ประวัติ ไดออกซิน สารพิษร้ายที่ไม่ควรแตะต้อง

ประวัติ ไดออกซิน

ประวัติ ไดออกซิน สารพิษร้ายที่ไม่ควรแตะต้อง จัดได้ว่าเป็นสารพิษ ที่ส่งผลกระทบ ต่อร่างกายโดยตรง โดยลักษณะอาการ จะแบ่งออกเป็น หลายระยะเวลา แต่ความร้ายแรง มีผลต่อการใช้ชีวิต เป็นอย่างมาก สิ่งเหล่านี้ เราจะสรุป และบอกต่อความรู้ ในส่วนลึกกัน

  • รูปแบบการทำงานและลักษณะของการออกฤทธิ์
  • เรื่องของมะเร็งและประวัติของสารไดออกซิน
  • การปนเปื้อนและอวัยวะเสี่ยงที่จะตกค้าง

การทำงานของ สารไดออกซินในระยะแรก

สำหรับการทำงาน ของสารไดออกซิน เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปกระตุ้น การทำงาน หรือการพัฒนาสรีระ บางส่วนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งลำดับการกระตุ้น จะถูกแบ่งลำดับ และปริมาณ ความเข้มข้นออกไปอีก ตัวอย่างเช่น เมื่อเรารับ วิตามินเอ ในปริมาณมาก สิ่งนั้นอาจจะทำให้ ฮอร์โมนเราสูงเกิน ค่ามาตรฐานได้

แต่สิ่งเหล่านี้ ต้องดูกันอีกว่า เรารับปริมาณ สารไดออกซิน ในปริมาณมากน้อยเพียงใด เพราะสิ่งเหล่านี้ เป็นตัวกำหนด ผลกระทบที่ร่างกาย จะได้รับ ในช่วงเวลาต่อมา เมื่อร่างกายได้รับ ไดออกซินปริมาณ 10,000 ถึง 144,000 พิโกกรัม ปริมาณนี้ อาจจะส่งผลกระทบ และเสี่ยงต่อการ เสียชีวิตได้

หากเป็นการได้รับสารนี้ แบบการสะสม หรือการได้รับ ในปริมาณที่เท่าเดิม แต่มีความต่อเนื่อง มีความเสี่ยงสูง ที่จะแปรสภาพ และอาจจะเป็น สารตั้งต้นของการเป็นมะเร็งได้ โดยการศึกษา เรื่องผลกระทบนี้ ได้รับการสรุป จากการทดลองมาแล้ว ว่าโรคมะเร็ง เกิดขึ้นได้ เมื่อร่างกายได้รับ ไดออกซินแบบต่อเนื่อง

ที่มา: Dioxins and dioxin-like compounds (23 ธันวาคม 2025) [1]

ลักษณะการออกฤทธิ์ ในกลุ่มสิ่งมีชีวิต

สัตว์
1. เมื่อได้รับสารไดออกซิน ในปริมาณที่สูง อาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิต
2. โดยปริมาณที่ได้รับ ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ของกลุ่มสัตว์ด้วย เช่นหนูตะเภา รับสารพิษได้ 2 ไมโครกรัม และหนูอีกชนิด รับสารได้ 5 ไมโครกรัม สิ่งเหล่านี้ถือเป็น ความแตกต่างอย่างหนึ่ง
3. เมื่อได้รับสาร ในปริมาณเล็กน้อย แต่มีความต่อเนื่อง จะทำให้การพัฒนา ทางสรีระร่างกาย มีความผิดปกติ
4. ผลกระทบสำคัญ คือเรื่องของ การผลิตอสุจิ ที่ไม่ได้คุณภาพ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้มาก

มนุษย์
1. ในปี 1998 ได้มีคดีเกี่ยวกับ การวางยา โดยการใช้ไดออกซิน ปริมาณ 144,000 pg/g เป็นปริมาณ ที่สูงมาก แต่เหยื่อรายนี้ สามารถรอดชีวิตได้ และได้รับผลกระทบ ทางด้านร่างกาย เป็นอย่างมาก
2. อาการที่ร่างกาย จะแสดงออกมามาก คือเรื่องของ ระบบต่างๆ ของร่างกาย แบบทั่วร่างกาย
3. จากการศึกษา เมื่อช่วงปี 1970-2000 พบว่ากลุ่มวัยรุ่น ที่มีช่วงอายุ 18-19 ปี ที่มีสารไดออกซิน อยู่ในร่างกาย สารเหล่านี้ เข้าไปลดความสามารถ ในการสร้างอสุจิ ของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้
4. สารไดออกซิน สามารถเปลี่ยนความสามารถ ทางร่างกายได้ โดยการได้รับสารนี้ ส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการส่งต่อ ผ่านท่อน้ำนม หรือการกินสารชนิดนี้ เข้าไปแบบไม่ตั้งใจ

ไดออกซินกลายเป็น สารก่อมะเร็งได้อย่างไร

รูปแบบการทำงาน และกลไกทั้งหมด ของสารชนิดนี้ จากการศึกษา ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ ยังไม่มีข้อสรุป ที่แน่ชัดเกี่ยวกับ สารไดออกซินที่ เข้าไปเป็นสารตั้งต้น ในการก่อมะเร็ง แต่สารพิษชนิดนี้ ถูกจัดให้เป็น สารก่อมะเร็ง ที่มีแนวโน้มสูง เพราะเป็นสารพิษ ที่ส่งผลกระทบ ต่อการทำงาน ของร่างกาย

หลังจากการศึกษา และได้มีการค้นพบ เกี่ยวกับองค์ประกอบ ของสารชนิดนี้ กลับพบว่า สารประกอบ ของไดออกซิน มีสารประกอบบางชนิด ที่สามารถก่อมะเร็งได้ และสารไดออกซิน ยังเป็นสารกระตุ้น การเจริญเติบโต ของเนื้องอกในร่างกายได้อีกด้วย

ประวัติ ไดออกซิน และความอันตราย

ประวัติ ไดออกซิน

การศึกษาเมื่อช่วง ทศวรรษ 1980 ได้มีการค้นพบ ปัญหาขนาดใหญ่ ในสหรัฐ เกี่ยวกับมีสารปนเปื้อน และมีการค้นพบ สารเคมีร้ายแรง 2,3,7,8-TCDD ปนอยู่กับอาหาร โดยการศึกษาในครั้งนี้ ได้พบข้อสรุปสำคัญ คือสารเหล่านี้ มีการออกฤทธิ์ ที่ยาวนานกว่าปกติ (20 กรกฎาคม 1998) [2]

โดยระดับความอันตราย ที่พบได้นั้น คือดิน 1 ส่วนต่อดิน 1 พันล้านส่วน จะพบสารประกอบเหล่านี้ โดยสารเหล่านี้ ส่งผลกระทบ ต่อร่างกายมนุษย์ และกลุ่มสัตว์หลายชนิด โดยลักษณะอาการ ที่พบได้ในช่วงแรก ของการศึกษาคือ มีการอักเสบ และสมรรถนะทางเพศ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ในช่วงแรก ของการศึกษา พบว่าสารไดออกซิน สามารถทำให้ ร่างกายมีการ กลายพันธุ์ได้ อย่างเป็นนัย และทำให้สิ่งมีชีวิตใหม่ ที่เกิดมานั้น มีความเสี่ยงสูง ที่จะพิการ ตั้งแต่กำเนิด ต่อมาในปี 1997 ได้มีการศึกษา เกี่ยวกับสารพิษนี้ และพบว่าสารประกอบภายใน มีโอกาสเป็นสาร ที่ก่อมะเร็งได้

กลุ่มสารปนเปื้อน ที่ไดออกซินแทรกซึมอยู่

สำหรับสารพิษนี้ เป็นสารที่พบได้ ในสภาพแวดล้อมต่างๆ และถือได้ว่า เป็นมลพิษ ต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีชื่อเรียก อย่างเป็นทางการว่า “สารตกค้างอินทรีย์ตกค้าง” จัดเป็นสารอันตราย ที่อยู่ในกลุ่ม 12 สารพิษ เหมือนกับ ไซยาไนด์ (29 พฤศจิกายน 2023) [3] เมื่อสารไดออกซิน ได้เข้าสู่ร่างกาย สารชนิดนี้สามารถ

ตกค้างอยู่ใน ร่างกายได้นานถึง 7-11 ปี สิ่งเหล่านี้สะท้อนได้ว่า สารพิษนี้ถือเป็น ส่วนหนึ่ง ของห่วงโซ่อาหาร ในการดำเนินชีวิต โดยโครงสร้าง หรือเลขอะตอม ของสารชนิดนี้คือ 2,3,7,8-TCDD มีคุณสมบัติใกล้เคียง กับสารอื่นๆ อีกกว่า 419 ชนิด แต่สารชนิดนี้ จัดว่าเป็นสารพิษ ที่ฤทธิ์ร้ายแรงที่สุด

บริเวณอวัยวะ ที่สารพิษนี้ตกค้างได้

สารไดออกซินนี้ มีลักษณะเฉพาะ ที่สามารถละลายน้ำได้ และเมื่อร่างกายได้รับ สารชนิดนี้สามารถ เข้าไปแทรกซึม อยู่ในอวัยวะต่างๆ ได้เป็นอย่างดี โดยเข้าไปอยู่ได้ใน ชั้นไขมัน ตับ ผิวหนัง และช่วงกล้ามเนื้อ โดยการออกฤทธิ์ สามารถออกได้ทั้ง แบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง อ่านต่อ si.mahidol

ประวัติ ไดออกซิน ในส่วนสุดท้าย

บทส่งท้าย ประวัติ ไดออกซิน เป็นสารที่มีการศึกษา และค้นพบแบบจริงจัง เมื่อช่วงปี 1980 โดยเกิดจากการค้นพบ การปนเปื้อนของสารพิษ ที่ส่งผลให้ ผู้คนจำนวนมาก ได้รับผลกระทบตามไปด้วย โดยลักษณะ ของการออกฤทธิ์ มีทั้งการเห็นผล แบบเฉียบพลันและ แบบเรื้อรังจากการสะสม

ทำไมไดออกซิน ถึงเป็นสารร้ายแรงที่สุด

เพราะสารชนิดนี้ สามารถตกค้าง อยู่ในร่างกายได้นานถึง 11 ปี สิ่งเหล่านี้ถือเป็น ผลกระทบแบบต่อเนื่อง และส่งผลโดยตรง ต่อสิ่งมีชีวิต หรือเรียกได้ว่า เป็นสิ่งหนึ่ง ที่อยู่รวมกับ ห่วงโซ่อาหาร โดยผลกระทบหลัก มักจะทำให้ การเกิดสิ่งมีชีวิตใหม่ มีการกลายพันธุ์

ทำไมสัตว์ต่างสายพันธุ์ ถึงมีค่ากลางต่างกัน

สำหรับการรับสารพิษ ของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ ถึงแม้ว่า จะถูกจัดเป็น ประเภทเดียวกัน แต่โครงสร้างภายใน ของสัตว์แต่ละสายพันธุ์ จะแตกต่างกัน ทั้งโครงสร้าง และกลไกภายใน แตกต่างกันอย่างชัดเจน สิ่งนี้ทำให้ ปริมาณสารพิษ ที่เป็นอันตราย จึงมีความแตกต่างกัน

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง