
คำถามชวนคิด พืชอะไรที่มี Proline สูง
- Fiona
- 15 views

พืชอะไรที่มี Proline สูง เป็นคำถามที่ชวนให้เรามองอาหารจากธรรมชาติ ว่ามันสำคัญอย่างไร เพราะโพรลีน แม้หลายคนไม่ค่อยคุ้นชื่อ แต่มีอยู่ในพืชรอบตัวเรา เราจะพาไปทำความรู้จักบทบาทของโพรลีน และความสำคัญของกรดอะมิโนตัวนี้ ก่อนจะไปดูว่ามีพืชชนิดใด ที่ให้โพรลีนสูง
- โพรลีนคืออะไร?
- ประโยชน์ของโพรลีน
- พืชที่มีโพรลีนสูง
กรดอะมิโน โพรลีน คืออะไร?
โพรลีนคือกรดอะมิโนตัวหนึ่ง ที่ร่างกายใช้เป็นส่วนประกอบ ในการสร้างโปรตีน ช่วยให้โครงสร้างของโปรตีน มีความยืดหยุ่น และแข็งแรง โดยเฉพาะคอลลาเจน ที่เป็นโปรตีนสำคัญของผิวหนัง เอ็น และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ โพรลีนจึงมักถูกพูดถึง ในด้านของสุขภาพผิว และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
โพรลีนจัดเป็นกรดอะมิโนชนิดไม่จำเป็น หมายถึงร่างกายสามารถสร้างเองได้ แต่ก็สามารถรับเพิ่มจากอาหารพืช และสัตว์ การมีโพรลีนเพียงพอ ช่วยสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูผิว ความชุ่มชื้น และความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ ทำให้เป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่เกี่ยวข้องทั้งกับสุขภาพผิว และการซ่อมแซมร่างกาย (28 กรกฎาคม 2025) [1]
ประวัติ โพรลีน การค้นพบครั้งแรก
โพรลีนถูกพบในปี 1900 โดย Richard Willstätter นักเคมีชาวเยอรมัน ที่สามารถสังเคราะห์โพรลีน ได้จากสารเคมีในห้องแล็บ ก่อนที่ในปี 1901 Emil Fischer นักเคมีผู้มีบทบาทสำคัญในยุคเดียวกัน จะสามารถสกัดโพรลีน จากโปรตีนธรรมชาติอย่าง Casein ทำให้ยืนยันได้ว่าโพรลีน เป็นกรดอะมิโนที่มีอยู่จริงในสิ่งมีชีวิต
ต่อมาได้มีการตั้งชื่อ proline มาจากคำว่า pyrrolidine ซึ่งเป็นโครงสร้างวงแหวน ที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน การค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 นี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่ทำให้นักวิทยาศาสตร์ เข้าใจบทบาทของโพรลีนมากขึ้น ทั้งในด้านชีวเคมี โครงสร้างโปรตีน และหน้าที่ของคอลลาเจน ในเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกาย (3 ตุลาคม 2025) [2]
ประโยชน์ของโพรลีนคืออะไร?
- ช่วยสร้างคอลลาเจน และโครงสร้างของเนื้อเยื่อ โพรลีนเป็นส่วนประกอบสำคัญ ของคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนหลักของผิว เอ็น กระดูก และเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่างๆ ทำให้มีบทบาทต่อความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการคงสภาพโครงสร้างของร่างกาย
- ส่งเสริมการเจริญเติบโต และการซ่อมแซมเซลล์ ในช่วงที่ร่างกายต้องสร้างเนื้อเยื่อใหม่ เช่นวัยเจริญเติบโต การตั้งครรภ์ หรือช่วงหลังการบาดเจ็บ โพรลีนช่วยสนับสนุนการสร้างเซลล์ และกระบวนการซ่อมแซม ให้ทำงานได้ดีขึ้น
- ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และระบบภูมิคุ้มกัน โพรลีนเกี่ยวข้องกับการสร้างสารสำคัญในเซลล์เช่น polyamines ซึ่งช่วยให้เซลล์แบ่งตัว ฟื้นฟู และซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีส่วนช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น และสนับสนุนภูมิคุ้มกัน
- มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และลดความเครียดระดับเซลล์ โพรลีนช่วยควบคุมสมดุลภายในเซลล์ ลดการเกิดอนุมูลอิสระ และช่วยให้เซลล์ทนต่อภาวะเครียด เช่นการอักเสบ หรือการถูกทำลายจากสาร Oxidants
- สนับสนุนการทำงานของ Metabolism ในร่างกาย โพรลีนเป็นวัตถุดิบให้ร่างกาย ใช้สร้างกรดอะมิโนอื่น เช่น อาร์จินีนและกลูตาเมต รวมถึงสารที่จำเป็นต่อการแบ่งเซลล์ ทำให้มีผลต่อการเจริญเติบโต และการทำงานของระบบต่างๆโดยรวม
ที่มา: Proline and hydroxyproline metabolism (15 กันยายน 2013) [3]
พืชที่มีโพรลีนสูง มีอะไรบ้าง?

พืชที่มีโพรลีนสูง ปริมาณต่อ 100 กรัม มีดังนี้
- ถั่วเหลืองมีโพรลีนประมาณ 2,000–2,300 มก. เป็นแหล่งโพรลีนอันดับต้นๆของพืช เนื่องจากมีโปรตีนสูงมาก เมล็ดถั่วเหลืองแห้งให้โพรลีนในระดับที่ใกล้เคียง กับอาหารโปรตีนจากสัตว์ เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มกรดอะมิโนจากพืช
- ถั่วลันเตาแห้งมีโพรลีนประมาณ 1,200–1,400 มก. ถั่วลันเตาแห้งมีกรดอะมิโนหลายชนิด รวมถึงโพรลีน ในปริมาณค่อนข้างสูง จึงมักถูกใช้เป็นวัตถุดิบ ในโปรตีนผงจากพืช
- Sunflower Seed เมล็ดทานตะวันมีโพรลีนประมาณ 1,100–1,300 มก. เป็นเมล็ดธัญพืช ที่อุดมด้วยกรดอะมิโนหลากหลายชนิด รวมถึงโพรลีน จึงได้รับความนิยมในอาหารคลีน และขนมเพื่อสุขภาพ
- เมล็ดฟักทองมีโพรลีนประมาณ 950–1,200 mg. เมล็ดฟักทองมีโปรตีนสูง ทำให้มีโพรลีนค่อนข้างมาก ตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับโรยในสลัด หรือทานเล่น
- ถั่วลูกไก่มีโพรลีนประมาณ 900–1,100 mg. เป็นถั่วที่ให้กรดอะมิโนค่อนข้างครบ และโพรลีนก็ติดอันดับต้น ๆ ช่วยเพิ่มคุณค่าโปรตีน ในมื้ออาหารได้ดี
- ควินัวมีโพรลีนประมาณ 700–850 mg. ควินัวเป็นธัญพืช ที่ให้กรดอะมิโนจำเป็นค่อนข้างครบ และสมดุล ใกล้เคียงโปรตีนสมบูรณ์แบบ ที่พบในเนื้อสัตว์ หรือไข่ ทำให้ร่างกายเอาไปใช้สร้างโปรตีนได้ดี และมีโพรลีนค่อนข้างสูง เหมาะกับอาหารเพื่อสุขภาพ
- ข้าวโอ๊ตมีโพรลีนประมาณ 500–650 มิลลิกรัม แม้โปรตีนไม่สูงเท่าถั่ว และเมล็ดพืช แต่ข้าวโอ๊ตยังมีโพรลีน ในระดับที่ดี เหมาะสำหรับอาหารเช้า หรือเบเกอรีแนวโฮลเกรน
- ผักโขมมีโพรลีนประมาณ 300–400 มิลลิกรัม แม้จะไม่ได้มีโปรตีนสูงนัก แต่ผักใบเขียวอย่างผักโขม ก็มีกรดอะมิโน รวมถึงโพรลีน ในปริมาณที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมื่อทานเป็นปริมาณมากในมื้อเดียว
- บรอกโคลีมีโพรลีนประมาณ 250–350 มิลลิกรัม ให้โพรลีนในระดับปานกลาง และมีวิตามิน รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นผักที่ดีต่อสุขภาพ
- อะโวคาโดมีโพรลีนประมาณ 200–300 milligram แม้จะเป็นผลไม้ แต่มีโพรลีน มากกว่าผลไม้ส่วนใหญ่ เนื่องจากมีโปรตีน และกรดไขมันดีค่อนข้างสูง
- กล้วยมีโพรลีนประมาณ 150–220 milligram กล้วยมีกรดอะมิโนหลายตัว รวมถึงโพรลีน แม้จะไม่สูงเท่าถั่ว และเมล็ดพืช แต่ถือว่าโดดเด่น เมื่อเทียบกับผลไม้ทั่วไป
ข้อเสียของโพรลีน คืออะไร?
- การได้รับมากเกิน อาจรบกวนสมดุลกรดอะมิโนอื่น แม้โพรลีนเป็นกรดอะมิโน ที่ร่างกายสร้างเองได้ แต่หากบริโภคเสริมมากเกินจำเป็น อาจทำให้สมดุลของกรดอะมิโนอื่น เช่นอาร์จินีน หรือกลูตาเมตเสียไป ส่งผลให้ร่างกาย ทำงานไม่สมดุลได้ ในระยะยาว
- อาจเพิ่มภาระต่อผู้ที่มีโรคตับหรือไต ผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับหรือไต อาจกำจัดของเสีย จากการเผาผลาญกรดอะมิโนได้ช้าลง ทำให้ต้องระวังการรับกรดอะมิโนเสริมทุกรูปแบบ รวมถึงโพรลีน เพราะอาจเพิ่มภาระ ของอวัยวะเหล่านี้ โดยไม่จำเป็น
- การทานเสริม อาจให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนในบางคน โพรลีนจากอาหารธรรมชาติ มักเพียงพอสำหรับคนทั่วไป การทานเสริม เพื่อหวังผลด้านผิว หรือคอลลาเจน อาจไม่ได้ให้ประโยชน์เพิ่มเติมเท่าที่คาด เนื่องจากร่างกายมีระบบสร้าง และใช้โพรลีน ตามสมดุลของตัวเองอยู่แล้ว
- อาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง เมื่อทานเสริมในปริมาณสูง บางคนอาจมีอาการคลื่นไส้ หนักท้อง หรือไม่สบายท้องจากการทานกรดอะมิโนเสริม รวมถึงโพรลีน แม้จะพบไม่บ่อย แต่ถือเป็นสิ่งที่ควรระวัง หากมีการรับประทานแบบเม็ด หรือผงเข้มข้น
ควรทานโพรลีนคู่กับอะไร?
การทานโพรลีนให้ได้ผลดี ควรทานคู่กับ วิตามินซี เพราะทั้งสองทำงานร่วมกันโดยตรง ในกระบวนการสร้างคอลลาเจน วิตามินซีช่วยให้เอนไซม์ ที่ใช้เปลี่ยนโพรลีนให้เป็น hydroxyproline ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้คอลลาเจน มีโครงสร้างที่แข็งแรง และยืดหยุ่นมากขึ้น
การได้รับโพรลีน พร้อมวิตามินซีธรรมชาติ เช่นผักผลไม้รสเปรี้ยว เบอร์รี มะเขือเทศ หรือพริกหวาน จะช่วยให้ร่างกายนำโพรลีน ไปใช้ซ่อมแซมผิว และเนื้อเยื่อได้รวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ โพรลีนยังทำงานได้ดี เมื่อมีกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้อง กับโครงสร้างคอลลาเจนร่วมอยู่ด้วย เช่นไกลซีนและ hydroxyproline
ซึ่งพบมากในอาหารโปรตีนจากพืชและสัตว์ การทานโพรลีนร่วมกับโปรตีน เพียงพอตลอดทั้งวัน จะช่วยให้ร่างกาย มีวัตถุดิบครบ สำหรับฟื้นฟูกล้ามเนื้อ แผล และเนื้อเยื่อต่างๆ จึงยิ่งเสริมประสิทธิภาพ ของโพรลีนให้เห็นผลชัดเจนมากขึ้น ทั้งในด้านผิวพรรณ และการซ่อมแซมร่างกายโดยรวม
พืชอะไรที่มี Proline สูง กล่าวโดยสรุป
โพรลีนเป็นกรดอะมิโน ที่มีบทบาทสำคัญ ต่อการสร้างคอลลาเจน การฟื้นฟูผิว และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย สามารถพบจากพืชหลายชนิดรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ถั่วลันเตา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง ถั่วลูกไก่ ควินัว ข้าวโอ๊ต รวมถึงผักอย่างผักโขม และบรอกโคลี หรือผลไม้ เช่นอะโวคาโด และกล้วย
ใครที่ควรทานโพรลีนเป็นพิเศษ?
ผู้ที่มีแผลผ่าตัดหรือแผลเรื้อรัง ซึ่งต้องการการซ่อมแซมเนื้อเยื่อเร็วขึ้น ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก หรือเล่นเวทจนเกิดการสึกหรอของกล้ามเนื้อ ผู้สูงอายุที่การสร้างคอลลาเจนลดลง และผู้ที่ผิวแห้ง หรือผิวเสื่อมจากอายุ เพราะโพรลีนเป็นส่วนสำคัญของคอลลาเจน หากได้รับอย่างเพียงพอจะช่วยฟื้นฟูผิว และเนื้อเยื่อได้ดียิ่งขึ้น
ใครที่ไม่ควรทานโพรลีนเสริม?
โดยทั่วไปโพรลีนจากอาหารธรรมชาติปลอดภัย แต่ผู้ที่ไม่ควรทานแบบเสริมเข้มข้น ได้แก่ ผู้ที่มีโรคไต หรือตับระยะรุนแรง ซึ่งอาจกำจัดของเสีย จากการเผาผลาญโปรตีนได้ช้าลง รวมถึงผู้ที่กำลังทานอาหารเสริมกรดอะมิโนหลายชนิดพร้อมกันในปริมาณสูง เพราะอาจทำให้สมดุลกรดอะมิโนผิดปกติได้
- Tags: สุขภาพ


