ตำนาน กุหลาบ ดอกไม้แห่งรัก ที่มีความลึกลับ

ตำนาน กุหลาบ

มี ตำนาน กุหลาบ มากมายจากหลายพื้นที่ กุหลาบถือเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่มีชื่อเสียงและมีความหมายลึกซึ้งที่สุดในโลก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กุหลาบไม่เพียงเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความงดงามเท่านั้น แต่ยังถูกผูกพันกับตำนาน เรื่องเล่า และความเชื่อมากมายในหลายวัฒนธรรม ทำให้กุหลาบกลายเป็นดอกไม้ที่มีมนต์ขลังและเต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับ

  • กุหลาบซับโรซ่า สัญลักษณ์ของความลับและความไว้วางใจ
  • เป็นสัญลักษณ์ของเทพีและความบริสุทธิ์
  • สื่อถึงความงดงามและความสมบูรณ์ทางจิตวิญญาณ

ที่มา ของตำนานกุหลาบ เริ่มมาจากไหน?

ตาม ตำนาน กุหลาบ เกิดมานานกว่า 70 ล้านปีมาแล้ว มีการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบในรัฐโคโลราโดและรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา และพิสูจน์ได้ว่ากุหลาบเป็นพืชที่มีอายุถึง 40 ล้านปี ในประวัติศาสตร์ กุหลาบถูกนำมาปลูกในพระราชวังของจักรพรรดิจีนสมัยราชวงศ์ฮั่นราว 5,000 ปี มาแล้ว

และในอียิปต์ปลูกกุหลาบส่งออกขายให้ชาวโรมัน ซึ่งชาวโรมันรักกุหลาบมากถึงขั้นสั่งซื้อจากอียิปต์และลงทุนสร้างเรือนเพาะชำขนาดใหญ่เพื่อปลูกเอง ชาวโรมันเห็นว่ากุหลาบเป็น สัญลักษณ์ของความรัก และมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน โดยใช้เป็น ของขวัญ เป็นดอกไม้สำหรับ ต้อนรับแขก ทำ พวงมาลัย ใช้ใน งานเฉลิมฉลอง เป็นส่วนประกอบทำขนม ทำไวน์ และน้ำมันกุหลาบยังสามารถทำเป็น ยา ได้ด้วย

ตำนานดอกกุหลาบของไทย มีที่มาจากบทละครพระราชนิพนธ์เรื่อง มัทนะพาธา ใน รัชกาลที่ 6 ช่วงประมาณ ปี พ.ศ. 2453-พ.ศ. 2468 ซึ่งกล่าวถึงธิดาองค์หนึ่งชื่อ มัทนา ที่ถูกเทพบุตร สุเทษณ์ ซึ่งหลงรักนางอย่างมากแต่ไม่ได้รับการตอบรัก สาปให้เกิดเป็นดอกกุหลาบ จึงกลายเป็นตำนานดอกกุหลาบตั้งแต่นั้นมา

ที่มา: ตำนานดอกกุหลาบ (21 กันยายน 2019) [1]

ตำนานแห่ง ดอกกุหลาบ มัทนะพาธา เป็นยังไง?

“มัทนะพาธา” เป็นนิทานโบราณที่ปรับปรุงให้เป็นพระราชนิพนธ์ โดยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 1 เดือน 17 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2466 แต่งจบสมบูรณ์ในวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ซึ่งเรื่องราวมีความเชื่อมโยงกับ ดอกกุหลาบและความรักอันบริสุทธิ์ (14 กุมภาพันธ์ 2025) [2]

เรื่องราวในตำนาน ความรักของนางมัทนา

มัทนะพาธา เป็นเรื่องราวโศกนาฏกรรมความรักของ นางฟ้ามัทนา ผู้ถูก สุเทษณ์เทพบุตร สาปให้ลงมาเกิดเป็น ดอกกุหลาบ บนโลกมนุษย์ เนื่องจากนางไม่ยอมรับรักจากเขา โดยมีเงื่อนไขว่านางจะกลายเป็นมนุษย์ได้แค่คืนจันทร์เต็มดวง เพื่อลงโทษที่ไม่รับรัก และนางมัทนาได้พบรักกับ ท้าวชัยเสน จนได้ครองคู่กัน

แต่กลับถูกพระมเหสีจัณฑีวางแผนใส่ร้ายด้วยความริษยา จนท้าวชัยเสนหลงเชื่อและสั่งประหารนาง เมื่อมัทนาหนีรอดมาได้ สุเทษณ์เทพบุตรได้ปรากฏตัวขึ้นเพื่อขอความรักอีกครั้ง แต่นางยังคงยืนยันปฏิเสธ สุเทษณ์จึงพิโรธและสาปให้นางกลายเป็นดอกกุหลาบไปตลอดกาล

ท้าวชัยเสนที่ทราบความจริงภายหลังจึงได้แต่เสียใจและนำต้นกุหลาบนั้นกลับไปปลูกในวังเพื่อระลึกถึงนางตลอดไป

สัญลักษณ์ความลับ Sub Rosa

ตำนาน กุหลาบ

“Sub rosa” เป็นภาษาละตินใหม่แปลว่า “ใต้ดอกกุหลาบ” สัญลักษณ์ของความลับ รักษาความลับของดอกกุหลาบ

ในประวัติศาสตร์ คิวปิด (Cupid) ได้มอบดอกกุหลาบให้แก่ ฮาร์โปเครเตส (Harpocrates) ซึ่งเป็นเทพแห่งความเงียบ เพื่อขอให้ช่วยปิดบังความลับเรื่องความรักของเทพีวีนัส จากตำนานนี้ ทำให้ในสมัยเฮลเลนิสติกและโรมัน มีการนำรูปสลักดอกกุหลาบไปประดับไว้ใน ห้องจัดเลี้ยง เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนใจว่า เรื่องที่สนทนากันในห้องนี้จะต้องถูกเก็บไว้เป็นความลับ

จนกลายเป็นสำนวน “under the rose” หรือ “sub rosa” ในภาษาอังกฤษและละตินที่หมายถึงการกระทำที่เป็นความลับ มีการใช้สำนวนนี้มาตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 1654 เพื่อสื่อถึงการกระทำหรือการพูดคุยที่เป็นความลับ

ที่มา: Sub rosa (20 พฤศจิกายน 2025) [3]

ดอกกุหลาบกับ ความหมาย เชิงสัญลักษณ์

ดอกกุหลาบเป็นดอกไม้ที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้งในหลายมิติ ทั้งด้านความรัก ศาสนา วัฒนธรรม และจิตวิญญาณ กุหลาบแดงสื่อถึงความรักแท้และความปรารถนา กุหลาบชมพูแสดงถึงความอ่อนโยนและความชื่นชม ส่วนกุหลาบขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และความรักที่บริสุทธิ์

นอกจากนี้ ดอกกุหลาบยังเกี่ยวข้องกับความลับและความไว้วางใจตามคำว่า “Sub Rosa” และในทางศาสนา กุหลาบขาวมักสื่อถึงพระแม่มารี ขณะที่กุหลาบแดงเชื่อมโยงกับการเสียสละและความทุกข์ของพระเยซู ในวรรณกรรมเปอร์เซียและซูฟี

กุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของความรักต่อพระเจ้าและการตรัสรู้ทางจิตวิญญาณ ดอกกุหลาบยังเป็นตัวแทนของความงดงาม ความสมบูรณ์ และความอดทน เนื่องจากแม้จะมีหนามแต่ยังคงเบ่งบานอย่างงดงาม จึงทำให้กุหลาบเป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง ครอบคลุมทั้งความรัก ความบริสุทธิ์ ความลึกลับ ความงดงาม และคุณค่าของความอดทนในเวลาเดียวกัน

 

ดอกกุหลาบ มีความเกี่ยวข้อง กับศาสนายังไง?

ดอกกุหลาบมีความเกี่ยวข้องกับ ศาสนาและความเชื่อทางจิตวิญญาณ ในหลายวัฒนธรรม โดยมีความหมายเชิงสัญลักษณ์แตกต่างกันไปตามบริบทดังนี้

1. ศาสนาคริสต์

  • ในคริสต์ศาสนา กุหลาบเป็นสัญลักษณ์ของ พระแม่มารี (Virgin Mary) โดยเฉพาะกุหลาบสีฟ้าและสีขาว ซึ่งสื่อถึงความบริสุทธิ์และความรักอันศักดิ์สิทธิ์
  • กุหลาบแดง มักเชื่อมโยงกับ เลือดและความทุกข์ของพระเยซู ในสัญลักษณ์ของความรักและการเสียสละ
    ในยุโรปยุคกลาง หน้าต่างกุหลาบ (Rose Window) ในโบสถ์สื่อถึง สวรรค์ ความสมบูรณ์ และพระเจ้า

2. ศาสนาอิสลามและเปอร์เซีย

  • กุหลาบปรากฏใน บทกวีซูฟี (Sufi poetry) และวรรณกรรมเปอร์เซีย สื่อถึง ความรักต่อพระเจ้าและความปรารถนาทางจิตวิญญาณ
  • ดอกกุหลาบในเชิงศาสนาถูกมองว่าเป็น สัญลักษณ์ของจิตวิญญาณที่งดงามและสูงส่ง

3. ศาสนาตะวันออกอื่นๆ

  • ในวัฒนธรรมจีนและอินเดีย กุหลาบถูกใช้ใน พิธีกรรมและเครื่องสักการะ เพื่อสื่อถึงความงดงาม ความโชคดี และการถวายความเคารพต่อเทพเจ้า
  • กุหลาบยังเชื่อมโยงกับ สมาธิและการทำจิตใจให้สงบ

4. สัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณทั่วไป

  • กุหลาบมักสื่อถึง ความรัก ความบริสุทธิ์ ความงดงาม และการเสียสละ
  • ในหลายศาสนาและความเชื่อ กุหลาบยังเป็น สัญลักษณ์ของสวรรค์ ความสมบูรณ์ และการตรัสรู้ทางจิตวิญญาณ

สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับหน้าต่างกุหลาบ เพิ่มเติมได้ที่ wikipedia

อิทธิพล ของตำนาน กุหลาบในปัจจุบัน

อิทธิพลของ ตำนาน กุหลาบ ในปัจจุบัน มีหลากหลายด้าน ดังนี้

1. ด้านวัฒนธรรมและสัญลักษณ์ความรัก

  • กุหลาบยังคงเป็น สัญลักษณ์ความรักและความงดงาม ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น การมอบดอกกุหลาบในวันวาเลนไทน์ วันครบรอบ หรือพิธีแต่งงาน
  • เรื่องราวตำนาน เช่น กุหลาบของอาโฟรไดต์หรือมัทนะพาธา ยังคงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเห็นคุณค่าของ ความรักแท้และความบริสุทธิ์

2. ด้านศิลปะและวรรณกรรม

  • ตำนานกุหลาบถูกนำไปใช้ใน งานศิลปะ ภาพวาด งานปั้น และวรรณกรรม ทั้งสมัยโบราณและปัจจุบัน
  • กุหลาบปรากฏใน เพลง นิทาน และภาพยนตร์ เป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความลึกลับ หรือแม้แต่ความขัดแย้ง

3. ด้านแฟชั่นและการออกแบบ

  • กุหลาบปรากฏใน แฟชั่น เครื่องประดับ การออกแบบภายใน และงานตกแต่งต่างๆ
  • ลวดลายดอกกุหลาบมักสื่อถึง ความโรแมนติก ความหรูหรา และความคลาสสิก

4. ด้านสัญลักษณ์ทางธุรกิจและการตลาด

  • ดอกกุหลาบถูกใช้ใน โลโก้ แบรนด์น้ำหอม เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่สื่อถึงความหรูหรา
  • ตำนานและสัญลักษณ์ของกุหลาบช่วยเพิ่ม คุณค่าเชิงอารมณ์และความหมายให้สินค้าหรือบริการ

5. ด้านแรงบันดาลใจทางจิตวิญญาณและปรัชญา

  • กุหลาบยังเป็นสัญลักษณ์ของ ความสมบูรณ์ ความงดงามทางจิตวิญญาณ และการตรัสรู้
  • หลายคนใช้กุหลาบใน พิธีกรรม การทำสมาธิ หรือการสร้างแรงบันดาลใจ ในชีวิตประจำวัน

สรุป ตำนาน กุหลาบ เรื่องราวดอกไม้ ที่มีมนต์ขลัง

สรุป ตำนาน กุหลาบ มีรากฐานทั้งในวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก โดยมักสื่อถึงความรัก ความงาม และความบริสุทธิ์ กุหลาบมักปรากฏในเรื่องเล่าของกรีก โรมัน และคริสต์ศาสนา เช่น เป็นสัญลักษณ์ของเทพีวีนัสหรือพระแม่มารี ความหมายเชิงสัญลักษณ์ยังขยายไปถึงความลับและความกล้าหาญ เช่น “Sub Rosa” ที่หมายถึงความลับ ตำนานเหล่านี้ยังส่งอิทธิพลต่อวรรณกรรม ศิลปะ และพิธีกรรมในปัจจุบัน

เหตุใดกุหลาบ จึงเป็นดอกไม้ แห่งตำนาน?

กุหลาบเป็นดอกไม้แห่งตำนาน เพราะมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้ง และปรากฏในเรื่องเล่าของหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่กรีก โรมัน ยุโรปตะวันตก ดอกกุหลาบสื่อถึงความรัก ความบริสุทธิ์ ความลึกลับ และความศักดิ์สิทธิ์ จึงถูกผูกโยงกับเทพเจ้า ราชวงศ์ และตำนานรักที่เล่าขานต่อกัน ความงดงามและมนต์ขลังของกุหลาบ ทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์เหนือกาลเวลา และคงอยู่ในความทรงจำของมนุษย์จนถึงปัจจุบัน

ตำนานของกุหลาบ มีมาตั้งแต่ ช่วงไหน?

ตำนานกุหลาบมีนานกว่า 70 ล้านปี กุหลาบในรัฐโคโลราโดและรัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยดอกกุหลาบถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความงามและความรัก ต่อมาปรากฏใน ตำนานกรีกและโรมัน ที่เชื่อมโยงกับเทพีแห่งความรักอาโฟรไดต์และวีนัส ในยุโรปกลาง กุหลาบยังเกี่ยวข้องกับราชวงศ์และเรื่องราวความรักของอัศวิน ทำให้กุหลาบกลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีเรื่องเล่ามายาวนานและทรงพลังจนถึงปัจจุบัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง