Vitamin ในพืช มีประโยชน์มากกว่าที่คิด

Vitamin ในพืช

Vitamin ในพืช เป็นหัวข้อที่สะท้อนถึงสารอาหาร โภชนาการในธรรมชาติ และการดูแลสุขภาพ พืชไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพลังงานหรือใยอาหาร แต่ยังมีวิตามินหลายชนิด ที่มีบทบาทสำคัญ ต่อการทำงานของร่างกาย ในหลายระบบ การทำความเข้าใจวิตามินจากพืช จะช่วยให้เราเห็นคุณค่าของอาหารจากธรรมชาติ

  • วิตามินในพืชคืออะไร?
  • ประโยชน์ของวิตามิน
  • พืชที่มีวิตามิน และลายในน้ำและละลายในไขมัน

ประวัติการค้นพบวิตามินแต่ละชนิด

  • ปลายศตวรรษที่ 19 ราว ค.ศ. 1880–1890 นักวิทยาศาสตร์เริ่มสังเกตว่า อาหารบางชนิด สามารถป้องกันโรค เช่นโรคเหน็บชา และลักปิดลักเปิด แม้ยังไม่รู้ว่าสารใดเป็นสาเหตุ
  • ในปี 1897 พบว่าการกินข้าวไม่ขัดสีช่วยป้องกันโรคเหน็บชา นำไปสู่การค้นพบสารอาหาร ที่ภายหลังเรียกว่า Thiamine หรือวิตามินบี 1
  • ในปี 1912 มีการตั้งชื่อคำว่าวิตามินเป็นครั้งแรก เพื่อเรียกสารอาหารจำเป็น ที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหาร
  • ในปี 1913 ได้ค้นพบวิตามินเอ จากการศึกษาการเจริญเติบโต และการมองเห็นในสัตว์ทดลอง
  • ช่วงปี 1915–1920 มีการแยกกลุ่มวิตามินบีออกจากกัน และเริ่มเข้าใจบทบาท ของวิตามินในกลุ่ม B มากขึ้น
  • ช่วงปี 1920 มีการยืนยันบทบาทของวิตามินซี ในการป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และเริ่มใช้วิตามินซีอย่างแพร่หลาย
  • ช่วงปี 1922 มีการค้นพบวิตามินดี จากการศึกษาการป้องกันโรคกระดูกอ่อน และบทบาทของแสงแดด
  • ในช่วงปี 1922–1925 มีการค้นพบวิตามินอี จากการศึกษาด้านการสืบพันธุ์ในสัตว์
  • ในช่วงปี 1929 มีการค้นพบวิตามินเค และบทบาทสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด
  • ในช่วงปี 1930–1936 มีการแยก และระบุวิตามินบีหลายชนิด ได้แก่ Riboflavin, Niacin, Pantothenic acid, Pyridoxine และ Biotin
  • ค.ศ. 1941 ได้ค้นพบวิตามินบี 9 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือด และการแบ่งเซลล์
  • ค.ศ. 1948 ได้ค้นพบวิตามินบี12 ซึ่งเป็นวิตามินตัวสุดท้าย ที่ถูกค้นพบ และมีบทบาทสำคัญ ต่อระบบประสาท และเม็ดเลือดแดง

ที่มา: Vitamin (3 ธันวาคม 2025) [1]

Vitamin ในพืช คืออะไร?

Vitamin ในพืช คือสารอาหารจำเป็น ที่พืชสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ เพื่อใช้ในกระบวนการเจริญเติบโต การสังเคราะห์พลังงาน และการปกป้องเซลล์จากความเสียหาย วิตามินเหล่านี้ ทำหน้าที่สำคัญภายในพืช เช่นช่วยควบคุมการทำงานของเอนไซม์ การสังเคราะห์แสง และการรับมือกับความเครียดจากสิ่งแวดล้อม

เมื่อมนุษย์บริโภคพืช วิตามินเหล่านี้จึงถูกส่งต่อมาเป็นสารอาหาร ที่ร่างกายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในมุมของโภชนาการ พืชถือเป็นแหล่งวิตามินที่หลากหลาย และปลอดภัย โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินบีกลุ่มต่างๆ และวิตามินบางชนิด ที่ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

วิตามินในพืช ช่วยสนับสนุนการทำงานของร่างกาย ในหลายระบบ ตั้งแต่การสร้างพลังงาน การทำงานของระบบประสาท ไปจนถึงการเสริมภูมิคุ้มกัน การรับประทานพืชหลากหลายชนิด จึงไม่เพียงช่วยให้ได้วิตามินครบถ้วน แต่ยังช่วยสร้างสมดุลทางโภชนาการ และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมในระยะยาว

วิตามินในพืชมีกี่ชนิด ต่างกันยังไง?

วิตามินในพืช สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดหลัก คือวิตามินละลายในน้ำ และวิตามินละลายในไขมัน ทั้งสองมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย แต่มีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกัน วิตามินละลายในน้ำ เช่นวิตามินซีและวิตามินบี ร่างกายดูดซึมได้ง่าย แต่ไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้นาน จำเป็นต้องได้รับอย่างสม่ำเสมอในทุกวัน

ส่วนวิตามินละลายในไขมัน เช่นวิตามินเอ วิตามินดี วิตามิน พบได้ในพืชบางชนิด วิตามินกลุ่มนี้ต้องอาศัยไขมันในการดูดซึม และสามารถสะสมไว้ในร่างกายได้ ต่างจากวิตามินละลายในน้ำ ที่ส่วนเกินจะถูกขับออกไป ซึ่งวิธีการปรุงอาหารมีความสำคัญ ต่อการได้รับวิตามิน ต่อสุขภาพในระยะยาว (16 สิงหาคม 2025) [2]

ประโยชน์ของวิตามินต่อร่างกายโดยรวม

  • ช่วยในการสร้างพลังงาน วิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินบีกลุ่มต่างๆ มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ ลดความอ่อนล้าและความเหนื่อยง่าย
  • สนับสนุนการทำงานของระบบประสาทและสมอง วิตามินบางชนิด ช่วยในการสร้างสารสื่อประสาท ดูแลการทำงานของสมอง ความจำ และสมาธิ รวมถึงช่วยให้ระบบประสาทส่งสัญญาณ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย วิตามิน เช่นวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินบางชนิดในกลุ่มบี ช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสามารถรับมือกับการติดเชื้อ และความเจ็บป่วยได้ดีขึ้น
  • ช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ วิตามินมีบทบาทในการสร้างเซลล์ใหม่ การซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และการสร้างสารพันธุกรรม ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโต และการฟื้นฟูร่างกาย
  • ดูแลสุขภาพผิว ผม และเล็บ วิตามินหลายชนิดช่วยให้ผิวหนังแข็งแรง ชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงเส้นผม และเล็บให้มีสุขภาพดี
  • ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด และระบบไหลเวียนเลือด วิตามินบางชนิดมีบทบาท ในการสร้างเม็ดเลือดแดง และช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ทำงานได้ตามปกติ ลดความเสี่ยงของภาวะโลหิตจาง
  • ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินบางชนิดช่วยลดความเสียหายของเซลล์ จากอนุมูลอิสระ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของร่างกาย และโรคเรื้อรัง
  • ช่วยรักษาสมดุล ของการทำงานในร่างกาย วิตามินทำงานร่วมกับแร่ธาตุ เอนไซม์ และสารอาหารอื่นๆ เพื่อให้ระบบต่างๆในร่างกาย ทำงานอย่างสมดุล และมีประสิทธิภาพ

ที่มา: Health benefits of selected vitamins (10 กรกฎาคม 2005) [3]

พืชที่มีวิตามินละลายในน้ำ

พืชที่มีวิตามิน ละลายในน้ำ เป็นวิตามินละลายในน้ำ ดูดซึมง่าย ไม่สะสมในร่างกาย แต่ต้องได้รับเป็นประจำ พืชที่มีวิตามินละลายในน้ำมีดังนี้

พืชมีวิตามินละลายในไขมัน

พืชที่มีวิตามิน ละลายในไขมัน เป็นวิตามินละลายในไขมัน ต้องทานคู่ไขมัน ดูดซึมได้ดี และสามารถสะสมในร่างกายได้ พืชที่มีวิตามินละลายไขมันมีดังนี้

Vitamin ในพืช กล่าวโดยสรุป

Vitamin ในพืช

วิตามินในพืชสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญ ของอาหารจากธรรมชาติ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งพลังงาน แต่เป็นรากฐานของสุขภาพในระยะยาว จากประวัติการค้นพบวิตามิน ความหมาย ประเภท ประโยชน์ และตัวอย่างพืช จะเห็นได้ว่าพืชหลากหลายชนิด สามารถตอบโจทย์ความต้องการสารอาหารของร่างกายได้อย่างครบถ้วน

วิตามินอะไรที่ควรทานคู่กัน?

วิตามินซีควรทานคู่กับวิตามินบีกลุ่มต่างๆ เพื่อช่วยเสริมการดูดซึม และการสร้างพลังงาน วิตามินดีควรทานคู่กับวิตามินเค และวิตามินเอ เพราะช่วยกันดูแลสุขภาพกระดูก และการทำงานของแคลเซียม วิตามินอีสามารถทำงานร่วมกับวิตามินซี ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ

มีวิตามินอะไรบ้าง ที่ไม่ควรทานคู่กัน?

วิตามินเอและวิตามินดีในขนาดสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมเกิน วิตามินซีในปริมาณสูง อาจรบกวนการดูดซึมวิตามินบี 12 หากรับประทานพร้อมกัน และการทานวิตามินหลายชนิด เกินความจำเป็นพร้อมกัน อาจทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นควรเว้นช่วงเวลา ในการรับประทาน และเน้นรับจากอาหารธรรมชาติเป็นหลัก

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง