เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก ที่ไม่เคยประนีประนอมใคร

เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก

เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก บทความนี้จะไม่เล่า แพทริก อีวิง (Patrick Ewing) ในฐานะ “ผู้เล่นที่เก่งที่สุดของยุค” แต่จะเล่าในฐานะ ศูนย์กลางเชิงโครงสร้างของทีม ที่ต้องแบกรับทั้งเกม ระบบ เมือง และความคาดหวัง โดยไม่มีเกราะของแชมป์คอยปกป้อง อีวิงคือ “เสาหลักเชิงสถาปัตยกรรม” ไม่ใช่เสาหลักเชิงตำนาน

  • แพทริก อีวิงในฐานะผู้แบกทั้งเมือง
  • ต้นกำเนิดของคำพิพากษา ที่ตามหลอกหลอนอีวิง
  • โทษแบนจากเหตุชุลมุนระหว่างทีมนิกส์กับฮีท ที่กระทบอีวิง

นิวยอร์กคือเมืองที่ไม่ให้ใคร “แค่เก่ง” แล้วพอ

ถ้านิวยอร์ก นิกส์ (New York Knicks) คือเมืองหนึ่งในแผนที่ NBA เมืองนั้นไม่เคยยอมรับคำว่า “พอใช้ได้” และไม่เคยใจดีกับความพ่ายแพ้ ต่อให้คุณทำแต้มได้เป็นกอง ป้องกันวงในจนคู่แข่งหายใจลำบาก หรือยืนเป็นแกนกลางให้ทีมตลอดสิบกว่าปี นิวยอร์กจะยังถามประโยคเดิมอยู่ดีว่า แล้วแชมป์ล่ะ

แพทริก อีวิงคือคนที่อยู่ท่ามกลางคำถามนั้นนานที่สุด และแบกมันหนักที่สุด เขาไม่ได้ถูกสร้างมา เพื่อเป็นภาพฝันของบาสแบบพลิ้วไหว​ แต่ถูกสร้างมาเพื่อเป็น “โครงเหล็ก” ที่ทำให้ทีมยืนอยู่ได้ ท่ามกลางลีกที่กำลังเดือดที่สุดยุคหนึ่ง ยุคที่คำว่า ปะทะ คือภาษากลางของสนาม

การเล่าอีวิงในฐานะเสาหลักแห่งนิวยอร์กในยุคเหล็ก ไม่ใช่เพื่อปั้นเขาให้เป็นตำนานไร้ที่ติ แต่เพื่อวางความจริงให้ครบ จุดแข็งที่ทำให้นิวยอร์ก นิกส์มีตัวตน, ข้อจำกัดที่ทำให้ปลายทางไม่ถึงแหวน และประเด็นถูกวิจารณ์ทั้งในสนาม และนอกสนามที่ติดชื่อเขาไว้ในประวัติศาสตร์ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีวิงคือใครในเชิงบาส ที่ไม่ใช่แค่ชื่อใน Hall of Fame

เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก

ถ้าต้องอธิบายอีวิงด้วยประโยคเดียว เขาคือเซนเตอร์ที่ทำให้โครงสร้างทีม สมบูรณ์พร้อมกันหลายมิติ แต้มจากโพสต์/เฟซอัพ, รีบาวด์ และการปิดห่วง ในฐานะตัวคุมพื้นที่ เขาไม่ได้เป็นเพลย์เมกเกอร์แบบบิ๊กแมนยุคใหม่ แต่เป็นคนที่ทำให้ทีมวางเกมได้ เพราะทุกคนรู้ว่าหลังบ้านมีเสาอยู่จริง

สไตล์ของอีวิงเป็นส่วนผสมที่สำคัญมาก ในช่วงเปลี่ยนผ่านของลีก ที่ยังมีโพสต์อัพเป็นแกน แต่เริ่มมีเกมกลางระยะ (mid-range) ที่เป็นอาวุธชัดเจนขึ้น เขาเป็นเซนเตอร์ที่ชู้ตจัมเปอร์ได้จริง ในยุคที่การ์ดกับปีก ยังเป็นคนครอบครองระยะนั้นเป็นหลัก และนั่นทำให้เกมรุกของนิกส์ ไม่ติดอยู่แค่การชนใต้แป้น

แต่หัวใจจริงๆ คือการป้องกัน อีวิงไม่ได้เป็นแค่คนบล็อกสวย เขาเป็น “ตัวกำหนดความกล้า” ของคู่แข่ง ว่าจะเข้าไปในวงในได้แค่ไหน ต่อให้วันไหนเกมรุกฝืด การมีเขายืนอยู่หลังสุด ก็ทำให้นิวยอร์ก นิกส์ยังเป็นทีมที่เล่นยากเสมอ (14 กันยายน 2021) [1]

นิวยอร์ก นิกส์ยุคเหล็ก ทีมที่ต้องการเสา มากกว่าไฟโชว์

คำว่า “ยุคเหล็ก” ไม่ได้หมายถึงแค่ความดุเดือด ในคลิปไฮไลต์ แต่มันคือปรัชญาทั้งทีม เกมช้า, หนัก, เน้นความแข็งแรงทางกาย และทางใจ นิกส์ในยุค Pat Riley และ Jeff Van Gundy คือทีมที่ชนะด้วยการทำให้คู่แข่งอึดอัด ชู้ตยาก และต้องจ่ายราคาในทุกการบุก

ในทีมแบบนี้ อีวิงไม่ได้ถูกใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อสร้างความสวยงาม แต่เพื่อสร้าง “ความมั่นคง” เขาคือแกนหลักที่ทำให้ทุกอย่างเชื่อมกัน เกมรับที่ตั้งหลักได้, เกมรุกที่มีตัวเลือกโพสต์ และความน่าเชื่อถือในช่วงท้ายเกม ที่อย่างน้อยทำให้ทีมไม่แตก

มุมที่คนมักมองข้ามคือนิวยอร์ก นิกส์ไม่ได้พยายามทำให้อีวิง เป็นซูเปอร์ฮีโร่แบบ ไมเคิล จอร์แดน หรือ ฮาคีม โอลาจูวอน แต่พยายามทำให้เขาเป็น ฐานของทีม และนั่นคือจุดที่ทั้งสวยงาม และโหดร้าย เพราะฐานที่ดีทำให้ทีมเดินได้ไกล แต่ฐานไม่ใช่คนที่ถูกจดจำในรูป “ผู้ปิดซีรีส์” เสมอไป

ปีที่แพทริก อีวิงเข้าใกล้คำว่าแชมป์ที่สุด

ถ้าจะมีปีหนึ่งที่นิวยอร์ก “เชื่อจริงๆ” ว่าถ้วยจะมาถึง ปีนั้นคือ 1994 นิกส์ผ่านเส้นทางที่หนัก และยาว ก่อนเจอ Houston Rockets ของฮาคีม โอลาจูวอน ใน NBA Finals ซีรีส์นั้นเป็นเหมือนภาพสะท้อนของอีวิง เขาเป็นกำแพงในวงใน รีบาวด์ และบล็อกมหาศาล ทำให้เกมเป็นสงครามแต้มต่ำ แบบที่นิกส์ถนัด

แต่ในเวลาเดียวกัน เขาต้องชู้ตภายใต้แรงกดดัน และการประกบที่เฉียบคมที่สุดของยุค ผลลัพธ์คือซีรีส์ที่อีวิง “ทำงานหนักระดับแบกโครงสร้าง” แต่ท้ายที่สุดก็แพ้ด้วยรายละเอียด จังหวะสำคัญ, การจบสกอร์บางช่วง, และแรงเหวี่ยงของเกม ที่ถูกกำหนดโดยไม่กี่ลูก (6 ธันวาคม 2025) [2]

นี่คือจุดกำเนิดของคำพิพากษา ที่ตามหลอกหลอนเขา เก่ง แต่ไม่มีแชมป์ และความจริงที่เป็นธรรมกว่าคือ เขาไม่ได้ล้มเหลว เขาแค่เล่นอยู่ในยุคที่ปลายทาง ถูกปิดด้วยยักษ์อีกฝั่ง และความพลาดเพียงนิดเดียว สามารถทำให้เรื่องเล่าทั้งชีวิตถูกเปลี่ยนทันที

“ไม่เคยได้แชมป์” ฟังดูไม่ยุติธรรม แต่ก็ไม่ใช่คำพูดลอยๆ

เพื่อเล่าอีวิงแบบเป็นกลาง เราต้องยอมรับสองอย่างพร้อมกัน อย่างแรกคือมันไม่ยุติธรรม เพราะเส้นทางของนิวยอร์ก นิกส์ยุคนั้น เต็มไปด้วยกำแพงระดับประวัติศาสตร์ Bulls ของไมเคิล จอร์แดน, Rockets ของฮาคีม โอลาจูวอน, และยุคทองของบิ๊กแมน ที่แทบทุกทีมมีสัตว์ประหลาดประจำวงใน

การจะผ่านทั้งหมด โดยที่ทีมไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์ร่วมระดับเดียวกันหลายคน เป็นงานที่ยากเกินกว่าคำว่า “เก่ง” จะรับประกันได้ อย่างที่สองคือ มันก็ไม่ใช่คำพูดลอยๆ เพราะอีวิงมีข้อจำกัดจริงในบทบาท “คนปิดเกม” เขาไม่ใช่บิ๊กแมนสายสร้างเกมให้คนอื่น ไม่ใช่คนที่สามารถเปลี่ยนสปีดทั้งทีม ด้วยการอ่านเกมแบบเซนเตอร์ยุคใหม่

อย่างในบางค่ำคืนที่ต้องการช็อตเดียว เพื่อเปลี่ยนประวัติศาสตร์ เขาก็ไม่ได้มีอาวุธแบบโอลาจูวอน ที่คม และยืดหยุ่นพอจะเอาชนะทุกสถานการณ์ได้ ในการยอมรับความจริงทั้งสองด้าน ทำให้เรื่องเล่าอีวิงน่าเชื่อถือขึ้น และทำให้คำว่า “เสาหลัก” มีน้ำหนักจริง เพราะเสาหลักไม่ได้ถูกวัดด้วยไฟสปอตไลต์ แต่วัดด้วยสิ่งที่มันรับไว้ทั้งหมด

จุดแตกหักที่ไม่ใช่เกมบุก โทษแบนที่พลิกชะตาซีรีส์

เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก

อีกจุดที่ถูกพูดถึงเสมอคือ เหตุการณ์เพลย์ออฟปี 1997 กับ Miami Heat ในเกมที่ความเดือดล้น จนผู้เล่นจากม้านั่งลุกออกมา และนั่นนำไปสู่โทษแบนตามกฎลีก เหตุการณ์นี้ถูกวิจารณ์หนักเพราะมัน “ตัดแกนกลางของทีมออกจากเกม” และเปลี่ยนโมเมนตัมซีรีส์ที่นิกส์เคยคุมอยู่

ในมุมของอีวิง มันคือบทเรียนที่โหดมาก ความผิดพลาดที่ไม่ใช่ช็อตพลาด แต่เป็น “การก้าวออกจากพื้นที่ม้านั่ง” ที่กลายเป็นราคาสูงสุดของฤดูกาล และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่แฟนนิกส์ยังรู้สึกติดค้าง เพราะมันเหมือนถูกพรากโอกาสด้วยกฎ และอารมณ์ มากกว่าฝีมือเพียวๆ (18 พฤษภาคม 1997) [3]

“ทฤษฎีดราฟต์ 1985” และภาพจำที่หนีไม่พ้น
อีวิงเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกลากเข้าไปอยู่กับ “ทฤษฎีสมคบคิด” ที่ดังที่สุดของ NBA ดราฟต์ปี 1985 ที่นิกส์ได้สิทธิ์เลือกอันดับ 1 และหยิบเขาเข้าทีม เรื่องเล่านี้ถูกพูดซ้ำมาหลายสิบปี แม้ไม่เคยมีหลักฐานยืนยันชัดเจน เป็นคำวิจารณ์ที่เกิดขึ้นเพราะคนบางกลุ่ม อยากเชื่อว่าประวัติศาสตร์ถูกกำหนดไว้ก่อนแล้ว และอีวิงก็ต้องอยู่กับมันไปตลอด

บทสรุป เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก เก่งแต่ไม่ใช่แชมป์

สุดท้ายแล้ว เสาหลัก แห่งนิวยอร์กยุคเหล็ก “แพทริก อีวิง” ไม่ใช่เซนเตอร์ที่เปลี่ยนโลก แต่คือเซนเตอร์ที่ยืนอยู่ตรงกลางของโลก ที่แข็งเกินจะโอบอุ้มใคร เขาอาจไม่ใช่คนที่จบเรื่องด้วยถ้วย แต่เป็นคนที่ทำให้เรื่องนั้น “มีอยู่จริง” ในประวัติศาสตร์ และการยืนอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ตำแหน่งบนแผนผังสนาม แต่เป็นตำแหน่งบนแผนผังของความคาดหวัง

ทำไมแพทริก อีวิงถึงถูกเรียกว่าเสาหลักของนิวยอร์ก นิกส์ ?

เพราะแพทริก อีวิงเป็นแกนหลักทั้งเกมรับ และเกมรุกของทีมยุค 90s ทำให้นิวยอร์ก นิกส์มีตัวตนที่ชัดเจน ในยุคที่ลีกเล่นหนัก และเดิมพันทุกเพลย์สูงมาก ทุกการตั้งเกมต้องเริ่มจากการมีเขาคุมพื้นที่วงใน ทั้งในฐานะตัวกันห่วง และจุดอ้างอิงของเกมครึ่งสนาม

ทำไมแพทริก อีวิงถึงไม่มีแหวน ทั้งที่เก่งมาก ?

เพราะอยู่ในยุคที่มีคู่แข่งระดับประวัติศาสตร์ปิดทางหลายชั้น ขณะเดียวกันนิกส์ก็ไม่ได้มีโครงสร้างทีม ที่สมบูรณ์พอในเชิงตัวสร้างเกม และตัวปิดซีรีส์ ทำให้ทุกความผิดพลาดเล็กน้อย ในช่วงเวลาสำคัญถูกขยายผลทันที และโอกาสที่ต้อง “เป๊ะพร้อมกันทุกด่าน” กลายเป็นภาระที่หนัก เกินกว่าผู้เล่นคนเดียวจะแบกรับได้

Facebook
Twitter
Telegram
LinkedIn
ข้อมูลผู้เขียน

แหล่งอ้างอิง