ต้นไม้ลดเสียงรบกวน ได้จริงไหม คำตอบอยู่ที่นี่

ต้นไม้ลดเสียงรบกวน ได้จริงไหม

ต้นไม้ลดเสียงรบกวน ได้จริงไหม เสียงรบกวนจากรถยนต์ โรงงาน หรือเพื่อนบ้าน มักเป็นปัญหาที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตประจำวัน หลายคนจึงมองหาวิธีธรรมชาติในการลดเสียง โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างแข็งแรงราคาแพง ต้นไม้จึงถูกหยิบมาเป็นทางเลือก เพราะให้ทั้งความร่มรื่น ความสวยงาม และอาจช่วยลดเสียงรบกวนได้บางส่วน

  • วิวัฒนาการของ การใช้ต้นไม้ลดเสียงรบกวน
  • ต้นไม้กับการดูดซับเสียง
  • ต้นไม้ที่นิยมใช้เพื่อลดเสียงรบกวน และราคาขาย
  • ประโยชน์เสริมจากการปลูกต้นไม้
  • ข้อจำกัดของการใช้ต้นไม้ลดเสียง

วิวัฒนาการของ การใช้ต้นไม้ลดเสียงรบกวน

  • ทศวรรษ 1970 – เริ่มมีงานวิจัยในต่างประเทศเกี่ยวกับ “Green Barrier” หรือแนวต้นไม้กันเสียง  เพื่อบรรเทาเสียงจากถนนและโรงงาน (28 กุมภาพันธ์ 2025) [1]
  • 1990 – มีการทดลองใช้ไม้พุ่มและแนวต้นไม้ในเมืองใหญ่ เพื่อช่วยลดเสียงจากถนน
  • 2000 – งานวิจัยเพิ่มเติมพบว่าความหนาแน่นและความสูงของแนวต้นไม้มีผลต่อการลดเสียง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ (3 ตุลาคม 2025) [2]
  • 2010 – หลายเมืองเริ่มนำแนวต้นไม้มาใช้ร่วมกับกำแพงกันเสียง เพื่อเพิ่มความร่มรื่นและลดเสียง
  • ปัจจุบัน (2020–2025) – ต้นไม้ถูกมองว่าเป็น “ทางเลือกเสริม” ที่ช่วยทั้งลดเสียงและเพิ่มคุณภาพชีวิต โดยมีการเผยแพร่แนวทางการจัดวางต้นไม้เพื่อดูดซับเสียงในพื้นที่เมืองและชนบท (11 กรกฎาคม 2025) [3]

ผลการศึกษาเกี่ยวกับต้นไม้เป็นแนวกันเสียง

  • งานวิจัยพบว่า ใบ กิ่ง และลำต้นของต้นไม้สามารถดูดซับและกระจายคลื่นเสียง โดยเปลี่ยนพลังงานเสียงบางส่วนเป็นความร้อน และทำให้เสียงกระจายไปหลายทิศทาง
  • การปลูกต้นไม้แบบแนวรั้วหรือหลายชั้น (ไม้พุ่ม + ไม้ยืนต้น) สามารถลดเสียงได้ 5–10 เดซิเบล ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นและความสูงของแนวต้นไม้
  • เมืองใหญ่หลายแห่ง เช่น นิวยอร์กและลอนดอน มีการใช้แนวต้นไม้ริมถนนเพื่อบรรเทาเสียงจราจรและเพิ่มคุณภาพชีวิตของชุมชน
  • ต้นไม้ที่มีใบหนาแน่น เช่น สน, ไทรเกาหลี, ชาฮกเกี้ยน มักถูกเลือกใช้เป็นแนวกันเสียง เนื่องจากสามารถลดเสียงความถี่สูงได้ดี

ต้นไม้กับการดูดซับเสียง

ต้นไม้ไม่ได้ทำให้เสียงหายไปทั้งหมด แต่สามารถช่วยลดความดัง และทำให้บรรยากาศโดยรอบสงบขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเลือกชนิดที่มีพุ่มหนาแน่น และจัดวางอย่างเหมาะสม ต้นไม้สามารถช่วยลดเสียงรบกวนได้บางส่วน โดยอาศัยคุณสมบัติทางกายภาพของใบ กิ่ง และลำต้นที่ทำหน้าที่คล้าย “ตัวกรองเสียง” ดังนี้

กลไกการลดเสียงของต้นไม้

  • ใบไม้: พื้นผิวใบจำนวนมากช่วยกระจายและดูดซับคลื่นเสียง ทำให้ความเข้มของเสียงลดลง
  • กิ่งและพุ่ม: โครงสร้างที่ซับซ้อนช่วยสะท้อนและหักเหเสียงไปหลายทิศทาง
  • ลำต้น: ทำหน้าที่เป็นกำแพงธรรมชาติที่ช่วยบังและลดการส่งผ่านของเสียง

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพ

  • ความหนาแน่นของพุ่ม: ยิ่งใบและกิ่งหนาแน่น เสียงยิ่งถูกดูดซับและกระจายมากขึ้น
  • ความสูงของต้นไม้: ต้นไม้สูงช่วยบังเสียงจากแหล่งกำเนิด เช่น รถยนต์หรือถนนใหญ่
  • ระยะปลูก: การปลูกเป็นแนวรั้วหรือปลูกหลายชั้น (ไม้พุ่มด้านหน้า ไม้ยืนต้นด้านหลัง) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกันเสียง

ต้นไม้ที่นิยมใช้เพื่อลดเสียงรบกวน และราคาขาย

การเลือกต้นไม้เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนควรเน้นชนิดที่มีพุ่มหนาแน่นและใบดก เพื่อให้สามารถดูดซับและกระจายคลื่นเสียงได้ดี โดยมีตัวเลือกที่นิยมดังนี้:

  • ไทรเกาหลี: นิยมปลูกเป็นแนวรั้วธรรมชาติ ใบหนาแน่น ลดเสียงและเพิ่มความเป็นส่วนตัว 
  • ชาฮกเกี้ยน: พุ่มเล็กแต่แน่น เหมาะสำหรับทำรั้วเตี้ยหรือแนวกันเสียงริมทางเดิน
  • สน: ใบเรียงแน่นตลอดปี เหมาะสำหรับปลูกเป็นแนวกันเสียงถาวร
  • จามจุรี: เรือนยอดกว้างและหนา ช่วยบังเสียงและให้ร่มเงาไปพร้อมกัน

ราคาขายโดยประมาณ:

  • ไทรเกาหลี – ต้นเล็ก 25–45 บาท, สูง 1.5–2 เมตร 75–100 บาท
  • ชาฮกเกี้ยน – กล้าเล็ก 5–10 บาท, ขนาดกลาง 25–50 บาท, บอนไซเริ่ม 120 บาทขึ้นไป
  • ต้นสน – สนหอมเล็ก 4–20 บาท, สนใหญ่ 2,000–5,800 บาท
  • จามจุรี (ก้ามปู/ฉำฉา) – ขนาดกลาง 59 บาท, ไม้ล้อมใหญ่ 5,000–45,000 บาท (สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม 2026)

ถ้าอยากทำแนวรั้วกันเสียงในบ้าน ราคาที่จับต้องได้มากที่สุดคือ ไทรเกาหลีและชาฮกเกี้ยน เพราะต้นเล็กเริ่มต้นไม่แพงและโตเร็ว ส่วนสนและจามจุรีเหมาะกับพื้นที่กว้างที่ต้องการร่มเงา และบรรยากาศสงบ แต่ราคาสูงกว่ามาก

ประโยชน์เสริมจากการปลูกต้นไม้

 นอกจากช่วยลดเสียงรบกวน ยังมีข้อดีอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น

  • ฟอกอากาศ – ใบไม้ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และปล่อยออกซิเจน เพิ่มคุณภาพอากาศรอบบ้าน
  • ให้ร่มเงาและลดความร้อน – ต้นไม้ช่วยบังแดด ทำให้อุณหภูมิบริเวณบ้านเย็นลง
  • สร้างที่อยู่อาศัยให้สัตว์เล็ก – เช่น นก ผีเสื้อ และแมลงที่มีประโยชน์
  • เพิ่มความสวยงามและความเป็นส่วนตัว – ทำให้บ้านดูร่มรื่นและมีบรรยากาศสงบ
  • ลดความเครียดและเพิ่มสุขภาพจิต – การอยู่ใกล้ต้นไม้ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และมีสมาธิ ต้นไม้บำบัดอารมณ์ และคลายเครียด
  • ช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดิน – รากต้นไม้ช่วยเก็บน้ำ และลดการพังทลายของดิน
  • มีส่วนช่วยสิ่งแวดล้อม – ลดมลพิษทางอากาศและเสียง พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน

ข้อจำกัดของการใช้ต้นไม้ลดเสียง

  • ลดเสียงได้บางส่วนเท่านั้น – ต้นไม้ช่วยบรรเทาเสียง แต่ไม่สามารถกันเสียงได้เทียบเท่ากำแพงกันเสียง 
  • ต้องใช้พื้นที่มาก – การปลูกให้ได้ผลต้องมีแนวพุ่มหนาแน่นและพื้นที่เพียงพอ
  • ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล – ต้องรอให้ต้นไม้โตเต็มที่จึงจะช่วยลดเสียงได้จริง
  • ผลัดใบตามฤดูกาล – ไม้ผลัดใบอาจลดประสิทธิภาพในบางช่วงเวลา
  • ต้องดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง – ต้องรดน้ำ ตัดแต่ง และป้องกันโรคแมลงเพื่อให้ต้นไม้แข็งแรง
  • ไม่เหมาะกับทุกพื้นที่ – บ้านที่มีพื้นที่จำกัดหรืออยู่ในเขตเมืองอาจไม่สามารถปลูกแนวต้นไม้ใหญ่ได้

สรุป ต้นไม้ลดเสียงรบกวน ได้จริงไหม คำตอบคือได้จริง

สรุป ต้นไม้ลดเสียงรบกวน ได้จริงไหม ต้นไม้สามารถช่วยลดเสียงรบกวนได้จริง แม้ไม่เทียบเท่ากำแพงกันเสียง แต่มีคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและจิตใจ การเลือกชนิดที่มีพุ่มหนาแน่นและจัดวางเป็นแนวรั้วธรรมชาติ จะเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรเทาเสียง นอกจากกันเสียง ต้นไม้ยังสร้างบรรยากาศร่มรื่น ฟอกอากาศ และทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

การจัดวางต้นไม้แบบไหนช่วยลดเสียงได้ดีที่สุด?

การปลูกเป็นแนวรั้วหนาแน่นต่อเนื่องจะช่วยกันเสียงได้มากกว่าแบบกระจาย การปลูกหลายชั้น เช่น ไม้พุ่มด้านหน้าและไม้ยืนต้นด้านหลัง เพิ่มประสิทธิภาพ ควรเลือกตำแหน่งที่ตรงกับทิศทางเสียงรบกวนหลัก เช่น ริมถนนหรือกำแพงบ้าน

ต้นไม้ชนิดใดไม่เหมาะสำหรับใช้ลดเสียง

ไม้ผลัดใบที่ใบร่วงตามฤดูกาลจะลดประสิทธิภาพในบางช่วงเวลา ต้นไม้ที่พุ่มโปร่งหรือโตช้าอาจไม่ช่วยกันเสียงได้มากนัก ควรหลีกเลี่ยงต้นที่มีรากกว้างเกินไปในพื้นที่จำกัด เพราะอาจกระทบโครงสร้างบ้าน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน
Picture of OTP
OTP

แหล่งอ้างอิง