
ฉลามก็อบลิน ฉลามหน้าแปลก แห่งทะเลลึก
- J. Kanji
- 5 views

ฉลามก็อบลิน ฉลามหน้าแปลก คือฉลามที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ ไม่เหมือนฉลามชนิดใด จมูกยาวแหลม ขากรรไกรที่พุ่งออกมาได้ และการดำรงชีวิต ในความมืดลึกหลายร้อยเมตร ลักษณะเหล่านี้ ทำให้มันเป็นหนึ่งในฉลาม ที่แปลกที่สุดในโลก และถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักล่าที่ลึกลับ และน่าศึกษาที่สุด สำหรับนักวิทยาศาสตร์
- ที่มาและลักษณะพิเศษ ของฉลามก็อบลิน
- พฤติกรรมการล่า ของฉลามก็อบลินที่ไม่เหมือนใคร
- แหล่งอาศัย สถานะการอนุรักษ์ฉลามก็อบลิน
ทำไมฉลามก็อบลินถูกเรียกว่า “ฟอสซิลมีชีวิต”
ฉลามก็อบลินมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mitsukurina owstoni จัดอยู่ในวงศ์ Mitsukurinidae ซึ่งเป็นวงศ์ที่เหลือรอด มาเพียงชนิดเดียวในปัจจุบัน ลักษณะทางกายภาพ และโครงสร้างกระดูกของมัน มีความใกล้เคียง กับฉลามโบราณ ในยุคดึกดำบรรพ์ จึงถูกมองว่า เป็นตัวแทนของสายพันธุ์ฉลามยุคแรก เริ่มที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดหลายล้านปี
ในปี 1898 David Starr Jordan นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาปลา ได้ระบุว่าสัตว์ทะเล หน้าตาแปลกประหลาดชนิดนี้ ไม่เพียงเป็นสายพันธุ์ใหม่เท่านั้น แต่ยังถูกจัดให้เป็นทั้งสกุล และวงศ์ใหม่ ในทางอนุกรมวิธาน ซึ่งถือเป็นการค้นพบ ที่มีความสำคัญอย่างมาก ในวงการชีววิทยาทางทะเล (24 กันยายน 2025) [1]
คำว่า “ฟอสซิลมีชีวิต” จึงไม่ได้หมายความว่าฉลามก็อบลิน เป็นซากดึกดำบรรพ์ แต่หมายถึงสิ่งมีชีวิตที่ ยังคงดำรงอยู่ในปัจจุบัน ทั้งที่ลักษณะทางวิวัฒนาการ แทบไม่เปลี่ยน จากบรรพบุรุษในอดีต การมีอยู่ของฉลามชนิดนี้ ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ สามารถศึกษาวิวัฒนาการของฉลาม และเข้าใจความเป็นมา ของนักล่าแห่งท้องทะเล ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
รูปร่างหน้าตา และลักษณะของฉลามก็อบลิน
สิ่งที่ทำให้ฉลามก็อบลิน โดดเด่นที่สุด คือรูปลักษณ์ภายนอก หัวที่ยาวแหลมคล้ายใบมีด จมูกยื่นออกมาด้านหน้าอย่างชัดเจน ผิวหนังสีชมพูอมเทา ซึ่งเกิดจากเส้นเลือด ที่อยู่ใกล้ผิวหนัง มากกว่าฉลามทั่วไป โดยฉลามชนิดนี้ มีความยาวลำตัวเฉลี่ยราว 3–4 เมตร และในบางตัว อาจยาวได้มากกว่านั้น
ลำตัวของฉลามก็อบลิน ค่อนข้างนิ่ม และหย่อนยาน กล้ามเนื้อไม่แข็งแรง เหมือนฉลามนักล่าที่ว่ายน้ำเร็ว เช่น ฉลามขาว หรือฉลามมาโก ครีบและหางดูบาง และไม่แข็งแรงนัก สะท้อนถึงการใช้ชีวิตในทะเลลึก ที่ไม่จำเป็นต้องไล่ล่าเหยื่อ ด้วยความเร็วสูง
ฉลามก็อบลินน้ำหนักประมาณ 150–200 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับขนาด และสภาพร่างกายของแต่ละตัว ฟันของฉลามก็อบลิน เรียงตัวเป็นซี่เรียวยาว ปลายแหลมคล้ายตะขอ เหมาะสำหรับการจับ และยึดเหยื่อที่ลื่น เช่น ปลา หรือหมึก มากกว่าการกัดฉีกแบบรุนแรง
ขากรรไกรยืดได้ อาวุธลับของฉลามก็อบลิน
หนึ่งในคุณสมบัติ ที่ทำให้ฉลามก็อบลิน โด่งดังไปทั่วโลก คือ ขากรรไกร ที่สามารถพุ่งยื่นออกมาด้านหน้า ได้อย่างรวดเร็ว กลไกนี้เรียกว่า slingshot jaw หรือขากรรไกรแบบดีดตัว เมื่อเหยื่อเข้าใกล้ ฉลามก็อบลินจะปล่อยขากรรไกร ออกมาด้วยความเร็วสูง ภายในเสี้ยววินาที ฟันแหลมจะพุ่งไปจับเหยื่อทันที ก่อนดึงกลับเข้าสู่ปาก
กลไกนี้เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับสภาพแวดล้อม ในทะเลลึกที่มืด และเหยื่อมักปรากฏตัว อย่างไม่คาดคิด การใช้ขากรรไกรแบบนี้ ช่วยชดเชยข้อเสีย ด้านความเร็วในการว่ายน้ำ และทำให้ฉลามก็อบลิน สามารถล่าเหยื่อได้ อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะดูเชื่องช้า เมื่อเทียบกับฉลามชนิดอื่น
แหล่งอาศัยของฉลามก็อบลิน ในทะเลลึก

ฉลามก็อบลินอาศัยอยู่ในทะเลลึก โดยมักพบในระดับความลึก ตั้งแต่ประมาณ 200 เมตร ไปจนถึงมากกว่า 1,000 เมตร ใต้ผิวน้ำ ใกล้เคียงกับสัตว์ทะเลลึกหลายชนิด เช่น ปลาฟันเขี้ยว (Fangtooth Fish) พื้นที่ที่มีการพบเห็นบ่อย ได้แก่ มหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก และมหาสมุทรอินเดีย
โดยเฉพาะบริเวณใกล้ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และชายฝั่งแอฟริกา สภาพแวดล้อมในระดับความลึกนี้ มีแสงน้อย อุณหภูมิต่ำ และแรงดันน้ำสูง ฉลามก็อบลินจึงปรับตัว ให้ใช้พลังงานต่ำ เคลื่อนไหวช้า และไม่จำเป็นต้องว่ายน้ำตลอดเวลา เหมือนฉลามผิวน้ำ
การใช้ชีวิตอย่างเงียบเชียบในความมืด ทำให้ฉลามชนิดนี้ แทบไม่ถูกพบเห็นโดยมนุษย์ ส่วนใหญ่ตัวอย่าง ที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษาได้ มักมาจากการติดอวนประมงทะเลลึก โดยบังเอิญ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และทำให้ข้อมูล เกี่ยวกับพฤติกรรมตามธรรมชาติ ยังมีจำกัด
พฤติกรรมการล่า และบทบาทในระบบนิเวศ
อาหารหลักของฉลามก็อบลิน ได้แก่ ปลาในทะเลลึก ปลาหมึก และสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ขนาดเล็กถึงกลาง พฤติกรรมการล่า จะเน้นการซุ่มโจมตี โดยใช้อวัยวะรับสัมผัสไฟฟ้า ตรวจจับสัญญาณ จากกล้ามเนื้อของเหยื่อในความมืด แม้แทบไม่พึ่งพาการมองเห็น เมื่อเหยื่อเข้าใกล้ ในระยะเหมาะสม ขากรรไกรจะพุ่งออกไปจับทันที
งานวิจัยในปี 2016 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports โดย Nakaya และคณะ สามารถบันทึกพฤติกรรมนี้ จากวิดีโอใต้น้ำได้เป็นครั้งแรก และอธิบายว่ากลไก “slingshot feeding” ช่วยเพิ่มโอกาสจับเหยื่อ ในสภาพแวดล้อมทะเลลึก ที่อาหารมีจำกัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (10 มิถุนายน 2016) [2]
ในระบบนิเวศทะเลลึก ฉลามก็อบลินทำหน้าที่ เป็นผู้ล่าระดับกลางถึงบน ช่วยควบคุมประชากรสัตว์ทะเลลึกชนิดอื่น ไม่ให้มีจำนวนประชากร ที่มากเกินไป และรักษาสมดุล ของห่วงโซ่อาหาร ในสภาพแวดล้อม ที่เปราะบางแห่งนี้
สถานะการอนุรักษ์ของฉลามก็อบลิน
ข้อมูลอัปเดตของ IUCN ในปี 2018 ฉลามก็อบลินถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม Least Concern เนื่องจากยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า ประชากรลดลงอย่างน่าเป็นห่วง (2018) [3] อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนประชากร ที่แท้จริงยังมีจำกัดมาก เพราะการสำรวจทะเลลึก ทำได้ยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง
ฉลามก็อบลินไม่ได้เป็นอันตรายต่อมนุษย์ เนื่องจากอาศัยอยู่ในระดับความลึก ที่นักดำน้ำทั่วไป ไม่สามารถเข้าถึงได้ และไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวต่อคน การพบเห็นใกล้ผิวน้ำ ถือเป็นเหตุการณ์ที่หายากมาก
ภัยคุกคามหลักของฉลามชนิดนี้ มาจากการทำประมงทะเลลึก การลากอวน และการเปลี่ยนแปลง ของระบบนิเวศใต้ทะเล ซึ่งอาจส่งผลกระทบ ต่อแหล่งอาหารในระยะยาว แม้จะไม่ใช่เป้าหมายหลัก ของการประมง แต่การติดอวนโดยไม่ได้ตั้งใจ ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญ
ฉลามก็อบลิน ฉลามหน้าแปลก กับบทสรุป
ฉลามก็อบลิน ฉลามหน้าแปลก คือหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทะเลลึก ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ รูปลักษณ์ประหลาดของมัน คือผลจากการปรับตัว และวิวัฒนาการอันยาวนาน และสะท้อนถึงความหลากหลาย ของชีวิตในมหาสมุทร ที่มนุษย์ยังรู้จักไม่มากนัก การศึกษาฉลามชนิดนี้ จึงช่วยเปิดมุมมองใหม่ ต่อโลกใต้ทะเลลึก ที่ยังมีเรื่องราวซ่อนอยู่อีกมาก
ทำไมฉลามก็อบลินถึงมีสีชมพู ?
สีชมพูเกิดจากเส้นเลือด ที่อยู่ใกล้ผิวหนัง ทำให้มองเห็นสีเลือด ผ่านผิวที่ค่อนข้างบาง ไม่ได้เกิดจากเม็ดสีผิวโดยตรง ลักษณะนี้พบได้บ่อย ในสัตว์ทะเลลึกที่มีผิวบาง และไม่จำเป็นต้องพรางตัว จากแสงแดด
ทำไมฉลามก็อบลิน ถึงถูกพบเห็นได้น้อยมาก ?
เนื่องจากฉลามก็อบลิน ใช้ชีวิตอยู่ในทะเลลึก มีพฤติกรรมเคลื่อนไหวช้า และแทบไม่ขึ้นสู่ผิวน้ำ การพบเห็นส่วนใหญ่ จึงมาจากการติดอวนประมงทะเลโดยบังเอิญ มากกว่าการพบในสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ระหว่างการสำรวจทั่วไป
- Tags: สัตว์


