
โรคของ กุหลาบ วิธีสังเกต ตั้งแต่แรกก่อนต้นโทรม
- ผีเสื้อสีขาว
- 15 views

โรคของ กุหลาบ ไม้ดอกยอดนิยมที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและกลิ่นหอม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพืชที่ค่อนข้างอ่อนไหวต่อโรคต่างๆ หากได้รับการดูแลที่ไม่เหมาะสม โรคของกุหลาบอาจเกิดขึ้นได้ง่ายและส่งผลต่อการเจริญเติบโต การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการของกุหลาบอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผู้ปลูกสามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างตรงจุด
- โรคกุหลาบเกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส
- โรคใบจุดดำทำให้ใบเหลืองและร่วงก่อนเวลา
- การป้องกันควรรดน้ำและตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี
- โรครากเน่าและโคนเน่าทำให้ต้นอ่อนแอและล้มง่าย
ทำความรู้ จักโรคของกุหลาบ คืออะไร?
โรคของ กุหลาบ คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับต้นกุหลาบ จากเชื้อโรคหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้ต้นกุหลาบเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ ใบ ดอก หรือรากเกิดความเสียหาย และในบางกรณีอาจทำให้ต้นกุหลาบอ่อนแอหรือยืนต้นตายได้ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี
โรคของกุหลาบมักเกิดจาก เชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส รวมถึงปัจจัยแวดล้อม เช่น ความชื้นสูง ดินระบายน้ำไม่ดี การรดน้ำที่ไม่เหมาะสม หรือการขาดธาตุอาหารที่จำเป็น เชื้อโรคเหล่านี้สามารถแพร่กระจายได้ผ่านลม น้ำฝน ดิน เครื่องมือทำสวน หรือการปลูกต้นกุหลาบที่ติดเชื้ออยู่แล้ว
อาการของโรคกุหลาบที่พบบ่อย ได้แก่ ใบเกิดจุดดำ ใบมีผงขาวคล้ายแป้ง ใบเหลืองและร่วงก่อนวัย ดอกเน่าไม่บานเต็มที่ ลำต้นอ่อนแอ หรือรากเน่า ซึ่งอาการเหล่านี้มักแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค หากสังเกตอาการตั้งแต่ระยะแรก จะช่วยลดความเสียหายและเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูต้นกุหลาบได้
สาเหตุหลัก ที่ทำให้กุหลาบ เกิดโรค คืออะไร?
สาเหตุหลักที่ทำให้กุหลาบเกิดโรคมีหลายปัจจัย ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
- สภาพอากาศและความชื้นสูง – กุหลาบเจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศถ่ายเท หากอยู่ในพื้นที่ชื้นหรือมีน้ำขัง จะเอื้อต่อการเกิดโรคราและเชื้อรา เช่น โรคราแป้งหรือโรคใบจุดดำ
- การระบายน้ำไม่ดี – ดินที่มีน้ำขังหรือรากเน่า ทำให้ต้นอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย
- การดูแลและตัดแต่งที่ไม่เหมาะสม – การตัดแต่งกิ่งหรือใบไม่ถูกวิธี ทำให้ต้นเสียความสมดุล และเป็นช่องทางให้เชื้อโรคเข้าสู่ต้น
- แมลงและศัตรูพืช – เพลี้ยหรือแมลงดูดน้ำเลี้ยง ทำให้กุหลาบอ่อนแอและเกิดโรคแทรกซ้อนได้ง่าย
- พันธุ์กุหลาบและความต้านทานต่อโรค – บางพันธุ์มีความทนทานต่อโรคน้อย ทำให้เกิดโรคได้ง่ายกว่า
ความแตกต่าง ระหว่างโรค กับศัตรูพืช ของกุหลาบ
ความแตกต่างระหว่าง โรค กับ แมลงศัตรูพืช ของกุหลาบ สามารถสรุปได้ดังนี้
โรคของกุหลาบ
โรคเกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัส ซึ่งมักทำให้กุหลาบอ่อนแอและเสียรูปแบบชัดเจน ตัวอย่างเช่น โรคราแป้งที่ทำให้ใบมีกลุ่มผงสีขาว โรคใบจุดดำที่ทำให้ใบเหลืองและร่วง โรคเน่าโคนกิ่งที่ทำให้กิ่งเน่าและตาย
ลักษณะอาการของโรค:
- ใบเป็นจุดหรือมีสีเหลือง
- กิ่งหรือดอกเน่า
- ใบม้วนหรือร่วงก่อนเวลา
- ราสีขาวหรือเทาปกคลุม
แมลงศัตรูพืชของกุหลาบ
แมลงศัตรูพืชเกิดจากสัตว์ขนาดเล็ก เช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอน หรือไร ซึ่งกัดกินใบ ดอก และกิ่ง ทำให้กุหลาบเสียรูปและอ่อนแอ
ลักษณะอาการของแมลง:
- ใบหดหรือเสียรูป
- ดอกและกิ่งถูกกัดหรือเจาะ
- เพลี้ยหรือไรเกาะอยู่บนใบหรือกิ่ง
สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ศัตรูพืชของกุหลาบ เพิ่มเติมได้ที่ wikipedia
ศึกษาประวัติ ของกุหลาบ มีที่มาอย่างไร?
กุหลาบต้นไม้ที่เป็น มีประวัติความเป็นมา ประมาณ 5,000 ปีก่อน เป็นช่วงเริ่มต้นที่มีประวัติความเป็นมาของดอกกุหลาบ โดยมีการค้นพบหลักฐานจาก ชนชาติสุเมเรียน ที่ตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มแม่น้ำไทกริสและยูเฟรติส
- ช่วงปี ค.ศ. 1,450 ก่อนคริสตกาล ตามบริบทประวัติศาสตร์มิโนอัน เป็นช่วงที่ระบุว่าเป็นยุคที่มีการใช้ เหล็ก เป็นศูนย์กลาง เกิดเหตุการณ์ พระราชวังถูกไฟไหม้ ได้ค้นพบภาพจิตรกรรมฝาผนังและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ต่างๆ
- ปี ค.ศ. 1804 จักรพรรดินีโจเซฟิน เริ่มรวบรวมพันธุ์กุหลาบกว่า 250 สายพันธุ์ ณ พระราชวังมาลเมซอง
- ปี ค.ศ. 1815 สิ้นสุดสงคราม สงครามวอเตอร์ลู/ยุคนโปเลียน ทางการอังกฤษมีคำสั่งให้รักษาดูแลสวนกุหลาบของมาลเมซองไว้อย่างดี
อาการที่เตือน ว่ากุหลาบ กำลังป่วย

กุหลาบเป็นดอกไม้ที่สวยงาม และเป็นที่นิยมปลูกในสวนหลายประเภท แต่กุหลาบก็มีความเสี่ยงต่อโรคและแมลงศัตรูพืช หากเจ้าของสวนไม่สังเกตอาการตั้งแต่ต้น อาจทำให้ต้นอ่อนแอ ดอกไม่สวย หรือเสียหายได้
1. ใบเปลี่ยนสีหรือมีจุด
2. ใบม้วนหรือบิดงอ
3. ดอกไม่บานหรือเสียรูป
4. กิ่งและลำต้นมีรอยโรค
5. การเจริญเติบโตช้าและต้นอ่อนแอ
โรคของกุหลาบ ที่พบบ่อยมี อะไรบ้าง?
โรคของ กุหลาบ ที่พบบ่อยมักเกิดจากเชื้อรา และสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศร้อนชื้นหรือฝนตกบ่อย หากไม่ดูแลอย่างถูกวิธี โรคเหล่านี้สามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อทั้งต้น ใบ และดอกกุหลาบได้ โรคที่พบได้บ่อยมีดังต่อไปนี้
1.โรคราแป้ง (Powdery Mildew)
- เกิดจากเชื้อราที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Podosphaera pannosa เชื้อราจะสร้างสปอร์ขนาดเล็กเพื่อใช้ในการแพร่กระจายโรค จะปรากฏเป็นคราบสีขาวอย่างเด่นชัด สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วทุกส่วนของต้นกุหลาบ (10 พฤศจิกายน 2025) [1] โรคราแป้งเป็นหนึ่งในโรคของกุหลาบที่พบบ่อย โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศชื้นแต่มีอุณหภูมิค่อนข้างเย็น
- ซึ่งสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วผ่านลมและความชื้นในอากาศ สาเหตุหลักของการเกิดโรคราแป้งมักมาจากสภาพแวดล้อมที่อากาศถ่ายเทไม่ดี ความชื้นสูง การปลูกต้นกุหลาบหนาแน่นเกินไป หรือการรดน้ำโดนใบในช่วงเย็น ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา
- อาการของโรคราแป้งสังเกตได้ง่าย คือมีผงสีขาวหรือเทาอ่อนคล้ายแป้งปกคลุมบริเวณใบ ยอดอ่อน ก้านดอก และดอก ใบกุหลาบจะเริ่มหงิกงอ แห้งกรอบ และอาจร่วงก่อนวัย ในกรณีที่โรครุนแรง ต้นกุหลาบจะอ่อนแอ ไม่แตกยอดใหม่ และออกดอกน้อยลง
2.โรคใบจุดดำ (Black Spot)
- โรคจุดดำ ในกุหลาบ เกิดจากเชื้อราที่มีชื่อว่า Diplocarpon rosae มักระบาดรุนแรงในช่วงที่อากาศ อบอุ่นและชื้น ติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะหลังช่วงฤดูใบไม้ผลิ และจะลามต่อเนื่องไปตลอดฤดูร้อน เกิดจุดกลมๆ สีดำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณครึ่งนิ้ว และมีวงสีเหลืองล้อมรอบจุดนั้น กิ่งอ่อนปีแรกจะพบจุดด่างสีม่วงแดงที่ไม่สม่ำเสมอ (8 เมษายน 2025) [2]
- สาเหตุหลักของโรคใบจุดดำมักเกิดจากความชื้นสะสม อากาศถ่ายเทไม่ดี การรดน้ำโดนใบเป็นประจำ และการปล่อยให้เศษใบที่เป็นโรคตกค้างอยู่ใต้ต้น ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและทำให้โรคกลับมาเกิดซ้ำได้ง่าย
3.โรคราสนิม (Rust)
- โรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา Botrytis (ราสีเทา) กลีบดอกมีจุดด่าง และดอกตูมมีอาการเน่า กิ่งก้านแห้งตาย และมักพบแผลเน่าบนลำต้น จะเห็นสปอร์เชื้อราเป็น สีเทาลักษณะคล้ายขนปุย ปกคลุมอยู่บนเนื้อเยื่อส่วนที่เน่าเปื่อย (2025) [3] สังเกตได้จากจุดสีน้ำตาล ส้ม หรือแดงใต้ใบ เมื่อโรครุนแรง ใบจะร่วงและต้นทรุดโทรม มักเกิดในสภาพอากาศชื้นและอากาศถ่ายเทไม่ดี
4.โรคใบเหลือง (Chlorosis)
- โรคใบเหลือง เป็นอาการที่ใบกุหลาบเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เนื่องจากขาดธาตุอาหารสำคัญ เช่น เหล็ก แมกนีเซียม หรือไนโตรเจน ใบที่เหลืองมักมีเส้นใบสีเขียวคงอยู่ และอาจร่วงก่อนเวลา ส่งผลให้ต้นกุหลาบอ่อนแอ
- การแก้ไขควรปรับสภาพดินให้มีความเหมาะสม ใส่ปุ๋ยเสริมธาตุอาหารที่ขาด และตรวจสอบค่า pH ของดินเพื่อให้ราก สามารถดูดซึมธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ใบกลับมาเขียวสด และต้นเจริญเติบโตได้ดีอีกครั้ง
5.โรคโคนเน่าและรากเน่า
- โรคโคนเน่าและรากเน่า เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อราในดิน เช่น Phytophthora หรือ Pythium ทำให้รากและโคนต้นกุหลาบเน่า เปลือกต้นเปลี่ยนสีคล้ำ หรือลำต้นอ่อนแอและล้มง่าย อาการเหล่านี้มักเกิดในดินที่ระบายน้ำไม่ดีหรือรดน้ำมากเกินไป
- การป้องกันควรปลูกในดินร่วนซุย มีการระบายน้ำดี และหลีกเลี่ยงการรดน้ำจนดินแฉะเกินไป นอกจากนี้ การใช้สารป้องกันเชื้อราที่เหมาะสม และตัดรากหรือส่วนที่เน่าออก สามารถช่วยลดการแพร่กระจายของโรคได้
วิธีดูแล และป้องกัน โรคร้ายของกุหลาบ
1.เลือกพันธุ์กุหลาบที่ทนโรค
การปลูกพันธุ์ที่มีความต้านทานโรคสูง เช่น โรคใบจุดดำและโรคราแป้ง จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
2.ปลูกในพื้นที่มีการระบายอากาศดี
กุหลาบชอบแสงแดดเต็มวัน และการระบายอากาศช่วยลดความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรค
3.ดูแลน้ำและดินให้เหมาะสม
- รดน้ำเฉพาะโคนต้น หลีกเลี่ยงการรดน้ำบนใบ
- ใช้ดินที่ระบายน้ำดี ป้องกันน้ำขังราก
4.ตัดแต่งกิ่งและใบที่เสียหาย
การตัดกิ่งใบแห้งหรือเป็นโรคออก จะช่วยลดแหล่งเชื้อและทำให้ต้นแข็งแรง
5.ใช้สารป้องกันโรคเมื่อจำเป็น
- ใช้สารเคมีหรือสารชีวภาพตามคำแนะนำ
- ควรสลับชนิดของสารเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา
6.ทำความสะอาดอุปกรณ์และสวน
- ทำความสะอาดกรรไกรตัดแต่งและอุปกรณ์ปลูก
- กำจัดเศษใบและดอกที่ร่วงจากพื้น เพื่อป้องกันเชื้อสะสม
สรุป โรคของ กุหลาบ ที่คนปลูกกุหลาบต้องรู้
สรุป โรคของ กุหลาบ เกิดจากเชื้อรา แบคทีเรีย ไวรัส และปัจจัยแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ใบ ดอก และลำต้นอ่อนแอ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและความสวยงามของต้น การสังเกตอาการเตือน เช่น ใบเหลือง ใบจุดดำ ราแป้ง หรือรากเน่า ช่วยให้สามารถป้องกันและรักษาได้ทันท่วงที การป้องกันที่เหมาะสมรวมถึงการเลือกพันธุ์ต้านทานโรค รดน้ำและตัดแต่งกิ่งอย่างถูกวิธี
กุหลาบเป็น โรคบ่อย เพราะอะไร?
กุหลาบเป็นโรคบ่อย เนื่องจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสที่สามารถแพร่กระจายได้ง่าย โดยเฉพาะในสภาพอากาศชื้นหรืออับอากาศ นอกจากนี้ การดูแลที่ไม่เหมาะสม เช่น การรดน้ำมากเกินไป ดินระบายน้ำไม่ดี หรือการตัดแต่งกิ่งไม่ถูกวิธี จะทำให้ต้นกุหลาบอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย การเลือกพันธุ์ที่ไม่ต้านทานโรค ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคง่าย
โรคของกุหลาบ ติดต่อกัน ได้หรือไม่?
โรคกุหลาบบางชนิดสามารถติดต่อกันได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของเชื้อโรค เช่น เชื้อราบางชนิดที่ทำให้เกิด โรคราแป้ง หรือ โรคใบจุดดำ สามารถแพร่กระจายผ่านน้ำฝน ลม หรือแมลงไปยังต้นอื่นๆ ได้ ขณะที่โรคไวรัสบางชนิด สามารถติดต่อผ่านเครื่องมือปลูก หรือการเสียบยอด แต่ไม่ติดต่อทางอากาศโดยตรง จึงควรรักษาความสะอาดของสวน ตัดแต่งกิ่งที่ติดเชื้อ และใช้เครื่องมือที่สะอาดทุกครั้งในการดูแลกุหลาบ
- Tags: ต้นไม้


