
อยากสุขภาพดีต้องรู้จัก Vitamin ในอาหาร
- Fiona
- 13 views

Vitamin ในอาหาร เป็นหนึ่งในเรื่องใกล้ตัว ที่หลายคนอาจคุ้นเคย แต่ไม่ค่อยได้หยุดคิดจริงจัง ว่าสิ่งเล็กๆ เหล่านี้ มีบทบาทกับชีวิตประจำวันมากแค่ไหน อาหารที่เรากินในแต่ละมื้อ ไม่ได้ให้แค่พลังงานเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยสารอาหารสำคัญ ที่ช่วยการทำงานของร่างกาย การเริ่มต้นทำความเข้าใจ จะช่วยให้มองเห็นความสำคัญต่อสุขภาพ
- ประโยชน์ของ Vitamin ในอาหาร
- อาหารที่มีวิตามินละลายในน้ำ
- อาหารที่มีวิตามินละลายในไขมัน
สารอินทรีย์วิตามินคืออะไร?
วิตามินคือสารอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย แต่มีความสำคัญอย่างมากต่อการทำงานของระบบต่างๆในร่างกาย เช่นช่วยระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และการทำงานของเซลล์ แต่ร่างกายของเราส่วนใหญ่ไม่สามารถสร้างวิตามินได้เองหรือสร้างได้ไม่เพียงพอ จึงต้องได้รับจากอาหารที่เรากิน
วิตามินมีหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีหน้าที่เฉพาะตัวที่ต่างกันไปในร่างกาย และวิตามินบางชนิดละลายได้ในน้ำ ขณะที่บางชนิดละลายในไขมัน ซึ่งจะมีผลต่อวิธีที่ร่างกายดูดซึม และเก็บสะสมไว้ การได้รับวิตามินอย่างเพียงพอจากอาหารที่หลากหลาย ช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างปกติ และลดความเสี่ยงต่อการขาดสารอาหาร (5 ตุลาคม 2023) [1]
ประวัติ และความเป็นมาของวิตามิน
- ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์เริ่มสังเกตว่าการขาดอาหารบาง อย่างทำให้เกิดโรค เช่นโรคลักปิดลักเปิด หรือโรคเลือดออกตามไรฟัน แต่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุคือสารใดในอาหาร
- ในปี 1910 มีการแยกสารจากรำข้าวในญี่ปุ่น ซึ่งช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และต่อมาถูกจัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี
- ในปี 1912 มีการเสนอคำว่าวิตามินอย่างเป็นทางการ เพื่อเรียกสารอาหารจำเป็นในปริมาณน้อยที่ขาดไม่ได้ต่อชีวิต
- ในปี 1913 นักวิจัยค้นพบวิตามิน A และมีความเกี่ยวข้องกับการมองเห็น การเจริญเติบโต และสุขภาพโดยรวม
- ช่วงปี 1920–1922 มีการค้นพบวิตามิน D จากการศึกษาการป้องกันโรคกระดูกอ่อน และค้นพบวิตามิน E ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์
- ช่วงปี 1928 มีการแยกสารวิตามิน C ได้สำเร็จและในช่วงต้นทศวรรษ 1930 สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาได้
- ช่วงทศวรรษ 1920–1930 มีการจำแนกวิตามินบีหลายชนิดเช่น B2, B3, B5 และ B6 ทำให้เข้าใจบทบาทของวิตามินต่อการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น
- ช่วงปี 1929 มีการค้นพบวิตามิน K ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด
- ช่วงทศวรรษ 1930–1940 ค้นพบวิตามินบีเพิ่มเติมเช่น B7 และ B9 จากการศึกษาภาวะโลหิตจางและการเจริญเติบโตของเซลล์
- และช่วงปี 1948 เป็นการค้นพบวิตามิน B12 ซึ่งถือเป็นวิตามินตัวสุดท้าย ที่ถูกระบุได้ชัดเจน และมีความสำคัญต่อระบบประสาทและเม็ดเลือด
ที่มา: Vitamin (24 ธันวาคม 2025) [2]
ประโยชน์ของวิตามินต่อสุขภาพคืออะไร?
- ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาสายตาในระยะยาว วิตามินซีเมื่อได้รับติดต่อกันเป็นเวลานานมากกว่า 10 ปี พบว่าช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดต้อกระจก ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความโปร่งใสของเลนส์ตาได้อย่างมีนัยสำคัญ
- อาจช่วยปกป้องสุขภาพสมอง และระบบหลอดเลือดในผู้สูงอายุ การได้รับวิตามินซีในปริมาณสูงในผู้สูงอายุอาจช่วยให้มีการทำงานของสมอง และหลอดเลือดที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะทางสมอง และระบบหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับวัย
- ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินซีมีบทบาทหลักในการป้องกันความเสียหายจากอนุมูลอิสระในร่างกาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร ส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม
- มีบทบาทสำคัญในกระบวนการแข็งตัวของเลือดและกระดูก วิตามินเคเป็นสารสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด ทำให้ร่างกายสามารถหยุดเลือดได้เมื่อเกิดบาดแผล และยังมีบทบาทในการช่วยดูแลการสร้างและซ่อมแซมกระดูก
- วิตามินอีอาจช่วยลดผลลัพธ์เชิงลบของโรคหัวใจ จากการศึกษาพบว่าการได้รับวิตามินอีอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่เหมาะสม อาจช่วยลดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์จากโรคหัวใจได้ เช่นลดอัตราการเสียชีวิตจากหัวใจ และการเกิดหัวใจวายในผู้ที่มีความเสี่ยง
- วิตามินเอมีความสำคัญในการจัดการหน่วยวัดโภชนาการและการใช้ในอาหาร วิตามินเอถูกปรับมาตรฐานการอ้างอิง เพื่อช่วยให้ระบบโภชนาการ และการบริโภคในอาหารได้รับปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งสำคัญต่อการทำงาน และการป้องกันผลเสียจากการรับมากเกินไป
- วิตามินบีหลายชนิดมีบทบาทในสุขภาพผู้สูงอายุ และการทำงาน Metabolism วิตามินบี เช่นวิตามิน B6 และ วิตามิน B12 มีการศึกษาวิจัยว่าการได้รับอย่างเพียงพอ อาจช่วยลดระดับสารบางชนิดในเลือด ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ และช่วยในการดูดซึมสารอื่นๆในร่างกายด้วย
ที่มา: Health benefits of selected vitamins (10 กรกฎาคม 2005) [3]
วิตามินแบ่งเป็นกี่กลุ่ม มีอะไรบ้าง?
กลุ่มที่ 1 วิตามินที่ละลายในไขมัน กลุ่มนี้มีทั้งหมด 4 ชนิดคือ วิตามิน A, D, E และ K วิตามินกลุ่มนี้ต้องอาศัยไขมันจากอาหารในการดูดซึม และสามารถสะสมอยู่ในร่างกายได้ โดยเฉพาะในตับและเนื้อเยื่อไขมัน ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องได้รับทุกวัน แต่หากได้รับมากเกินไปเป็นเวลานาน อาจเกิดการสะสมจนส่งผลเสียต่อร่างกายได้
กลุ่มที่ 2 วิตามินที่ละลายในน้ำ กลุ่มนี้มีทั้งหมด 9 ชนิด ได้แก่วิตามิน C และวิตามินบีรวม 8 ชนิด (B1, B2, B3, B5, B6, B7, B9 และ B12) วิตามินกลุ่มนี้ไม่สะสมในร่างกาย ส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ จึงควรได้รับอย่างสม่ำเสมอ จากอาหารในแต่ละวัน เพื่อให้ร่างกายมีเพียงพอต่อการใช้งาน
อาหารอะไรที่มีวิตามินละลายในน้ำ?
อาหารที่มีวิตามิน ละลายในน้ำ วิตามินกลุ่มนี้มีบทบาทสำคัญต่อการเผาผลาญพลังงาน ระบบประสาท และภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่างอาหารที่พบวิตามินละลายในน้ำ มีดังนี้
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B1 สูง เช่นเนื้อหมู เนื้อหมูมีวิตามินบี 1 สูงมาก ช่วยการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของระบบประสาท
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B2 สูง เช่นตับวัว ตับวัวอุดมด้วยวิตามินบี 2 ช่วยกระบวนการสร้างพลังงาน และดูแลผิวหนังและสายตา
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B3 สูง เช่นอกไก่ อกไก่ให้ไนอะซินสูง ช่วยระบบเผาผลาญพลังงานและการทำงานของสมอง
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B5 สูง เช่นตับวัว มีวิตามินบี 5 สูงช่วยการสร้างฮอร์โมนและพลังงาน
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B6 สูง เช่นปลาแซลมอน ช่วยการทำงานของสมอง ระบบประสาท และการสร้างสารสื่อประสาท
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B7 สูง เช่นไข่แดง ไบโอตินในไข่แดงช่วยบำรุงผม ผิว และเล็บ
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B9 สูง เช่นตับไก่ มีโฟเลตสูงมาก ช่วยการสร้างเม็ดเลือดและการแบ่งเซลล์
- อาหารอะไรที่มี Vitamin B12 สูง เช่นตับวัว เป็นแหล่งวิตามินบี 12 ที่ดี ช่วยระบบประสาทและการสร้างเม็ดเลือดแดง
- อาหารอะไรที่มี Vitamin C สูง เช่นฝรั่ง ให้วิตามินซีสูงมาก ช่วยภูมิคุ้มกัน และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
อาหารอะไรที่มีวิตามินละลายในไขมัน?
อาหารที่มีวิตามิน ละลายในไขมัน วิตามินกลุ่มนี้ช่วยดูแลการมองเห็น กระดูก ผิวพรรณ และการทำงานของเซลล์โดยรวม ยกตัวอย่างอาหารที่พบวิตามินละลายในไขมัน มีดังนี้
- อาหารอะไรที่มี Vitamin A สูง เช่นตับวัว ให้วิตามินเอในรูปแบบที่ร่างกายใช้ได้ทันที ช่วยการมองเห็นและภูมิคุ้มกัน
- อาหารอะไรที่มี Vitamin D สูง เช่นน้ำมันตับปลา เป็นแหล่งวิตามินดีตามธรรมชาติที่สูงมาก ช่วยดูแลกระดูกและฟัน
- อาหารอะไรที่มี Vitamin E สูง เช่นน้ำมันจมูกข้าวสาลี อุดมด้วยวิตามินอี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- อาหารอะไรที่มี Vitamin K1 สูง เช่นผักเคล ให้วิตามินเค 1 สูงช่วยการแข็งตัวของเลือด
- อาหารอะไรที่มี Vitamin K2 สูง เช่นนัตโตะ เป็นแหล่งวิตามินเค 2 ที่สูงมาก ช่วยดูแลกระดูกและหลอดเลือด
- อาหารอะไรที่มี Tocopherol สูง เช่นน้ำมันจมูกข้าวสาลี เป็นวิตามินอีรูปแบบหลัก ช่วยปกป้องเซลล์
- อาหารอะไรที่มี Tocotrienol สูง เช่นน้ำมันปาล์มแดง เป็นวิตามินอีอีกกลุ่มที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระได้ดี
- อาหารอะไรที่มี Ergocalciferol สูง เช่นเห็ดที่ผ่านแสงแดด ให้วิตามินดีชนิด D2 จากพืชและเห็ด
- อาหารอะไรที่มี Cholecalciferol สูง เช่นปลาแซลมอน ให้วิตามินดีชนิด D3 ที่ร่างกายใช้ได้ดี
- อาหารอะไรที่มี Retinoid สูง เช่นตับวัว เป็นวิตามินเอจากสัตว์ ดูดซึมและใช้งานได้ทันที
- อาหารอะไรที่มี Carotenoid สูง เช่นแครอท เป็นสารตั้งต้นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา
- อาหารอะไรที่มี Beta carotene สูง เช่นมันเทศสีส้ม เบต้าแคโรทีนสูง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและบำรุงผิว
Vitamin ในอาหาร กล่าวโดยสรุป

Vitamin ในอาหาร เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย ตั้งแต่การทำงานพื้นฐานของเซลล์ ระบบประสาท ภูมิคุ้มกัน ไปจนถึงการดูแลสายตา กระดูก หัวใจ และสมอง แม้ว่าร่างกายจะต้องการวิตามินในปริมาณไม่มาก แต่การขาดหรือได้รับไม่พอ อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้
ร่างกายสร้างวิตามินเองได้ไหม?
โดยทั่วไปแล้วร่างกาย ไม่สามารถสร้างวิตามินได้เอง หรือสร้างได้ในปริมาณที่ไม่เพียงพอ วิตามินส่วนใหญ่จึงต้องได้รับจากอาหารที่เรากินในชีวิตประจำวัน เช่นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และธัญพืช ยกเว้นวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินดี ที่ร่างกายสามารถสร้างได้เมื่อผิวหนังได้รับแสงแดด และวิตามินบางส่วนที่จุลินทรีย์ในลำไส้ช่วยสร้างได้
การขาดวิตามินส่งผลต่อร่างกายยังไง?
การขาดวิตามินอาจทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติได้เล็กน้อย จนถึงรุนแรง เช่นอ่อนเพลีย ภูมิคุ้มกันต่ำ ผิวพรรณและสายตาเสื่อม ระบบประสาททำงานไม่สมดุล หรือกระดูกและฟันอ่อนแอ หากขาดวิตามินเป็นเวลานานอาจนำไปสู่โรคโลหิตจาง กระดูกพรุน หรือปัญหาทางระบบประสาทได้
- Tags: สุขภาพ


