีจุดเด่นต่างกัน บางตัวเหมาะกับการวิเคราะห์เชิงลึก บางตัวเหมาะกับการหาไอเดียคีย์เวิร์ดใหม่ หรือดูแนวโน้มความสนใจของผู้ค้นหา

1. Ahrefs

Ahrefs

Ahrefs เป็นเครื่องมือ SEO เชิงลึกที่ได้รับความนิยมในระดับมืออาชีพ จุดเด่นคือข้อมูลคีย์เวิร์ดที่ละเอียด ทั้งปริมาณการค้นหา ความยากในการแข่งขัน และการวิเคราะห์คู่แข่ง ผู้ใช้งานสามารถดูได้ว่าหน้าไหนติดอันดับด้วยคีย์เวิร์ดอะไร และมีเว็บไซต์ใดเป็นคู่แข่งหลักในคำค้นนั้น

2. Keyword Tool

Keyword Tool

Keyword Tool เหมาะสำหรับการหาไอเดียคีย์เวิร์ด โดยเฉพาะ Long-tail keyword เครื่องมือนี้ดึงข้อมูลจาก Google Suggest และแพลตฟอร์มอื่นๆ มาขยายเป็นชุดคำจำนวนมาก เหมาะกับการวางโครงสร้างบทความ หรือหาแนวคำถามที่ผู้ค้นหานิยมใช้ จุดแข็งคือใช้งานง่าย และช่วยเปิดมุมมองคำค้นที่อาจมองไม่เห็นจากเครื่องมือทั่วไป

3. Google Trends

Google Trends

Google Trends เป็นเครื่องมือที่ช่วยดู “แนวโน้ม” ของคีย์เวิร์ดมากกว่าปริมาณค้นหา เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับวิเคราะห์ว่าคำใดกำลังมาแรง คำใดเริ่มลดความนิยม และช่วงเวลาใดที่ควรปล่อยเนื้อหา ข้อมูลเชิงแนวโน้มช่วยลดความเสี่ยงในการเลือกคีย์เวิร์ดที่กำลังตกกระแส และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนคอนเทนต์ระยะกลางถึงระยะยาว

วิธีเลือกใช้คีย์เวิร์ด ให้เหมาะกับบทความ

การเลือกคีย์เวิร์ดที่ดี ต้องสมดุลระหว่างปริมาณการค้นหา ความยากในการแข่งขัน และความสอดคล้องกับเนื้อหา คีย์เวิร์ดที่เหมาะสมช่วยให้บทความมีโอกาสติดอันดับ และยังตอบโจทย์ผู้อ่านได้จริงในระยะยาว

เลือกคีย์เวิร์ด ยังไงให้ “มีคนค้น” และ “มีโอกาสติดอันดับ”

  1. เลือกคีย์เวิร์ดที่ตรงกับเนื้อหาหลัก
  2. ประเมินความยากในการแข่งขันจากเว็บไซต์ที่ติดอันดับ
  3. ใช้คีย์เวิร์ดหลักหนึ่งคำ และคีย์เวิร์ดรองอย่างเป็นธรรมชาติ

คีย์เวิร์ดแบบไหนที่ “ไม่ควรใช้” ในการทำ SEO

  1. คีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา
  2. คีย์เวิร์ดที่แข่งขันสูงเกินศักยภาพเว็บไซต์
  3. คีย์เวิร์ดที่ไม่มีเจตนาการค้นหาชัดเจน

Timeline พัฒนาการของ Keyword ในโลก SEO

การทำความเข้าใจคีย์เวิร์ดในปัจจุบัน จำเป็นต้องมองย้อนดูพัฒนาการที่ผ่านมา เพื่อเห็นภาพว่าทิศทางของ SEO เปลี่ยนไปอย่างไรในช่วงไม่กี่ปีหลัง

การเปลี่ยนแปลงแนวคิดเรื่อง Keyword ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

  • ปี 2022 Google เริ่มให้ความสำคัญกับความหมายของเนื้อหามากกว่าการนับจำนวนคำ
  • ปี 2023 ระบบวิเคราะห์เจตนาการค้นหาถูกพัฒนาให้ละเอียดขึ้น ส่งผลให้บทความเชิงคุณภาพได้เปรียบ
  • ปี 2024 แนวคิด Useful Content กลายเป็นแกนหลัก ทำให้การยัดคีย์เวิร์ดเริ่มไม่ได้ผล

สรุป Keyword คืออะไร และควรเริ่มจากตรงไหนถ้าอยากทำ SEO ให้ถูกทาง

คีย์เวิร์ดยังคงเป็นรากฐานของ SEO แต่ไม่ใช่ในรูปแบบเดิม การเข้าใจเจตนาการค้นหา การเลือกคีย์เวิร์ดให้สอดคล้องกับเนื้อหา และการสร้างคุณค่าให้ผู้อ่าน คือหัวใจสำคัญของการทำ SEO ยุคใหม่ เมื่อวางรากฐานได้ถูกต้อง การต่อยอดไปสู่กลยุทธ์ขั้นสูงจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นและยั่งยืนกว่าเดิม

Google ใช้คีย์เวิร์ด ตัดสินอันดับจริงไหม?

Google ยังใช้คีย์เวิร์ดเป็นสัญญาณ แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ระบบจะประเมินคุณภาพเนื้อหา ความสอดคล้อง และประสบการณ์ผู้ใช้ร่วมกัน ทำให้การเลือกคีย์เวิร์ดต้องมาพร้อมกับเนื้อหาที่มีคุณค่าเสมอ

ทำไมบทความที่เขียนดี แต่ไม่มี keyword ถึงไม่ติดอันดับ?

บทความที่ไม่มีคีย์เวิร์ดชัดเจน ทำให้ Google ไม่เข้าใจว่าควรนำไปแสดงกับคำค้นใด ต่อให้เนื้อหาดี แต่หากขาดสัญญาณเชื่อมโยงกับคำค้น ผลลัพธ์ก็ยากจะปรากฏในหน้าค้นหา การเริ่มจากคีย์เวิร์ดที่ถูกต้องจึงเป็นจุดตั้งต้นที่ไม่ควรมองข้าม

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง